efinancethai

กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน EM ไหน ดูน่าสนใจ ณ กลางปี 2023 โดย ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

โดย
ดร.บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

:.
.

EM ไหน ดูน่าสนใจ ณ กลางปี 2023

ดร. บุญธรรม รจิตภิญโญเลิศ

[email protected]

 

EM ไหน ดูน่าสนใจ ณ กลางปี 2023

 

ผมขอประเมินตลาดของประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งไม่ใช่ประเทศที่มีการพูดถึงกันเยอะอยู่แล้วอย่าง อินเดีย หรือ เวียดนาม ที่ดูน่าสนใจ ณ กลางปี 2023 ดังนี้

 

เม็กซิโก - โดยปกติแล้ว เม็กซิโกไม่ค่อยจะได้อยู่ในรายชื่อของประเทศที่น่าสนใจในการลงทุนสักเท่าไหร่ มิหน้ำซ้ำ ยังออกจะเป็นขาประจำของประเทศที่มักจะตกเป็นข่าวว่าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอยู่บ่อยๆ แต่ ณ เวลานี้ เม็กซิโกถือว่าพลิกภาพลักษณ์จากเดิมไปเยอะมากในแง่ดี โดยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังของงานนี้ คือ แอนเดรียส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ หรือ AMLO ประธานาธิบดีเม็กซิโกท่านปัจจุบัน จากการเน้นให้การใช้จ่ายงบประมาณรัฐบาลลดลง ทว่าก็ไม่พยายามทำให้อัตราส่วนหนี้ภาครัฐต่อจีดีพีของประเทศสูงเกินไป ซึ่งตรงนี้ ทำให้เม็กซิโกมีภาวะด้านการคลังของภาครัฐที่มีวินัยมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ ณ ตอนนี้ โดยสิ่งนี้ ทำให้ค่าเงินเปโซของเม็กซิโกอยู่ในระดับแข็งค่ามากที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นเม็กซิโกเป็นขาขึ้นพอสมควรในปีนี้

 

ทั้งนี้ เศรษฐกิจของเม็กซิโกภายใต้การนำของ AMLO ถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี โดยทั้งอัตราเงินเฟ้อกำลังลดลงเรื่อยๆ และอัตราการเติบโตของจีดีพีก็อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกา อีกทั้งยังได้รับผลดีจากมาตรการ Friend-Shoring ของสหรัฐ โดยมีการย้ายโรงงานที่เป็น Supplier ให้กับบริษัทอเมริกาให้มาอยู่ใกล้กับประเทศของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ย้ายมาอยู่ที่เม็กซิโก นอกจากนี้ ยังจะมีการเลือกตั้งใหญ่ระดับประเทศในกลางปีหน้า ซึ่งทาง AMLO ไม่สามารถลงชิงตำแหน่งได้แล้วตามกฎหมาย จึงได้ส่งตัวแทนพรรคลงแทน โดยมีการคาดการณ์ว่า AMLO น่าจะปิดท้ายปีสุดท้ายในตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาด้วยการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา เพื่อหวังผลการเลือกตั้ง ทั้งนี้ AMLO ได้เพิ่มเงินบำนาญชราภาพให้คนชราอยู่แล้วในขณะนี้ แถมยังได้มีการลดทอนอำนาจของหน่วยงานอิสระที่มักจะค้านนโยบายฝั่งรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาอยู่แล้ว

 

บราซิล - เริ่มจากสถานการณ์ภายนอกประเทศที่ดูดีขึ้นต่อบราซิล เริ่มจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรกรรมจากบราซิลไปจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3.4 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐที่ดูจากแนวโน้มแล้ว น่าจะดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา น่าจะสามารถทำให้มูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างบราซิลกับสหรัฐสูงขึ้น นอกจากนี้ ฟันด์โฟลว์เข้าสู่ประเทศบราซิลล่าสุด มีมูลค่าที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินรีอัลของบราซิลแข็งค่าขึ้นจนใกล้แตะระดับ 4.5 รีอัลต่อดอลลาร์ซึ่งถือเป็นมูลค่า Fair Value ของค่าเงินรีอัล ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของบราซิลที่ลดลงมาเรื่อยๆ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อบราซิลในขณะนี้ จะลดลงมาสู่ระดับ 3.95% ซึ่งถือว่ายังสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 3.25% อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศต่างๆ ในอเมริกาใต้ ทั้งนี้ คาดหมายกันว่าธนาคารกลางบราซิลจะเป็นประเทศแรกที่จะทำการลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้

 

นอกจากนี้ ผู้นำบราซิล ลูล่า เดอ ซิลวา ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน ทำให้การลงทุนของจีนไหลเข้าสู่บราซิลอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการส่งออกไปจีนก็ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปี โดยที่สหรัฐเองก็ไม่ได้มีมาตรการตอบโต้ต่อบราซิลมากเท่าไรนัก ณ ตอนนี้ แต่อย่างใด

 

เกาหลีใต้ - จุดสำคัญที่ผมมองว่าเกาหลีใต้น่าจะเป็นตลาดหุ้น EM ที่ดูน่าสนใจในช่วงนี้ คือ ธนาคารกลางเกาหลีใต้สามารถคุมเงินเฟ้อในรอบนี้น่าจะดีที่สุดหากพิจารณาในบรรดาประเทศต่างๆ ในเอเชีย อีกทั้งการที่สงครามด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐกับจีนกำลังอยู่ในจุดที่ร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงไต้หวันก็ยังเป็นจุดที่สหรัฐกับจีนมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ทำให้มองว่าบริษัทด้านชิปและเมมโมรี่ของเกาหลีใต้น่าจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ นอกจากนี้ ระดับค่า P/E ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ถือว่ายังไม่สูงเมื่อเทียบกับศักยภาพของประเทศ และที่สำคัญ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีโอกาสที่จะขยับจากที่อยู่ในสถานะตลาดเกิดใหม่ (EM) มาสู่ระดับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) ในระยะเวลาอีกน่าจะไม่เกิน 3 ปีถัดจากนี้

 

ตุรกี - ด้วยความที่เศรษฐกิจตุรกีซึ่งมีความสามารถในการแข่งขันหรือปัจจัยพื้นฐานดีมาก ทว่าเพียงแต่ดำเนินนโยบายการเงินแบบผิดทาง โดยอัตราเงินเฟ้อที่ขึ้นมาสูงมาก แต่กลับใช้การลดดอกเบี้ยในการแก้ปัญหา ทำให้เมื่อผู้นำตุรกี เรเซป ธายิป เออร์โดกัน เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจและผู้ว่าการธนาคารกลางท่านใหม่หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินให้เข้ารูปเข้ารอยตามหลักวิชาการในตอนนี้ ก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจตุรกีสามารถกลับมาดำเนินไปแบบมีเสถียรภาพได้ค่อนข้างรวดเร็วและไม่ยากมากอีกด้วย นอกจากนี้ ตุรกียังมีความเสี่ยงด้านการเมืองไม่สูงมากในขณะนี้ เนื่องจากเพิ่งผ่านการเลือกตั้งใหญ่มาหมาดๆ โดยเออร์โดกันได้รับเลือกตั้งเป็นผู้นำต่ออีกหนึ่งสมัย ซึ่งหลังเลือกตั้งใหญ่ในรอบนี้ เขาตัดสินใจยอมให้ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อที่สูงมากมาพักใหญ่แล้ว







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh