ข่าวหุ้นล่าสุด

หุ้นค้าปลีก-ท่องเที่ยว-ปิโตรฯ-สื่อสาร พุ่งรับมาตรการกระตุ้นศก.วันนี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 ส.ค. 62 10:54 น.

   บล.เอเซียพลัส (ASP) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวันว่า คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.16 แสนลบ.ที่จะเข้าครม.วันนี้จะหนุนหุ้นค้าปลีกอย่าง BJC , ROBINS, CPALL , DCC , DRT กลุ่มท่องเที่ยว ERW , CENTEL , MINT   รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมี - สื่อสาร พร้อมประเมินจีดีพีไทยปีนี้ยังโต 2.7% เหตุครึ่งปีหลังข่าร้ายเพียบ คาดกนง.มีโอกาสลดดบ.เป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้อีก 0.25%       

    - มาตรการกระตุ้นของภาครัฐ  หลังจากครม.เศรษฐกิจอนุมัติมาตรการวงเงิน 3.16 แสนล้านบาท ซึ่งจะเสนอให้ ครม. อนุมัติวันนี้ คือมุ่งไปที่ 3 กลุ่มคือการบริโภคครัวเรือน ท่องเที่ยว และ การลงทุนเอกชน
   - นโยบาย การใช้จ่าย และนโยบายช่วยเกษตรกร คาดว่าหุ้นที่ได้รับประโยชน์ได้แก่ BJC , ROBINS, CPALL , DCC , DRT ส่วนมาตรการท่องเที่ยว จะส่งผลบวกต่อหุ้น ERW , CENTEL , MINT
   - ขณะที่นโยบายการลงทุน โดยเฉพาะการลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า สำหรับการซื้อเครื่องจักร จะเป็นผลบวกต่อกลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มสื่อสาร           
   - อย่างไรก็ตามเม็ดเงินจากมาตรการดังกล่าว ที่คาดว่าจะอัดฉีดเข้าไประบบเศรษฐกิจได้ทันทีจากวงเงินทั้ง หมด 3.1 แสนล้านบาท เชื่อว่าจะมีเพียงราว 3-4 หมื่นล้านบาท (หรือ 0.25% ของ GDP ไทย ปี2561ที่อยู่ราว 16.3 ล้านล้านบาท) อาทิ มาตรการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการเป็น 1,000 บาท จาก 500 บาท, อัดฉีดเงิน 1,000 บาทท่องเที่ยวที่มิใช่ภูมิลำเนา เป็นต้น ซึ่งไม่น่าเพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง ครึ่งปีหลัง 62 โดย ASPS คาดว่ารัฐบาลจะต้องเร่งออกมาตรการอื่น อาทิ ช็อปช่วยชาติ, การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลง 10% (กำลังพิจารณา) เป็นต้น
   - ประเมินว่าจีดีพีปี 2562 มีความท้าทายอย่างมากหากจะให้ขยายตัวเกิน 3% (โดยฝ่ ายวิจัยยังคงประมาณการณ์ GDP ที่ 2.7%ที่เดิม และคาดงวด Q3-Q4/62 จะต้อง ขยายตัวเฉลี่ยอย่างตํ่าราว 2.7-2.8%) โดยปัจจัยที่ท้าทายในช่วงครึ่งปีหลัง  คือ ภาคส่งออกที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัวจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ชะลอลง โดยเฉพาะจีน เนื่องจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่ยังยืดเยื้อ และ มีโอกาสที่จีนจะถูกสหรัฐขึ้น ภาษีนำเข้ารอบที่ 4 วงเงิน 1.1 แสนล้านเหรียญฯในวันที่ 1 ก.ย. และเงินบาทที่แข็งค่า และงวด Q4/62 ปีนี้จะได้รับผลกระทบจาก งบประมาณภาครัฐล่าช้า โดยเฉพาะงบลงทุนที่ยังไม่มีการก่อนหนีผู้กผัน (สศค. ประเมิน เม็ดเงินที่จะหายไปจากระบบเศรษฐกิจราว 7-8 หมื่นล้านบาท หรือราว 0.56% ของ GDP ปี 2561) 
   - เชื่อว่ามีโอกาสที่ กนง. อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ราว 25 bps (หลังจาก ต้นเดือน ส.ค. ลดครั้ง แรกในรอบ 4 ปี 5 เดือน จาก 1.75% เป็น 1.5%) ทำ ให้ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และ ธนาคารของรัฐทยอยปรับลดลง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MOR และ MRR 

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด