ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯ ส่องหุ้นโรงพยาบาล คาด Q3 กำไรวูบ 46% ยก BCH-VIBHA ดูดีสุด

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 ต.ค. 63 10:56 น.

   โบรกฯ สแกนงบหุ้น 7 รพ.ใหญ่ คาด Q3 กำไรวูบ 46% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หลังลูกค้าต่างชาติยังไม่กลับมา มอง BCH - VIBHA ดูดีเหตุมีรายได้จากตรวจโควิด- ลูกค้าในปท.ยังแน่น  ส่วนทั้งปีคาดกำไรหาย 32% แต่ปีหน้ามีลุ้นโต 43% หากโควิดคลี่คลาย   

   บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  คาดผลประกอบการไตรมาส 3/63 กลุ่มโรงพยาบาลภายใต้ coverage ของบริษัทจำนวน 7 แห่ง  จะมีกำไรปกติที่ 1,966 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 155% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)  แต่ลดลง  46% เทียบช่วงเดียวกันปี 63 (YoY)

   โดยผลประกอบการฟื้นตัว QoQ หลังรัฐบาลมีการผ่อนปรนมาตรการ lockdown กอปรกับเข้าช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นไฮซีซั่นของอุตสาหกรรมโรงพยาบาลส่งผลให้คนไข้ไทยจะกลับมาใช้บริการมากขึ้น  โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยในประเทศ ซึ่งในเดือน ส.ค - ก.ย อัตราการใช้บริการ  ของผู้ป่วยในประเทศกลับสู่ระดับ 70-80%

    รวมถึงการที่รัฐเริ่มผ่อนคลายให้ต่างชาติ สามารถเดินทางเข้าไทยได้ทำให้ รพ.มีรายได้เสริมจากการเข้าร่วมโครงการภาครัฐใช้สถานที่โรงพยาบาล หรือร่วมกับพันธมิตรโรงแรม ในการใช้สถานที่เป็นที่กักตัวทั้งแบบ สถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine :ASQ) และ สถานที่กักตัวควบคู่ไปกับการรักษาพยาบาล (Alternative Hospital Quarantine :AHQ ) 

   เทียบ YoY กลุ่มโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนต่างชาติสูง อย่าง BH BDMS หรือ EKH ยังมีผลประกอบการลดลงแรงเนื่องจากลูกค้าต่างประเทศยังไม่สามารถบินกลับมารักษา  ขณะที่ รพ.ที่มีรายได้จากประกันสังคม และเน้นผู้ป่วยในประเทศ อย่าง BCH และ VIBHA คาดว่าผลประกอบการจะ outperform กลุ่ม

   โดยคาดว่า BCH มีกำไรทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากได้ประโยชน์จาก การให้บริการตรวจเชื้อโควิด-19  มาชดเชยกับรายได้จากกลุ่มลูกค้าปกติที่หายไป   ส่วน VIBHA คาดกำไรปกติ (เทียบปีก่อนไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากการขายหลักทรัพย์เผื่อขาย) กลับมาเติบโต 3%YoY เนื่องจากสัดส่วนลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าไทย ซึ่งเริ่มกลับมาใช้บริการเป็นปกติ
 


* กำไรทั้งปีหาย 32% แต่ปีหน้ามีลุ้นโต 43% หากโควิดคลี่คลาย 

   สำหรับภาพรวมปี 63  เราคาดกำไร  7 บริษัท ที่ 8,624 ล้านบาท  (-32%YoY) อย่างไรก็ตาม คาดกลุ่มโรงพยาบาลที่รับลูกค้าประกันสังคมเป็นหลัก ผลประกอบการจะ Outperformกลุ่ม เนื่องจากได้รับผลบวกจากการที่ประกันสังคมปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัว ราว 5.6% ในช่วงต้นปี เป็น 3,959 บาทต่อหัว ชดเชยรายได้จากผู้ป่วยเงินสดที่ลดลง

    คาดว่า BCH เป็นบริษัทเดียวที่มีกำไรเติบโต YoY เนื่องจาก 1) ได้รับผลบวกจากการที่ประกันสังคมปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัว ราว 5.6% ในช่วงต้นปี เป็น 3,959 บาทต่อหัว 2) มีรายได้จากการให้บริการตรวจโควิด-19 ซึ่งเคสสูงสุดในกลุ่ม รพ.เอกชน  ช่วยชดเชยชดเชยรายได้จากผู้ป่วยเงินสดที่ลดลง   

   ส่วนปี 64 เบื้องต้นเราคาดผลประกอบการฟื้นตัว 43%YoY เป็น 12,345 ล้านบาท  อิงสมมติฐาน สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ทั่วโลกเริ่มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น และสามารถคิดค้นวัคซีนรักษาได้   

 


   ผลประกอบการที่แย่ในครึ่งปีแรกตลาดรับรู้ไปแล้ว และคาดหวังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะบรรเทาลงในครึ่งปีหลัง เราแนะนำลงทุนในเชิง selective เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตดีกว่ากลุ่มฯ

   โดยแนะนำ “ซื้อ” BCH (TP THB19.30) ซึ่งเราเลือกเป็น Top pick ของกลุ่ม  ซึ่งมีผลประกอบการ ที่เติบโตดีกว่ากลุ่ม เนื่องจากมีผลบวกจากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม รายได้หนุนการให้บริการตรวจโควิด-19  และแนะนำ “ซื้อ”  BDMS (TP THB24.30)  คาดผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง และจะกลับมาเติบโตในปี 64 หลังจากสถานการณ์โควิด-19คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น  ราคาปรับลดลงสะท้อนปัจจัยลบมากไป

   ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยง - หากการระบาดโควิด-19 ระลอก2 รุนแรงและการคิดค้นวัคซีนรักษาล่าช้ากว่าที่เราคาดไว้ อาจมีผลต่อประมาณการของเรา โดยเฉพาะ รพ.ที่มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูง

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด