ข่าวหุ้นล่าสุด

(เพิ่มเติม)SCGP จ่อปิดดีลซื้อธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกในเวียดนามปีนี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 ต.ค. 63 13:56 น.

  SCGP พอใจราคาเปิดเทรดวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนไม่เอื้อนัก จ่อนำเงินไอพีโอ 1 หมื่นล้านบาทใช้คืนหนี้ กด D/E เหลือ 0.5 เท่า ลุ้นปีนี้ปิดดีลซื้อกิจการโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกในเวียดนาม

  นายกุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ส่วนหนึ่งประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อไปชำระหนี้สินต่อสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลให้อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยของบริษัทจะลดลงเหลือ 0.5 เท่าจากเดิมที่อยู่ในระดับ 0.9เท่า โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีหนี้สิน 50,000 ล้านบาท และมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2%

  หลังจากที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วบริษัทพร้อมที่จะขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อเข้าลงทุนซื้อกิจการบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกในเวียดนาม คาดจะสามารถเจรจาปิดดีลการเข้าซื้อได้ภายในปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทกำลังศึกษาหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว ฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์จาก PET

  ด้านนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม พอใจราคาเปิดการซื้อขายวันแรก ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนไทยในไม่ค่อยสู้ดีนัก เนื่องจากมีปัญหาปัจจัยทางการเมืองเข้ามากระทบ ซึ่งสะท้อนความเชื่อของนักลงทุน ทั้งนี้ยังเชื่อว่านักลงทุนสถาบันจะเป็นอีกกลุ่มที่รอจังหวะเข้าซื้อ หลังจากที่มีนักลงทุนบางส่วนขายหุ้นออกไปเพื่อต้องการถือเงินสด

  นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)​ หรือ SCB ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า SCGP มีโอกาสที่จะได้รับการเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Index ในรอบคำนวณใหม่วันที่ 10 พ.ย.นี้ เนื่องจากขณะนี้เกณฑ์มาร์เก็ตแคป และอัตราส่วนสภาพคล่องของหุ้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่อย่างไรก็ต้องรอดูปริมาณการซื้อว่าจะเข้าเกณณฑด้วยหรือไม่

  นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันนี้ (22 ตุลาคม 2563) นับเป็นก้าวสำคัญของ SCGP สู่การเป็นบริษัทมหาชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจจากการมีฐานะการเงินที่เข้มแข็งขึ้น โดยบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ขยายการลงทุน ชำระเงินกู้และเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยในปี 2563-2564 บริษัทฯ ได้ลงทุนขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวในประเทศเวียดนามและไทย และขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 8,200 ล้านบาท

  ทั้งนี้ หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ SCGP พร้อมขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายกำลังการผลิตและศึกษาโอกาสเข้าควบรวมกิจการ (Merger & Partnership) โดยในปีนี้ SCGP อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมและเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกในประเทศเวียดนาม เป็นการเพิ่มศักยภาพและการเติบโต รักษาตำแหน่งผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนที่ต้องการเติบโตไปด้วยกัน

  “เรามองว่าตลาดบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียนยังมีศักยภาพเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและรายได้ การเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอีคอมเมิร์ซ การให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ขณะที่ SCGP มีความสามารถในการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ครอบคลุมถึงการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จึงมั่นใจว่าด้วยโมเดลธุรกิจที่วางไว้จะสามารถสร้างการเติบโตที่ดี” นายวิชาญ กล่าว

  ทั้งนี้ SCGP เป็นบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างและมีผลิตภัณฑ์รวมถึงบริการอย่างครบวงจร สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น เป็นผู้นำธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรที่จะได้รับแรงเสริมจากการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในยุค New Normal ได้อย่างดี นอกจากนี้ SCGP ยังดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG หรือการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นแนวคิดของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ลักษณะธุรกิจของ SCGP
บริษัทประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) เพื่อให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยแบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ (1) สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging Chain) และ (2) สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) โดยมีบริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักซึ่งก่อให้เกิดกำไรหลัก

 




รายงาน    สันติภาพ เกตุสร้อย 
เรียบเรียง  จำเนียร พรทวีทรัพย์ 
อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด