ข่าวหุ้นล่าสุด

TISCO ชี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เสี่ยงลงต่อ แนะทยอยซื้อตราสารหนี้ล็อกผลตอบแทน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ก.ย. 65 14:15 น.

  TISCO คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ เสี่ยงปรับลงต่อหลังเฟดเดินหน้าลดงบดุล -ขึ้นดอกเบี้ยแรง ด้านเงินเฟ้อลงช้ากว่าคาด และเศรษฐกิจยังอ่อนแอ หวั่นบจ.โดนหั่นเป้าซ้ำ แนะลงทุนตราสารหนี้ลดเสี่ยง

 

  นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า แม้ว่าปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500) จะปรับลงมาอยู่ในระดับ 3,655 จุด ใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในเดือนมิ.ย. แต่TISCO ESU มองว่า มีโอกาสตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลงต่อได้อีก เพราะมีปัจจัยลบรออยู่อีก 3 ประการ ได้แก่

  ปัจจัยแรก ตั้งแต่เดือนก.ย.65 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดปรับเพิ่มเพดานสูงสุดของการลดขนาดงบดุลเป็นเดือนละ 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่ปรับลดเดือนละ 47,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้งบดุลของเฟด ช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะลดลงรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.1 - 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอดีตที่เฟด เดินหน้า QE จะทำให้ Forward P/E ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับลงตาม โดยในการเดินหน้า QT รอบนี้ TISCO ESU ประเมินว่า จะส่งผลให้ในช่วงปี 66 Bond Yield สหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้น 20 -80 bps ส่งผลกดดันให้ค่า Forward P/E ที่เหมาะสมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลงจากปัจจุบันประมาณ 5 - 10%

  ปัจจัยที่สอง ด้านอัตราเงินเฟ้อ แม้ TISCO ESU คาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่แนวโน้มเงินเฟ้อในระยะยาวยังมีความไม่แน่นอนสูงว่าจะสามารถลดลงเข้าสู่ระดับ 2% ตามเป้าหมายเงินเฟ้อของ เฟด ได้หรือไม่ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันการกระจายตัวในหลายกลุ่มสินค้า และมีกระแสการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทานที่อาจทำให้ในระยะยาวเงินจะเฟ้อค้างอยู่ในระดับสูง เช่น กระแสนโยบายการคลังซึ่งเอนเอียงไปทางประชานิยม (Populism) มากขึ้น และทิศทางนโยบายที่เน้นการลงทุนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านการทหาร อาหาร พลังงาน และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งจีน-ไต้หวัน

  ทั้งนี้ หากในระยะยาวเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับเกินกว่า 3% จะทำให้ เฟดจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อค่า P/E ของตลาดหุ้นให้ลดลง โดยในช่วง 5 ย้อนหลัง ดัชนี S&P 500 ซื้อขายที่ระดับ P/E เฉลี่ย 18 เท่า ซึ่ง TISCO ESU มองว่า จากปัจจัยข้างต้นจะทำให้ในรอบนี้ P/E ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะลงมาซื้อขายที่ระดับประมาณ 14 เท่า โดยระดับดังกล่าวเป็นระดับที่เทียบเคียงมาจากช่วงปี 2546 – 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเป็นปัจจัยหนุนให้เงินเฟ้อทรงตัวอยู่ในระดับสูงเหมือนในปัจจุบัน

  ปัจจัยที่สาม จากการรวบรวมความเห็นของนักวิเคราะห์โดย Bloomberg พบว่า นักวิเคราะห์เริ่มปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนใน S&P 500 ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า (Forward EPS) โดยได้ปรับลดกำไรบริษัทจดทะเบียนลงแล้ว 1% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในช่วงเดือนมิถุนายนโดยมีเพียงหุ้นกลุ่มพลังงาน (Energy) ที่ยังถูกปรับขึ้นเป็นอย่างมากถึง 9% ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูง อย่างไรก็ตาม TISCO ESU คาดว่า ในอนาคตมีโอกาสที่นักวิเคราะห์จะปรับลดกำไรบริษัทจดทะเบียนลงอีก ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันในเดือนที่ผ่านมาเริ่มปรับลดลงแรง

  โดยตลาดหุ้นยังมีความผันผวนสูงและมีปัจจัยกดดันอยู่หลายประการ ตลาดตราสารหนี้เริ่มกลับมาให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) อายุ 2 ปี ของสหรัฐฯ ได้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% สูงสุดตั้งแต่ปี 50 ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี สหรัฐฯ ก็พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 4% ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่า Bond yield สหรัฐฯ ที่ระดับ 4% ได้สะท้อนความเสี่ยงจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปมากแล้ว และประเมินว่า Bond yield จะกลับมาลดลงในปีหน้าตามการทยอยลดลงของอัตราเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้จึงแนะนำให้นักลงทุนทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูงเช่นในปัจจุบัน

 

 


เรียบเรียง  ชุติมา อภิชัยสุขสกุล 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com

อนุมัติ     สุรเมธี มณีสุโข 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh