ข่าวหุ้นล่าสุด

เปิดสถิติทองนิวไฮ 7 เดือนพุ่ง 30% - Gold Futures ทะลัก 6.2 ล้านสัญญา

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ส.ค. 63 15:33 น.

   เปิดสถิติทอง 7 เดือน ปี 63 ราคาทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดเฉียด 2,000 เหรียญ ส่วนทองไทยแตะ 29,600 บ. ดันราคาพุ่งกว่า 30% ฟาก Gold Futures ไม่น้อยหน้าวอลุ่มทะลักกว่า 6 ล้านสัญญา ฟากกูรูเตือนระวังแรงขายทำกำไร แต่ยังลุ้นเห็น 2,200 เหรียญ      
 
    ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย รายงานว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตลาดทองคำได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมากจนราคาขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์  โดยสัญญาทองคำตลาด  Commodity Exchange หรือ COMEX  ส่งมอบเดือนธ.ค. (สิ้นสุด 31 ก.ค.63) เพิ่มขึ้น 19.1 ดอลลาร์ หรือ 0.97% ปิดที่ 1,985.9 ดอลลาร์/ออนซ์  

   โดยในเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้นถึง 10.3% ถือเป็นการปรับขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2559 ขณะที่ระหว่างการซื้อขาย  ราคาทองพุ่งขึ้นแตะระดับสูงถึง 2,005.40 ดอลลาร์/ออนซ์  ทะลุ2,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายสัญญาทองคำในตลาด COMEX ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศไม่น้อยหน้าทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์เช่นกันที่ 29,300 บาท
 
    ปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลักๆ คงมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นทั่วโลกกว่า 17 ล้านราย กระทบเศรษฐกิจโดยรวมจากการชัตดาวน์ในหลายประเทศ สะท้อนการลงทุนกลับมาที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำทะยานชัดเจนตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

   อีกปัจจัยที่กระตุ้นให้ทองคำน่าสนใจมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้ คือความขัดแย้งของประเทศจีนและสหรัฐฯ ซึ่งมีประเด็นเป็นระลอกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดสหรัฐฯ สั่งปิดสถานทูตจีนที่เมืองฮิวสตัน ด้านจีนตอบโต้โดยปิดสถานทูตสหรัฐในเมืองเฉิงตู    รวมถึงธนาคารกลางในต่างประเทศหลายแห่ง อัดฉีดเม็ดเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยทำให้สกุลเงินดอลลาร์มีแรงขายออกมา ซึ่งกดดันดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงจนแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 2 ปี หนุนเม็ดเงินเข้าลงทุนในทองคำแทน

* 7 เดือนปี 63 ทอง COMEX พุ่ง 30% - ทองไทยกระฉูด 35.43%

   ทั้งนี้หากราคาทองคำในตลาด COMEX คำนวณราคาเปิดตั้งแต่ต้นปี 63 ที่ 1,519.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ถึงราคาปิดสิ้นสุดเดือนก.ค.63 ที่ 1,985.90 ดอลลาร์/ออนซ์ พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 466.2 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 30.67% 

   ส่วนราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) หากคำนวณราคาเปิดตั้งแต่ต้นปี63 ที่ 1,517.24 ดอลลาร์/ออนซ์ ถึงราคาปิดสิ้นสุดเดือนก.ค.63 ที่ 1,975.90 ดอลลาร์/ออนซ์ พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 458.66 ดอลลาร์/ออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 30.22%

   ด้านทองในประเทศเองเกิดปรากฎการณ์แห่ขายและซื้อทะลักร้าน โดยวันที่ 28 ก.ค.63 ราคาทองคำทำนิวไฮแตะ 23,000 บาท สมาคมค้าทองคำประกาศเปลี่ยนราคาทองระหว่างวันถึง 16 ครั้ง แต่ราคาทองในประเทศยังบวกได้จำกัดกว่าทองในตลาดโลก เนื่องจากค่าเงินบาทที่ผันผวน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระดับแข็งค่ากว่า 31 บาท/ดอลลาร์

         ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนในรูปแบบทองบาทได้รับมูลค่าลดน้อยลง โดยคำนวณราคาทองคำแท่งขายออกเปิดตลาดต้นปี63 ที่ 21,450 บาท ถึงราคาปิดสิ้นสุดเดือนก.ค.63 ที่ 29,050 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 7,600 บาท หรือเพิ่มขึ้น 35.43%

* SPDR เก็บทองมากสุดในรอบ  10 ปี - Gold Futures ทะลุ 6.2 ล้านสัญญา

    ขณะที่กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR ยังทยอยเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง โดยมียอดสะสมในแต่ละเดือนเป็นซื้อสุทธิ รวมต้นปี63ถึงสิ้นเดือนก.ค. ซื้อรวมไปแล้ว 348.17 ตัน ถือครองล่าสุดอยู่ที่ 1,241.96 ตัน นับเป็นยอดการเข้าซื้อรวมมากสุดนับตั้งแต่ปี 53 หรือในรอบ 10 ปี โดยในปี 52 เคยซื้อสูงสุดสะสมทั้งปีที่ 353.39 ตัน

   สำหรับตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า Gold Futures ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เป็นอีกตลาดที่คึกคักไม่แพ้กัน ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีปริมาณการซื้อขายรวม 1.8 ล้านสัญญา ซึ่งแตะหลักล้านสัญญาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดการซื้อขายสินค้าในกลุ่ม Gold Futures โดยปริมาณการซื้อขายรวม 7 เดือนแตะระดับ 6.2 ล้านสัญญา

ปี 63 ราคาทองSPOTเฉลี่ย
(ดอลลาร์/ออนซ์)
ราคาทองแท่ง
ขายออกเฉลี่ย(บาท)
กองทุนSPDR Gold Futures
ปริมาณ(สัญญา)
ซื้อ ถือครอง(ตัน)
ม.ค. 1,559.17 22,444.44 9.96 903.21 853,260
ก.พ. 1,597.06 23,690.00 31.02 934.23 999,554
มี.ค. 1,589.81 24,117.31 32.77 967 1,814,656
เม.ย. 1,679.44 25,765.38 89.5 1,056.50 707,937
พ.ค. 1,719.21 26,103.85 66.64 1,123.14 469,544
มิ.ย. 1,734.46 25,594.23 55.76 1,178.90 661,973
ก.ค. 1,838.11 27,305.56 63.06 1,241.96 693,629
  จุดสูงสุดที่ 1,981.20 จุดสูงสุดที่ 29,300 ซื้อรวม 348.71 ซื้อขายรวม 6.2 ล้าน

ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

* นายกฯ ทอง เตือนระวังแรงขายทำกำไร 

   นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ราคาทองคำตอนนี้ขาขึ้น ซึ่งต้องระวังการขายทำกำไรของกลุ่มกองทุนต่างๆ เช่น SPDR กดดันราคาทองคำปรับตัวลง โดยเบื้องต้นราคาทองคำต้องยืนเหนือแนวต้าน 1,975 ดอลลาร์/ออนซ์ให้ได้ชัดเจนก่อน จึงมีโอกาสปรับขึ้นต่อโดยมีเป้าหมายแนวต้านถัดไปที่ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ หากไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกได้ มองแนวรับไว้ที่ 1,945 ดอลลาร์/ออนซ์
 
   ด้านราคาทองคำในประเทศประเมินแนวต้านใหญ่ไว้ที่ 30,000 บาท ซึ่งมีโอกาสเห็นได้ในปีนี้หากค่าเงินบาทไม่แข็งค่ามากจนเกินไป โดยทิศทางค่าเงินยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน เป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำปรับขึ้นทดสอบแนวต้านดังกล่าวได้ยากเช่นกัน

* MTS ให้ต้านถัดไป 2,200 เหรียญ

   ส่วนนพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ MTS GOLD แม่ทองสุก เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่ามีโอกาสเห็นราคาทองคำในปีนี้ปรับตัวทะลุแนวต้านสำคัญที่ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยแนวต้านถัดไปประเมินไว้ที่ 2,100-2,200 ดอลลาร์/ออนซ์ อย่างไรก็ตามต้องติดตามภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส4/63 อีกครั้งประกอบกัน 

   สำหรับเป้าหมายราคาทองในประเทศมีแนวต้านใหญ่ที่ 30,000 บาท โดยระดับทองคำตลาดโลกที่ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ จะเห็นทองไทยแตะประมาณ 29,800 บาท เนื่องจากเงินบาทในประเทศยังแข็งค่ากดดัน กลยุทธ์การลงทุนทองคำแนะนำเก็งกำไรแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งยังมีปัจจัยวิกฤติเศรษฐกิจและการอัดฉีดเม็ดเงินในธนาคารกลางทั่วโลกช่วยหนุน

   การลงทุนทองคำขาขึ้นในช่วงนี้อาจเป็นสิ่งที่ดี ให้ผลตอบแทนที่น่าจูงใจ แต่การที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงต่อเนื่องเช่นนี้ มีโอกาสถูกขายทำกำไรออกมาเช่นกัน ซึ่งกูรูในวงการทองคำยังไม่สามารถฟันธงได้ชัดเจนว่า เป้าหมายสูงสุดสำหรับขาขึ้นในรอบนี้ จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ถึงระดับใด เพราะต้องติดตามปัจจัยรายวันประกอบกัน ดังนั้นการลงทุนทองคำช่วงนี้ควรพิจารณาปัจจัยให้รอบด้านเพื่อความปลอดภัยของเงินลงทุนในพอร์ตด้วย

 

 




รายงาน    ชุติมา อภิชัยสุขสกุล 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด