ข่าวหุ้นล่าสุด

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อมิ.ย.พุ่ง 7.66% เหตุน้ำมันแพง ส่วนทั้งปีคาด 4-5%

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.ค. 65 10:27 น.

 

  พาณิชย์เผยเงินเฟ้อทั่วไปมิ.ย. อยู่ที่ 7.66% เหตุราคาพลังงานพุ่ง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.51% ด้านดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคชะลอตัวเหตุกังวลสินค้าแพง ฟากเงินเฟ้อ Q3/65 ยังสูงต่อ ส่วนทั้งปียังคงเป้าหมายในกรอบ 4-5%

   นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงขึ้น 0.9% จากเดือนก่อนหน้า ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 2.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.24% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 2.28%

  ด้านปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น มาจากราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ซึ่งมีสัดส่วนถึง 61.83% และทำให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัว 7.66% นอกจากนี้ เป็นผลจากหลักการของการคำนวณเงินเฟ้อที่ต้องนำดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนมิ.ย. 65 ที่ระดับ 107.58 มาคำนวณกับเดือนมิ.ย.ปีก่อนที่ระดับต่ำที่ 99.93 ทำให้อัตราเงินเฟ้อมิ.ย.ปีนี้มีผลลัพธ์ที่ออกมาเพิ่มสูงขึ้น


  อย่างไรก็ตามเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในเดือนมิ.ย. ถือเป็นการสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการของภาครัฐที่พยายามช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการภาคเอกชนให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรึงราคาขายปลีก เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อค่าครองชีพของประชาชน

  “ยืนยันอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต่ำ เนื่องจากมีบางประเทศมีอัตราเงินเฟ้อที่สูงมาก ส่วนประมาณการเงินเฟ้อทั้งปีนั้นยอมรับว่า คาดการณ์ได้ยาก เพราะมีปัจจัยค่อนข้างมาก ทั้งการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเปิดประเทศ การส่งออก ที่ทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น มีกำลังซื้อที่ดีก็จะมีผลต่อเงินเฟ้อทั้งสิ้น ขณะที่การอ่อนค่าของเงินเฟ้อ หรือความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์โควิดที่มีแนวโน้มกลับมาอีกครั้งก็มีผลต่อเงินเฟ้อทั้งสิ้น”นายรณรงค์ กล่าว

  ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมในเดือนมิ.ย. ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 44.3 จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 44.7 โดยดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับลดลง เกิดจากความกังวลต่อราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ประกอบกับความขัดแย้งในยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรการของภาครัฐที่ทยอยมาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการท่องเที่ยว การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม และการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง จะส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงขึ้นในระยะต่อไป

  “ นอกจากปัจจัยต้นทุนด้านพลังงานแล้ว ยังเป็นเรื่องของฐานราคาในเดือนเดียวกันของปีก่อนยังค่อนข้างต่ำ มีส่วนทำให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัว ส่วนสินค้าอื่นๆ เช่น สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด และของใช้ส่วนบุคคลปรับสูงขึ้นเล็กน้อย ด้านข้าวสาร ผลไม้สด ค่าเช่าบ้าน การสื่อสาร ปรับลดลง”นายรณรงค์ กล่าว

  สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 3/65 ยังมีแนวโน้มขยายตัวในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อปีนี้ ยังคงกรอบเดิมที่ 4-5% โดยมีค่ากลางที่ 4.5%

  โดยมีปัจจัยต้องติดตาม ทั้งความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนและรัสเซีย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งการผ่อนคลายมาตรการด้านสาธารณสุข การเปิดประเทศ การมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีรายได้และมีผลทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และมาตรการของรัฐที่เคยช่วยเหลือค่าครองชีพ ลดค่าน้ำค่าไฟ การดูแลราคาน้ำมัน หากหมดไปก็มีผลต่อเงินเฟ้อเช่นกัน

  ขณะที่นโยบายการเงินยังคงต้องติดตามว่าจะสามารถหยุดยั้งเงินเฟ้อได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ สนค.ไม่ได้คาดการณ์ด้านนโยบายการเงินว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานนั้นๆเป็นผู้แลในเรื่องดังกล่าว

  “เงินเฟ้อในระยะต่อไปยังไม่ทราบเหตุการณ์ในระยะข้างหน้า ดังนั้นจึงตอบไม่ได้ว่าในไตรมาสไหนจะปรับลดลง แต่มองในระยะข้างหน้าจะดีขึ้นแน่นอน”นายรณรงค์ กล่าว

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh