ข่าวหุ้นล่าสุด

TTB คงเป้าสินเชื่อปีนี้โต 2%-แย้มครึ่งปีหลังเน้นสินเชื่อให้ผลตอบแทนสูง

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ส.ค. 65 14:53 น.

 

  TTB รับยังคงเป้าสินเชื่อปีนี้โต 2% แม้ครึ่งปีเติบโตไปแล้ว 1.6% แย้มครึ่งปีหลังเน้นสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง เชื่อแนวโน้ม NPL ลดลง หลังลูกค้าที่ปรับโครงสร้างกลับมาชำระหนี้ได้มากขึ้น

  นายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ หัวหน้ากลยุทธ์องค์กรและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี สปาร์ค ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด(มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่าแนวโน้มสินเชื่อในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2% หลังครึ่งปีแรกของปี 65 ธนาคารขยายสินเชื่อไปได้แล้ว 1.6% โดยมาจากสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อย แต่สินเชื่อบรรษัทลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ลดลง ส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นจากการปรับกลุ่มลูกค้าใหม่

  อย่างไรก็ตามสินเชื่อลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลักอย่างสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยังคงขยายตัว ซึ่งธนาคารเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวของสินเชื่อใหม่ในทั้งสองผลิตภัณฑ์ โดย ttb consumer จะเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ในการขยายฐานสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตอย่างแข็งแกร่ง

  “ในครึ่งปีหลังเราจะเน้นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนที่สูง เช่น รถยนต์มือ 2 หรือ สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน สินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น ซึ่งเราเห็นการเติบโตและการฟื้นตัวไปแล้วในครึ่งปีแรก”นายนริศ กล่าว

  สำหรับแนวโน้มหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) ในครึ่งปีหลังจะดีกว่าในครึ่งปีแรก หลังคุณภาพลูกหนี้ดีขึ้นโดยเฉพาะลูกหนี้ที่อยู่ในมาตรการช่วยเหลือที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่ง ณ สิ้นเดือน มิ.ย 65 พอร์ตสินเชื่อที่มีการปรับโครงสร้าง (modified portfolio) อยู่ที่ 12% ของสินเชื่อรวม จากลดลงเล็กน้อยจาก 13% ณ สิ้นเดือน มี.ค 65 และ 16% ณ สิ้้นเดือน ธ.ค 64

  “NPL ทำได้ดีกว่ากรอบที่วางไว้ โดยปีนี้วางไว้ 3.2% ซึ่งล่าสุด NPL อยู่ที่ 2.63% และ เชื่อว่าครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่านี้ แต่การตั้งสำรองในช่วงที่เหลือเรายังคงระมัดระวังคุณภาพสินทรัพย์ แม้ไม่ได้แย่ และ เราเห็นลูกค้าออกจากมาตรการ ก็สามารถกลับมาจ่ายหนี้ได้ สะท้อนได้จาก NPL ที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับระบบ”นายนริศ กล่าว

  ส่วนด้านต้นทุนเครดิต(Cradit cost) ปีนี้คาดอยู่ที่ 140-160 bps โดยปัจจุบันธนาคารยังคงเป้าหมายไว้ดังเดิม แม้ว่าในปัจจุบัน Cradit cost จะอยู่ที่ 135 bps

  นอกจากนี้มองว่าหากทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ขึ้นดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ คาดว่าส่วนใหญ่ธนาคารพาณิชย์ในระบบจะได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อธนาคารประมาณ 30% เป็นสินเชื่อที่ดอกเบี้ยคงที่ โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ซึ่งมีอายุการผ่อนชำระเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-5 ปี

 

 


เรียบเรียง  ปริวัฒน์ หินพลอย 
อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh