ข่าวหุ้นล่าสุด

CBG มั่นใจ 2 ปี`บาวแดง`ครองแชร์เบอร์ 1-เล็งส่ง CJ เข้าตลาดหุ้นปี 65

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 พ.ย. 63 8:58: น.

   "เสถียร เศรษฐสิทธิ์" มั่นใจ "คาราบาวแดง" จะครองมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 ในไทย ภายใน 1-2 ปี ลั่นผลงาน CBG ปีนี้รายได้นิวไฮ พร้อมขอเวลา 2 ปี ศึกษาเรื่องแตกพาร์  แย้มเตรียมส่ง CJ เข้าตลาดหุ้นในปี 65   

   นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าภายในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ "คาราบาวแดง" จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดประเทศไทยได้

   โดยขณะนี้ คาราบาวแดงมีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับสองเป็นรองเพียง M150 ของบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เท่านั้น หลังจากปัจจุบันเครื่องดื่มคาราบาวแดงได้มียอดขายขึ้นมาเป็นอับดับหนึ่งในตลาดอาเซียนแล้ว โดยมียอดขายสูงสุดทั้งในประเทศกัมพูชา,เวียดนาม และเมียนมา

   ทั้งนี้ปัจจุบันคาราบาวแดงมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดไทยอยู่ที่ประมาณ 24-25% ซึ่งเปรียบเทียบกับ M150 ที่อยู่ระดับ 37-38% ซึ่งแม้ว่ายังน้อยกว่าคู่แข่งอยู่ แต่บางภูมิภาคถือว่าบริษัทมียอดขายขึ้นนำแล้ว อาทิ ตลาดในโซนภาคกลาง เป็นต้น ขณะที่บริษัทคาดว่ายอดขายองคาราบาวแดงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าหากบริษัทมียอดขายปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 1,000 ล้านขวดต่อปี จากเดิมที่ระดับ 800 ล้านขวดต่อปี คาดว่าก็มีโอกาสที่จะแซงคู่แข่งขึ้นมาอันดับหนึ่งได้

   ขณะที่คาดว่าผลประกอบการของบริษัทปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) หลังจากในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาทำมีรายได้เกือบเท่ากับทั้งปีก่อนแล้ว โดยคาดว่าผลการดำเนินงานปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะเติบโตประมาณ 20% จากปีก่อน

   พร้อมตั้งเป้ายอดขายจะแตะระดับ 200,000 ล้านบาทภายในอีก 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากการขยายธุรกิจออกไปในตลาดต่างประเทศและการลดต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการสร้างรากฐานการกระจายสินค้าในไทยผ่านการจัดกิจกรรมร่วมกับร้านค้าในเครือข่าย

   ส่วนแนวคิดในการแตกพาร์หุ้น CBG นั้น เบื้องต้นได้พูดคุยกับทางฝ่ายการเงินอยู่บ้าง แต่ยังต้องขอเวลาศึกษาและทำความเข้าใจ เนื่องในช่วงนี้ตนเองและบริษัทเน้นแต่เรื่องการทำธุรกิจ และตนเองยังไม่มีความรู้เรื่องหุ้นมากนัก  จึงคาดว่าอีก 2 ปี จึงจะนำเรื่องแตกพาร์มาพูดคุยกันอีกครั้ง    

   "เรื่องแตกพาร์นั้น ผมไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเท่าไหร่ เพราะเน้นทำแต่ธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาก็มี CFO บริษัทมาพูดให้ฟังเรื่องนี้ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าถึงค่อยมาพูดเรื่องนี้อีกที" นายเสถียรกล่าว

   ส่วนธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ "CJ" ซึ่งเป็นการลงทุนในนามส่วนตัวของกลุ่มนายเสถียรเอง คาดว่าจะนำเข้ามาจะทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายในปี 65 ซึ่งปัจจุบันมีสาขาแล้วกว่า 530 สาขาทั่วประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 580 สาขาภายในช่วงสิ้นปีนี้

   โดยยอดขายปีนี้คาดว่าจะทำได้กว่า 18,000 ล้านบาท และมีกำไรมากกว่า 900 ล้านบาทขึ้นไป หลังสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยอดขายของร้านสะดวกซื้อ CJ เติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งมองว่าปีนี้ผลประกอบการจะขยายตัวกว่า 20% จากปีก่อน

   นอกจากนี้ส่วนตัว (ลงทุนในนามส่วนตัว) ยังได้เข้าไปร่วมลงทุนกับร้านโชห่วย (ร้านค้าปลีก) ในแต่ละชุมชนเพื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ภายใต้ชื่อร้าน "ถูกดี มีมาตรฐาน" ซึ่งบริษัทจะเข้าไปลงทุนในการปรับโฉมร้านค้าให้ใหม่ เช่น ชั้นวางสินค้าและตู้แช่ให้ทั้งหมด และแบ่งสัดส่วนกำไรกันโดยร้านค้าได้สัดส่วน 85% และบริษัทได้ 15%

   โดยคาดว่าภายในช่วงสิ้นปีนี้จะมีสาขาเครือข่ายทั้งหมด 200-300 สาขา และปี 64 คาดจะเปิดเพิ่มเป็น 1,000 สาขา พร้อมตั้งเป้าภายในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีสาขาทั้งหมดกว่า 30,000 สาขา
 

ลักษณะธุรกิจของ CBG
ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีการลงทุนหลักในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจ ผลิต ทำการตลาด จำหน่าย และบริหารจัดการการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่น ๆ อย่างครบวงจร

 




รายงาน    ปริวัฒน์ หินพลอย 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด