ข่าวหุ้นล่าสุด

ผู้ว่าธปท.ห่วงการเมืองหลายประเทศ สร้างความเสี่ยงต่อศก.อาเซียนระลอกใหม่

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 มิ.ย. 62 16:54 น.

   ผู้ว่าธปท. มองความตึงเครียดทางการเมืองในหลายประเทศ อาจสร้างความเสี่ยงใหม่ กระทบการค้าลงทุนในอนาคต แนะกลุ่ม CLMVT รวมกลุ่มค้าขายระหว่างกันแทนการส่งออกไปยังประเทศไกล พร้อมหนุนเปิดเสรีภาคบริการ หวังเพิ่มความหลากหลาย-เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่วนปัญหาระบบแบงก์ล่มสั่งแต่ละแบงก์ชี้แจงปชช.แล้ว ยันจากนี้ต้องมีปัญหาลดลง  

   นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานCLMVT Forum 2019 ว่า ปัจจุบัน พบว่า ความตึงเครียดในระดับการเมืองนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ความขัดแย้งต่างๆในตะวันออกกลาง อินเดีย และปากีสถาน Brexit และความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ซึ่งความตึงเครียดทางการเมืองเหล่านี้ อาจสร้างความเสี่ยงใหม่ในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนและการค้า
   อย่างไรก็ตาม กลุ่ม CLMVT จำเป็นที่จะต้องรวมเส้นทางการผลิต เป็นแบบภูมิภาค โดยเน้นหันมาค้าขายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น แทนการค้าส่งไปประเทศห่างไกล แม้ว่าปัจจุบัน การส่งออกไปยังสหรัฐ และยุโรปยังเป็นปลายทางการส่งออกที่สำคัญ แต่หากกลุ่ม CLMVT สามารถรวมกันได้ และค้าขายระหว่างกันมากขึ้น จะเป็นจุดสำคัญของห่วงโซ่การผลิตในอนาคต
   “ที่ผ่านมาพบว่า ปัญหาการเมืองในหลายประเทศ แม้แต่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเองได้สร้างการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการย้ายฐานการผลิต หรือแม้กระทั่งการเติบโตเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ ดังนั้น เราจะต้องร่วมกันค้าขายระหว่างกันมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว”นายวิรไท กล่าว
   นอกจากนี้ ในอนาคตห่วงโซ่ภาคบริการจะมีบทบาทมากขึ้น และสำคัญมากขึ้น ดังนั้นการเปิดเสรีภาคบริการจะเริ่มมีความสำคัญ เนื่องจากในอนาคตจะไม่สามารถพึ่งพาภาคการผลิต และรายได้จากการผลิตเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตได้ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้กำแพงเสรีภาคบริการลดน้อยลง ทำอย่างไรให้บุคคลในวิชาชีพสามารถข้ามประเทศไปมาได้อย่างเสรีบนใบอนุญาตเดียวกัน ซึ่งการเปิดเสรีภาคบริการ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และมีความหลากหลายของภาคบริการเพิ่มมากขึ้น
   นายวิรไท กล่าวว่า ด้านการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขอเทคโนโลยี โดยการใช้หุ่นยนต์เข้ามาใช้มากขึ้นนั้น ห่วงโซ่การผลิตแบบเดิมที่อิงกับการประกอบและใช้ต้นทุนค่าแรงต่ำที่เคยได้เปรียบจะลดความสำคัญลง และหุ่นยนต์และออโตเมชั่นจะสามารถทำหน้าที่ได้ถูกกว่า และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นมองว่า เรื่องเทคโนโลยีจะเปลี่ยนรูปแบบห่วงโซ่การผลิตจากเดิมไป ดังนั้น แรงงานจะต้องเพิ่มทักษะอย่างอื่นมากขึ้น โดยเน้นการสร้างความรู้มากกว่าการใช้แรงงาน
   ขณะที่การเติบโตของประเทศในภูมิภาค CLMVT เศรษฐกิจมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประชาชนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการจะคาดหวังว่าจะเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำ แรงงานราคาถูกข้อได้เปรียบนี้จะลดน้อยลง เพราะเมื่อประชาชนรายได้สูงขึ้น ความต้องการสินค้าบริโภคและบริการประเภทต่างๆจะเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดของ CLMVT กลายเป็นตลาดโดยตัวของมันเอง ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้ผลิตเท่านั้น แต่จะเป็นตลาดของสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญด้วย
   ส่วนกรณีที่สถาบันการเงินประสบปัญหาทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ระบบแบงก์ล่มนั้น ได้เรียกสถาบันการเงินที่มีปัญหามาพบเป็นรายแบงก์ และให้สถาบันการเงินรายงานให้ประชาชนรับทราบถึงปัญหา และแนวทางที่จะต้องแก้ไขด้วย และในเดือนสิงหาคมนี้จะมีการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขแบงก์ไหนที่มีปัญหา และมีปัญหากี่ครั้ง ดังนั้นมองว่าหลังจากนี้ไปจะต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะหลายธนาคารเริ่มมีการลงทุนเทคโนโลยีมากขึ้น

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด