ข่าวหุ้นล่าสุด

RATCH เผยปีนี้จ่อสรุปดีล M&A 1-2 โครงการ ตั้งเป้า COD รวม 180 MW

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ส.ค. 62 12:39 น.

   นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยในการแถลงสรุปผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก และแนวโน้มปี 2562 ว่า บริษัท คงเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9,222 เมกะวัตต์ ตั้งงบลงทุนปีนี้ 10,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันใช้แล้ว 2,000-3,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง ทั้งระบบราง ถนน และโทรคมนาคม หวังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 20% ในปี 2566 จากปัจจุบันต่ำกว่า 5% โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

   -ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9,222 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นในประเทศ 6,420 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 69.62% และในต่างประเทศ 2,802 เมกะวัตต์
   - ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD)  รวม 180 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันมี 2 โรงที่เดินเครื่องแล้ว ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คอลลินส์วิลล์ โดยเดินเครื่องแล้วตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่นเดินเครื่องแล้วตั้งแต่มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียนเซน้ำน้อย คาดว่าจะ COD ได้ในช่วงธันวาคม 2562 นี้
   -ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและการพัฒนา ประกอบด้วย โรงไฟฟ้านวนครส่วนขยาย โรงไฟฟ้าพลังงานลมคอลเลกเตอร์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมยานดิน ซึ่งคาดว่าจะเริ่ม COD ได้ภายในปี 2563 กำลังการผลิตรวม 400.73 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟังเซงกัง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนเรียว โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดบริการได้ในปี 2564 ส่วนโรงไฟฟ้าหินกองชุดที่ 1 กำลังการผลิต 700 เมกะวัตต์ คาดจะ COD ได้ในปี 2567 และชุดที่ 2 คาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2568
   -ในปีนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนปีนี้ 10,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันใช้แล้ว 2,000-3,000 ล้านบาท โดยใช้ในโครงการยานดิน และในช่วงที่เหลือจะมีโครงการลงทุนเพิ่มเติม โดยจะมีการลงทุนด้วยการซื้อกิจการที่มีรายได้แล้ว โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และการลงทุนพัฒนาในโครงการใหม่ ซึ่งในปลายปีนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุป M&A อย่างน้อย 1-2 โครงการ กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์
   “ในการลงทุนนั้นจะมีหลากหลายรูปแบบทั้งในโครงการที่เริ่มรับรู้รายได้แล้ว (Brownfield)  เพื่อรับรู้รายได้เร็วขึ้น แต่ที่ยังไม่ได้สร้าง (Greenfield)  เราก็ไม่ทิ้ง โดยการลงทุนจะมีทั้งในและต่างประเทศ มีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน มีการลงทุนเพิ่มเติมในระบบโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น กลยุทธ์การลงทุนในปีนี้จะเน้นการร่วมทุนกับพันธมิตร ทั้งในรูปแบบการซื้อกิจการที่มีรายได้แล้ว โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และการพัฒนาโครงการใหม่ เพื่อให้การบริหารเงินลงทุนและผลตอบแทนมีประสิทธิภาพสูงสุด”นายกิจจา กล่าว 
   -การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนั้น จะเน้นการลงทุนในประเทศ ทั้งระบบโครงการคมนาคมขนส่ง ทั้งทางถนน และระบบราง โดยเฉพาะในการลงทุนมอเตอร์เวย์สาย M8 และ M61 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันตก  และโครงการโทรคมนาคม ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนในไฟเบอร์ออฟติกของ TOT ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทมากขึ้น โดยในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 20% จากปัจจุบันต่ำกว่า 5%
   - ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ รับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าที่เพิ่งเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ 2 แห่ง คือโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์คอลลินส์ วิลล์ ในออสเตรเลีย (บริษัทฯ ถือหุ้น 100%) กำลังผลิต 42.5 เมกะวัตต์ เดินเครื่องเมื่อเดือนมีนาคม และโครงการเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น (บริษัทฯถือหุ้น 35%) กำลังผลิตตามสัดส่วนลงทุน 34.73 เมกะวัตต์  เริ่มเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ ณ เดือนมิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีกำลังผลิตที่เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการลงทุนรวม 6,937.58 เมกะวัตต์
   - สำหรับผลการดำเนินงานรอบครึ่งปีแรก 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 23,518.50 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจาก 2 ส่วนที่สำคัญ คือรายได้ค่าขายไฟจากโรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ และบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น รวมจำนวน 19,283.96 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของรายได้รวม และรายได้จากส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมทุนจำนวน 2,362.96 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของรายได้รวม ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด จำนวน 3,693.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.55 บาท
   - ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีสินทรัพย์รวม จำนวน 99,156.02 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 39,550.93 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 59,605.09 ล้านบาท
   “ ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทฯ ได้ลงทุนโครงการพลังงานลม 2 แห่งในออสเตรเลีย คือ โครงการคอลเลกเตอร์ กำลังผลิต 226.8 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นทั้งหมด และ โครงการยานดิน กำลังผลิตติดตั้ง 214.2 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทฯ ได้เข้าร่วมทุนถือหุ้น 70% และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมหินกอง กำลังผลิตติดตั้ง 1,400 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย สำหรับธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการคมนาคมขนส่งระบบราง ถนน และโทรคมนาคม เพื่อเร่งสร้างฐานธุรกิจตามเป้าหมาย รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2564” นายกิจจา กล่าว

ลักษณะธุรกิจของ RATCH
บริษัทฯ ประกอบธุรกิจในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้ง โดยลงทุนถือหุ้นในบริษัทอื่น ซึ่งมีสถานะเป็นบริษัทหลัก บริษัทย่อย และ/หรือ บริษัทร่วมค้าของบริษัทฯ ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ลงทุนในบริษัทพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงหลักประเภทต่างๆ โครงการพลังงานทดแทน ตลอดจนธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการผลิตไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานด้านอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รายได้หลักของบริษัทฯ มาจากเงินปันผลและส่วนแบ่งกำไร

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด