ข่าวหุ้นล่าสุด

ASPS เปิด 7 กลุ่มหุ้นกำไร Q2/65 ชะลอ รับเงินเฟ้อเร่งตัว-ฐานปีก่อนสูง

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 ก.ค. 65 10:01 น.

 

  ASPS คาด กำไรบจ.ไตรมาส 2/65 หดตัวทั้ง YOY และ QOQ จากปีก่อนที่ฐานกำไรสูง ขณะที่ปีนี้มีแรงกดดันจากเงินเฟ้อเร่งตัว และมาตรการภาครัฐทยอยสิ้นสุดลง เปิด 7 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไรลดลง

  ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ประเมินว่า มีปัจจัยที่อาจกดดันให้กำไรบริษัทจดทะเบียน 2Q65 อาจหดตัวทั้งYoY และ QoQ มี 2 ประเด็น ได้แก่

  1) ฐานกำไรในงวด 2Q64 ยืนในระดับสูง เริ่มจากงวด 2Q64 มีกำไรรวม 2.74 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากมีบริษัทขนาดใหญ่มีกำไรพิเศษรวมเข้ามา อาทิ PTTGC มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC 1.1 หมื่นล้านบาท และ BAY มีการขายเงินลงทุน TIDLOR 8 พันล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งที่อาจส่งผลให้กำไรลดลง yoy

  2) ปัญหาเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น รวมถึงมาตการภาครัฐทยอยหมดลงเมื่อเทียบกับงวด 1Q65เมื่อเทียบกับฐานกำไร 1Q65 ยืนในระดับสูง 2.81แสนล้านบาท ซึ่งเกิดจากปกติไตรมาสที่ 1 มักจะเป็นช่วง High Season และยังได้แรงหนุนจากมาตการภาครัฐเข้ามากระตุ้นภาคบริโภค แต่งวด 2Q65 เริ่มเห็นปัญหาเงินเฟ้อที่ชัดเจนมากขึ้น รวมกับมาตการภาครัฐหลายโครงการที่ทยอยหมดอายุลง กดดันให้กำไรบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสลดลง QoQ ได้

  ภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนในงวด 2Q65 มีโอกาสลดลงทั้ง QoQ และ YoY โดยฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการรวบรวมมุมมองของนักวิเคราะห์พื้นฐาน และแยกแยะแนวโน้มกำไรงวด2Q65 ของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยกลุ่มหุ้นที่คาดว่าลดลง QoQ และ YoY มีอยู่ 7 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ

  กลุ่มเหล็ก (-QoQ, -YoY) ราคาเหล็กอยู่ในช่วงขาลงจาก demand การใช้เหล็กในจีนที่ชะลอตัวประกอบกับภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่อยู่ในสภาวะซบเซาส่งผลให้ stock เหลือกดดันให้ราคาเหล็กปรับตัวลดลง และสถานการณ์ในไทยเข้าสู่ฤดูฝน ความต้องการใช้เหล็กลดลงประกอบกับงานก่อสร้างภาครัฐเริ่มชะลอตัว จากปัจจัยทางด้านราคาและปริมาณที่ลดลงมาก จะส่งผลให้กำไรลดลงทั้ง QoQ และ YoY

  กลุ่ม ICT (-QoQ, -YoY) แนวโน้มกำไรชะลอลงทั้ง QoQ และ YoY ตามฐานกำไรของผู้ประกอบการมือถือที่เป็นตัวผลักดันกำไรโดยรวมของกลุ่ม เพราะคาดทั้ง ADVANC และ DTAC จะถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอตัวตามกำลังซื้อที่ลดลง และการแข่งขันรุนแรงขึ้นขณะที่ TRUE จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน DIF ออกมาบางส่วน แต่คาดจะไม่เพียงพอที่จะดึงให้กำไรทั้งกลุ่มเติบโตได้

  กลุ่มอสังหาฯ (-QoQ, -YoY) แนวโน้มกำไรจะลดลง YoY จากผลขาดทุนของบริษัทที่มีพอร์ตคอนโดฯ เป็นหลัก อย่าง NOBLE และ ANAN เข้ามากดดันกำไรกลุ่มฯ ขณะที่กำไรจะลดลง QoQ ผลจาก Low Season ที่มีช่วงวันหยุดยาวเดือน เม.ย. เข้ามากระทบต่อยอดขายและโอนฯ

  กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (-QoQ,-YoY) ธุรกิจมี Seasonal ชัดเจน โดยไฮซีซั่นอยู่ในไตรมาสแรกจึงน่าจะเห็นกำไร 2Q65 บริษัทส่วนใหญ่ลดลง QoQ หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งการส่งผ่านต้นทุนไปสู่ราคาขายยังทำไม่ได้ทั้งหมด แม้บางบริษัทสามารถปรับราคาสินค้าได้ ก็จะมีปริมาณขายลดลง โดยบริษัทใหญ่ที่สุดในกลุ่มคือ SCC จะเห็นกำไรลดลงชัดเจนจากปีก่อน เนื่องจาก Spread ปิโตรเคมีลดลงจากปีก่อนมาก ขณะที่ SCCC ต้องเผชิญปัจจัยลบจากการอ่อนค่าของเงินรูปีศรีลังกา อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้มีโอกาสเกิด FX Loss ส่วน TASCO ที่ยังไม่สามารถหาแหล่งวัตถุดิบแทน Crude จากเวเนซูเอลาได้ จะถูกกดดันจาก margin ที่ลดลง

  กลุ่มปิโตรเคมี(-QoQ,-/0YoY) แนวโน้มกำไรปกติ 2Q65 คาดจะปรับตัวลดลง QoQ สำหรับกลุ่มโอเลฟินส์ และอะโรเมติกส์ ตาม spread ผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าต้นทุนวัตดุดิบที่เพิ่มขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้ลดลง และ supply ใหม่ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 65 ถึงปัจจุบัน มีเพียง IVL ที่น่าจะประคองกำไรปกติได้ QoQ เพราะได้มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไปแล้วกว่า 50% ซึ่งเป็นระดับราคาที่มากกว่าปี 64 ทำให้มั่นใจได้ว่าทิศทางกำไรในปี 65 น่าจะเห็นการเติบโต YoY ประกอบกับในช่วงไตรมาส 2 ของทุกปีเป็นช่วง high season ของ PET ทำให้ spread โดยรวมยังทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงกับงวด 1Q65

  กลุ่มธนาคาร(-/0QoQ,-YoY) คาดกำไรสุทธิงวด 2Q65 ทรงตัว QoQ แต่ลดลง YoY จาก BAY ที่มีกำไรจากเงินลงทุน โดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิขยายตัวตามฐานสินเชื่อและสำรองลดลง ช่วยชดเชย Non -NII อ่อนตัวจาก capital market เลือก ธ.พ. ใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น อย่าง BBL KBANK และ KTB

  กลุ่มยานยนต์(-QoQ,-YoY) คาดกำไรงวด 2Q65 อ่อนตัว QoQ จากยอดขายตามฤดูกาลและมาร์จิ้นได้รับผลกระทบจากต้นทุน เลือกหุ้นสถานะการเงินเป็น Net cash ทนทานเมื่อ
เผชิญกับ Macro Risk อย่าง SAT และ STANLY

  สรุปคือ มุมมองกำไร 2Q65 มีโอกาสลดลงทั้ง QoQ และ YoY สูง เนื่องจากฐานกำไรไตรมาสก่อน และช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ในระดับสูง บวกกับบริษัทจดทะเบียนที่ต้องรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามและอาจนำไปสู่การปรับประมาณการกำไรลงของฝ่ายวิจัยฯ

 

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh