กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เปิดมุมมองซีเอฟโอต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเงิน โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

เปิดมุมมองซีเอฟโอต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเงิน

โดย วิไลพร ทวีลาภพันทอง
หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน
บริษัท PwC ประเทศไทย


        ‘ดิจิทัลไลเซชัน’ (Digitalisation) หรือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ หรือกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมบริการทางการเงินในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น โมบายแบงก์กิ้ง (Mobile banking) หรือ บริการธุรกรรมทางการเงินผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ช่วยให้การชำระค่าสินค้าและบริการ และการโอนเงิน เป็นเรื่องง่าย หรือการนำเอไอ หรือ ‘เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์’ (Artificial Intelligence: AI) มาใช้ในการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ เป็นต้น

 

        ซึ่งในวันนี้ ดิฉันอยากนำผลการศึกษา The Digital CFO: Using the digital finance function strategically ที่ถูกจัดทำโดย WHU-Otto Beisheim School of Management ประเทศเยอรมนีและ PwC มาแลกเปลี่ยนกับคุณผู้อ่าน โดยรายงานชิ้นนี้ ทำการสอบถามความคิดเห็นของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (Chief Financial Officer: CFO) หรือ ‘ซีเอฟโอ’ ทั่วโลกจำนวน 522 รายเกี่ยวกับการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการเงิน ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้    
 

        1. การตัดสินใจด้วยข้อมูล คือ เป้าหมายของการใช้เทคโนโลยีของฝ่ายการเงิน


        แม้เป้าหมายหลักของการใช้เทคโนโลยีทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลส่วนใหญ่ คือ การลดต้นทุนและช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจดีขึ้น แต่รายงานระบุว่า ซีเอฟโอที่ถูกสำรวจ ให้น้ำหนักกับประเด็นหลังมากกว่าประเด็นแรก เพราะในระยะยาว การตัดสินใจด้วยข้อมูล (Data-based decision) ช่วยให้ฝ่ายการเงินสามารถลดงานที่ซ้ำซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย และยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีเวลาไปทำงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์และวางแผนงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น โดยซีเอฟโอเกือบครึ่ง (45%) ยังคาดการณ์ด้วยว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในฝ่ายการเงินจะช่วยลดปัญหาการลาออกของพนักงาน หรือช่วยให้จำนวนพนักงานคงที่ได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า
 

        2. ระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้กับฝ่ายการเงินของแต่ละองค์กรยังคงแตกต่างกันไป
 

        รายงานพบว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของฝ่ายการเงินของแต่ละองค์กรอยู่ในระดับที่แตกต่างกันไป โดยสำหรับฝ่ายการเงินของหลาย ๆ บริษัท การใช้ระบบแชทบอทและเครื่องมือด้านเอไออื่น ๆ รวมไปถึง การทำเหมืองกระบวนการ (Process Mining) เพื่อสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลยังคงมีจำกัด ขณะที่ฝ่ายการเงินของบริษัทส่วนใหญ่ มีการใช้งานระบบรายงานการจัดการดิจิทัล (Digital Management Reporting) หรือ แดชบอร์ด (Dashboard) และ ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ (Robotic Process Automation: RPA) อย่างกว้างขวางมากที่สุด 
 

        ในทางตรงกันข้าม ซีเอฟโอของบริษัทไอที มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแชทบอท บล็อกเชน และเครื่องมือการวางแผนที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ เปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มก่อสร้างและสาธารณูปโภค ที่มีการใช้เทคโนโลยีกับฝ่ายการเงินของตนเองน้อยกว่าบริษัทในกลุ่มอื่น ๆ 
 

        3. ทักษะและความกังวลของแรงงานเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนด้านระบบดิจิทัล
 

        การขาดทักษะและความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของพนักงานและผู้บริหาร ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเกิดความลังเลในการตัดสินใจลงทุนด้านระบบดิจิทัล โดย 40% ของซีเอฟโอที่ถูกสำรวจกล่าวว่า ระดับความรู้ด้านไอทีและดิจิทัลของบุคลากรยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่การแสวงหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอทีในตลาดก็กำลังตกอยู่ในภาวะขาดแคลน ตามด้วยอุปสรรคที่สำคัญรองลงมา คือ พนักงานมีการต่อต้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในแผนก เพราะกลัวตกงาน หรือโดนลดบทบาทหน้าที่ในบริษัท ปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา สะท้อนให้เห็นว่า ข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ไม่ใช่เหตุผลใหญ่ข้อเดียวที่ทำให้แผนการลงทุนด้านดิจิทัลของหลาย ๆ องค์กรต้องล้มเหลว 
 

        4. บทบาทของซีเอฟโอในอนาคตจะเปลี่ยนไป 
 

        รายงานยังระบุด้วยว่า บทบาทและหน้าที่ของซีเอฟโอจะเปลี่ยนไปในอนาคต ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของซีเอฟโอและฝ่ายการเงินที่ตนดูแล เช่น ในกรณีแรก หากซีเอฟโอไม่คิดที่จะปฏิวัติรูปแบบการทำงานสู่ดิจิทัล หรือยังยึดการทำงานแบบเดิม ๆ ก็จะตกเป็นเหยื่อของดิจิทัลไลเซชัน เพราะการทำงานของบริษัทคู่แข่ง ได้ถูกปรับให้เป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด แตกต่างจากกรณีที่สอง ที่ดิจิทัลไลเซชันจะส่งผลให้ซีเอฟโอและฝ่ายการเงิน ยิ่งมีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญมากขึ้นในการสนับสนุนซีอีโอในการพัฒนาและดำเนินกลยุทธ์การบริหารธุรกิจให้ไปสู่ความสำเร็จ ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บูรณาการฝ่ายการเงินและเสริมทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ 
 

        เราจะเห็นได้ว่า ‘ซีเอฟโอแห่งอนาคต’ จะต้องเป็นผู้นำที่สามารถเสริมทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินกลยุทธ์และลงทุนด้านดิจิทัลไปสู่ความสำเร็จ ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัล จะช่วยขยายบทบาทของซีเอฟโอในด้านการเป็นพันธมิตรหรือคู่คิดทางธุรกิจให้กับองค์กร และช่วยผลักดันให้ฝ่ายการเงินเป็นเสาหลักในทำงานเชิงรุกเพื่อนำโอกาสทางธุรกิจ และการตลาดใหม่ ๆ มาสู่องค์กรของตนเพื่อการเติบโตอย่างได้เปรียบและยั่งยืนกว่าคู่แข่ง







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh