กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน แนวทางเปลี่ยนองค์กรสู่ ESG เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

แนวทางเปลี่ยนองค์กรสู่ ESG เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

     ช่วงนี้กระแสของการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, social and governance: ESG) หรือ “อีเอสจี” กำลังเป็นสิ่งที่องค์กรทั่วโลกให้ความสนใจมาก 

    ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้กระตุ้นให้ภาคธุรกิจต้องออกมาร่วมกันแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างเอาจริงเอาจังมากกว่าเดิม เราจะเห็นว่าบริษัทชั้นนำทั่วโลกต่างหันมาตั้งปณิธานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์(Net Zero emission) รวมถึงมุ่งเน้นในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG เพื่อแสดงความเป็น good corporate citizen และสร้างผลตอบแทน
ที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว

    อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การผนวกประเด็นด้าน ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในสภาวการณ์แบบนี้นั้น ต้องเรียนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจส่งผลกระทบในหลายมิติหากไม่ได้ทำการศึกษาอย่างละเอียด

    บทความ ‘How ESG will drive the next wave of transformation’ ของ PwC ระบุว่า ESG จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขององค์กรทั่วโลก (ESG transformation) ไม่แตกต่างไปจากการเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล ซึ่งแน่นอนว่า การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนโดยแท้จริงที่ไม่ใช่เพียงการมีนโยบาย หรือคณะทำงานที่ดูแลงานด้านความยั่งยืนนั้นจะต้องพิจารณาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง 

    เช่น ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่รวมไปถึงการนำหลัก ESG มาผนวกเข้ากับการวางกลยุทธ์การเงินและแรงจูงใจ เทคโนโลยี การกำกับดูแล และการจัดทำรายงานความยั่งยืนด้วย โดยบทความฉบับดังกล่าวได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจไว้ดังต่อไปนี้

1. กลยุทธ์
    บริษัทต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ต้องการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนในเรื่องใด เช่น ตั้งเป้าการลดปริมาณการปล่อยก๊าซมลพิษจากการปฏิบัติงาน โดยอาจกำหนดเป็นเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว ก่อนนำมาจัดลำดับเป็นภารกิจสำคัญของผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท และผนวกประเด็นเรื่องของ ESG เข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร จากนั้นนำกลยุทธ์ที่ได้ไปเริ่มปรับปรุงกระบวนการทำงาน และการวางแผนงานที่มีความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก

2. การเงินและแรงจูงใจ
    หลังจากกำหนดกลยุทธ์แล้ว บริษัทควรนำหลัก ESG มาพิจารณาประกอบแผนการลงทุนในอนาคตด้วย เช่น นำปัจจัยเรื่องของคาร์บอนฟุตพริ้นท์เข้ามาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแผนขยายโรงงานแห่งใหม่จากเดิมที่องค์กรอาจใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน เช่น มูลค่าปัจจุบันสุทธิ เป็นเครื่องมือในการประเมินโครงการเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ บริษัทควรสร้างแรงจูงใจในการขับเคลื่อน ESG โดยอาจจัดสรรงบจำนวนหนึ่งเพื่อมอบให้กับพนักงานที่สามารถนำหลักความยั่งยืนมาใช้กับการปฏิบัติงานได้อย่างประสบความสำเร็จ

3. เทคโนโลยี
    เทคโนโลยี ไม่เพียงแต่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการทำธุรกิจในยุควิกฤตโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกตัวเร่งที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจสามารถนำหลักการ ESG มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย เช่น หน่วยงานภายในองค์กรมีการจัดทำการบริหารซัพพลายเชนบนระบบการจัดการข้อมูลภายในของบริษัทที่ดำเนินการผ่านคลาวด์(Cloud Enterprise Resource Planning) ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามซัพพลายเออร์รายงาน และลดผลกระทบด้านคาร์บอนได้หรือในบางกรณี ยังช่วยให้บริษัทสามารถทำงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์แบบเรียลไทม์ทำให้สามารถขับเคลื่อนเป้าหมายการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั่วทั้งซัพพลายเชน เป็นต้น

4. การกำกับดูแลและการจัดทำรายงาน
    สุดท้าย คือเรื่องการกำกับดูแลและการจัดทำรายงาน ผู้บริหารต้องกระตุ้นให้คณะกรรมการของบริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยอาจทำการจำลองสถานการณ์และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือจำลองกลยุทธ์ตามแนวทาง ESG และผลที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทในอนาคต และไม่โฟกัสไปที่ผลการดำเนินทางการเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพิ่มประเด็นเรื่องของแนวทางการจัดทำรายงานความยั่งยืนที่
มีความโปร่งใส ขณะที่ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยนั้น มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้และมีการอัปเดตข้อมูลความคืบหน้าในการดำเนินตามเป้าหมายความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพราะในระยะต่อไปทั่วโลกจะยิ่งหันมาให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามหลัก ESG มากขึ้นอย่างที่กล่าวไป

    ผมหวังว่า ข้อมูลข้างต้นจะช่วยให้ผู้อ่านเห็นถึงแนวทางในการเริ่มต้นการเปลี่ยนองค์กรสู่ ESG ได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับถึงแม้ว่าเรื่องนี้อาจจะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และมีเพียงบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งที่นำหลักการนี้มาใช้แต่ ESG ถือเป็นประเด็นระดับโลกที่จะอยู่คู่สังคมของเราไปอย่างไม่สิ้นสุด ด้วยเหตุนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของไทยจะต้องหันมาศึกษาถึงแนวโน้ม ประโยชน์และผลกระทบของ ESG อย่างละเอียด เพราะหากทุกฝ่ายยังไม่เริ่มต้นเสียแต่ตอนนี้ ก็อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและธุรกิจในอนาคตได้







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh