กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน ก้าวข้ามความท้าทายของธุรกิจครอบครัวไทยด้วยกลยุทธ์ 5Cs โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

ก้าวข้ามความท้าทายของธุรกิจครอบครัวไทยด้วยกลยุทธ์ 5Cs

โดย นิพันธ์  ศรีสุขุมบวรชัย 
หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัว และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย บริษัท PwC ประเทศไทย

    ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ยิ่งทำให้ธุรกิจครอบครัว (Family Business) ไม่ว่าจะมีขนาดเล็ก กลาง หรือ ใหญ่ หรือไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจมานานแค่ไหน ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยผลสำรวจล่าสุด Global Family Business Survey 2018 ของ PwC ซึ่งได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำธุรกิจครอบครัวจำนวน 2,953 รายใน 53 ประเทศทั่วโลก พบว่า “เทคโนโลยี” หรือ “นวัตกรรม” (66%) ถือเป็นความท้าทายหลักที่ธุรกิจครอบครัวทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ตามมาด้วย การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ (60%) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (44%) 

    แต่สิ่งที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น คือ ผู้นำธุรกิจครอบครัวเหล่านี้ยังคงนิ่งเฉยต่อการรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี โดย 34% ของผู้บริหารระบุว่า ยังไม่ได้มีการวางแผนกลยุทธ์เพื่อปรับองค์กรไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งๆ ที่ผลสำรวจของ PwC ชี้ไว้ชัดว่า ธุรกิจครอบครัวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความกังวลต่อการเข้ามาของดิจิทัลมากที่สุด ประกอบไปด้วย 1. สื่อและบันเทิง (65%) 2. ค้าปลีก (53%) และ 3. ธุรกิจบริการด้านการเงิน (52%) 
    หากเรามาดูความท้าทายในเรื่องของการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะกันบ้าง ผมมองว่า สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่ธุรกิจครอบครัวหลายรายไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการดึงดูด หรือสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานที่มีความสามารถ หรือที่เราเรียกว่าเป็น “ทาเลนต์” ไม่ว่าจะเป็นการให้โอกาส หรือ วางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพให้กับคนกลุ่มนี้ได้เชื่อมั่นว่า แม้ตนจะทำงานกับบริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัว แต่ก็มีโอกาสที่จะเติบโตและมีหน้าที่การงานที่มั่นคงได้ไม่แตกต่างจากสมาชิกของธุรกิจครอบครัว
    นาย โจนาธาน วอร์เบอร์ตัน ประธาน บริษัท “Warburtons” ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวรายใหญ่เจ้าของผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ชื่อดังของอังกฤษ เคยให้สัมภาษณ์ใน strategy+business (s+b) ไว้ว่า หากธุรกิจครอบครัวไหนต้องการดึงดูดพนักงานที่มีทักษะและมีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ จะต้องทำให้พนักงานที่เป็นทาเลนต์ของตนเชื่อได้ว่า พวกเขาจะมีโอกาสเติบโต นอกจากนี้ ยังต้องสร้างสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานและวัฒนธรรมขององค์กรที่เอื้อต่อการทำงานในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้ทาเลนต์กลุ่มนี้ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมให้กับองค์กร 
    ความคิดเห็นดังกล่าว ยังสอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า 69% ของผู้นำธุรกิจครอบครัว คาดหวังที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ หรือ “กลุ่มมิลเลนเนียล” จากภายนอก เพื่อมาทำงานร่วมกับสมาชิกภายในครอบครัวในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้กับองค์กร โดยสมาชิกที่เป็นคนในครอบครัวควรต้องสั่งสมประสบการณ์จากการทำงานข้างนอกมาก่อนด้วย
    แต่แม้ว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่จะเข้าใจและสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆ ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยของคนในองค์กร ยังคงเป็นจุดบอดในการดึงศักยภาพของเทคโนโลยีออกมาใช้ ซึ่ง แนวคิดที่แตกต่างกันก็อาจทำให้เกิดความขัดแย้งด้านวิสัยทัศน์ หรือมีมุมมองต่อการดำเนินธุรกิจที่สวนทางกัน 
    ดังนั้น การจะปิดช่องว่างในเรื่องเหล่านี้ได้ต้องมีกลยุทธ์ครับ ซึ่งวันนี้ผมมี “กลยุทธ์ 5Cs” ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจเข้าสู่ดิจิทัล รวมทั้งส่งไม้ต่อให้กับผู้นำรุ่นถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมาฝากกัน ดังนี้
    1.วัฒนธรรม (Culture) – ธุรกิจครอบครัวควรส่งเสริมวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง โดยทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งส่งเสริมให้พวกเขาเหล่านี้สามารถเรียนรู้ หาประสบการณ์ที่มีคุณค่า และเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา 
    2.การสื่อสาร (Communication) – ถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้นำรุ่นปัจจุบันและผู้นำรุ่นใหม่ต้องสื่อสารกันในลักษณะการสื่อสาร 2 ทาง เพราะจะนำไปสู่การสร้างสัมพันธ์ที่แท้จริงบนพื้นฐานของความเคารพและเชื่อใจกัน ทำให้เกิดการยอมรับในความคิดเห็นซึ่งกันและกัน 
    3.ความชัดเจน (Clarity) – การกำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจนและแบ่งขอบเขตของหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกครอบครัวแต่ละคนโดยมีการตกลงกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่แพ้ประเด็นเรื่องของการสื่อสาร เพราะความชัดเจนจะช่วยทำให้การบริหารความสัมพันธ์และการจัดการทางอารมณ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและเป็นหัวใจของการบริหารกิจการครอบครัว เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
    4.ความน่าเชื่อถือ (Credibility) – ทายาทกิจการรุ่นใหม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความสามารถและแนวคิดของตัวเองผ่านการทำงานให้เป็นที่ยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงาน และควรหาประสบการณ์ทำงานจากภายนอกก่อนเข้ามารับหน้าที่บริหารกิจการของครอบครัว
    5.ความมุ่งมั่น (Commitment) – ธุรกิจครอบครัวต้องมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาทายาทรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ขณะเดียวกัน ทายาทรุ่นใหม่ก็ต้องเอาจริงเอาจังและพร้อมที่จะทุ่มเทเวลาในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เกิดผลสำเร็จด้วยเช่นกัน
      สุดท้าย ผมเชื่อครับว่า ถ้าธุรกิจครอบครัวไทยนำกลยุทธ์ 5Cs ที่ว่านี้มาประยุกต์ใช้กันอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ท่านสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและความท้าทายที่ต้องเผชิญไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh