ข่าวหุ้นล่าสุด

Ethereum เตรียมปิดฉาก 3 เครือข่ายทดสอบหลังการอัปเกรด The Merge

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 มิ.ย. 65 18:05 น.

            Ethereum เตรียมปิดฉาก 3 เครือข่ายทดสอบหลังอัปเกรด The Merge ได้แก่ Kiln, Rinkeby, Ropsten ด้าน ‘วิทาลิก’ ยอมรับกังวลอำนาจกองอยู่ที่ Lido หลังรวบรวม ETH วาง Stake มากถึง 1 ใน 3

            องค์กร Ethereum Foundation เปิดเผยว่า จะทำการยกเลิก Testnet (เครือข่ายสำหรับการทดสอบใช้งานบล็อกเชน) จำนวน 3 เครือข่าย ได้แก่ Kiln, Rinkeby, และ Ropsten ภายหลังจากที่ Ethereum เปลี่ยนไปใช้กลไกแบบ Proof-of-Stake มีเพียง Testnet ที่ชื่อ Goerli กับ Sepolia เท่านั้นที่จะเปิดให้ใช้งานต่อไปหลังจากที่การอัปเกรด “The Merge” ได้ดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว

            ข้อความจากบล็อกของ Ethereum Foundation ชี้แจงว่า Testnet อย่าง Kiln, Rinkeby, และ Ropsten จะถูกยุติการใช้งานเพื่อให้สามารถทุ่มเททรัพยากรในการบำรุงรักษา Testnet อีก 2 เครือข่ายให้ใช้งานต่อไปได้ ทั้งนี้ กลุ่มนักพัฒนาระบบจะมีเวลาในการเตรียมย้ายเครือข่ายก่อนที่จะปิดตัวลงอย่างถาวร

            โดย “Kiln” จะเป็น Testnet ของ Ethereum เครือข่ายแรกที่ถูกปิดตัวลง โดย Testnet นี้มีเป้าหมายในการเป็นพื้นที่สำหรับทดลองระบบหลังจากการอัปเกรด The Merge แล้ว ตามด้วยการปิดตัวของ Rinkeby ซึ่งมีกำหนดให้หยุดใช้งานภายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ขณะที่เครือข่ายทดสอบ Ropsten จะยังคงเปิดให้ใช้งานต่อไประหว่างไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้

            Ropsten มีกำหนดยุติการใช้งานในระยะเวลา 1 ปีหลังจากที่ Testnet ชื่อ Sepolia เปลี่ยนไปใช้กลไกแบบ Proof-of-Stake สำเร็จแล้ว

            แม้ว่าเครือข่าย Goerli จะถูกกำหนดให้ผสานรวมเป็นส่วนหนึ่งกับ Prater Beacon Chain Testnet แต่บล็อกเชนของ Goerli จะยังคงมีการเปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ที่ต้องการลองใช้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย Testnet ในขณะที่เครือข่าย Sepolia จะถูกเปลี่ยนไปใช้กลไกแบบ Proof-of-Stake ผ่านเครือข่าย Beacon Chain ใหม่ของ Ethereum

            *Vitalik Buterin แสดงความกังวลต่อประเด็นเรื่องอำนาจที่รวมศูนย์อยู่ในมือของรายใหญ่

            เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum อย่าง Vitalik Buterin เพิ่งให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Fortune ถึงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอำนาจที่รวมศูนย์อยู่ในมือของผู้เล่นรายใหญ่ซึ่งมีสาเหตุมาจากบริการ Staking ของแพลตฟอร์ม Lido Finance บน Ethereum เนื่องจากปัจจุบัน Lido เป็นผู้ถือครองเหรียญ Ethereum ที่มีการวาง Stake ไว้บนระบบเป็นสัดส่วนมากถึง 1 ใน 3

            “ผมกังวลแน่นอนครับ ส่วนตัวมองว่านี่เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องขบคิดเพื่อเปลี่ยนแปลงกลไก Proof-of-Stake ในระยะยาว แต่เรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือเราไม่ควรมองโลกในแง่ร้ายจนเกินเหตุแบบที่คนทั่วไปชอบเป็นกันนะครับ” Buterin กล่าว


            ที่มา : cryptoslate


เรียบเรียง  ชัชชญา อังคุลี 
                อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh