ข่าวหุ้นล่าสุด

กนง.ประเมินจีดีพีปีนี้-8.1% แต่ปีหน้ากลับมาโต 5% มองศก.ยังมีความเสี่ยง

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ก.ค. 63 11:03 น.

  กนง.ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้หดตัว 8.1% แต่จะกลับมาขยายตัวได้ 5% ในปี 64 มองระยะข้างหน้ายังมีปัจจัยเสี่ยง ชี้มาตรการการคลัง-นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย มีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 4/63 ว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ โดยคาดว่าจะหดตัว 8.1% และกลับมาขยายตัวได้ 5% ในปีหน้า เป็นผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่รุนแรงกว่าคาด และรัฐบาลหลายประเทศรวมถึงไทยต้องดำเนินมาตรการควบคุมการระบาด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงักรุนแรง และกระทบต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจและวิถีชีวิตใหม่ของประชาชน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

  สำหรับการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มหดตัวสูงในไตรมาส 2/63 สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและปริมาณการค้าโลก รวมถึงภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่การผลิต และการระงับเส้นทางขนส่ง อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าจะทยอยปรับดีขึ้นในไตรมาส 3/63 ตามการทยอยผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการระบาดของหลายประเทศ ซึ่งจะทำให้อุปสงค์ต่างประเทศปรับดีขึ้น

  ด้านการส่งออกบริการ มีแนวโน้มหดตัวแรงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากตลอดช่วงประมาณการ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นกับความเชื่อมั่นต่อการควบคุมการระบาดและแนวทางการเปิดประเทศภายใต้มาตรการระเบียงท่องเที่ยว (travel bubble)

  การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวจากที่ประเมินและคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างจำกัด เนื่องจากการจ้างงานเปราะบางมากขึ้น การว่างงานสูงขึ้นและรายได้แรงงานชะลอตัวตามการปรับตัวของภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

  คณะกรรมการประเมินว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจโลกที่อาจหดตัว หรือฟื้นตัวช้ากว่าคาด ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่จะลดลงมาก รวมทั้งโอกาสและความรุนแรงของการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 2 หากมีการเปิดประเทศตามมาตรการ travel bubble

  ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ มีแนวโน้มติดลบมากกว่าคาด โดยปีนี้คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะติดลบ 1.7% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวที่ 0% อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงปี 64 ตามราคาน้ำมันดิบที่จะทยอยปรับสูงขึ้นและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

  การที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มติดลบ ไม่ได้แสดงว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงภาวะเงินฝืด ในปัจจุบัน โดยพิจารณาจาก 4 เงื่อนไข คือ 1.ราคาสินค้าและบริการไม่ได้มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องยาวนาน 2.ราคาสินค้าและบริการหดตัวเฉพาะในบางประเภทเท่านั้น 3.การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของสาธารณชนในระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 4.อุปสงค์และการจ้างงานชะลอตัวยาวนานต่อเนื่องหรือไม่

  ด้านเสถียรภาพระบบการเงินไทยเปราะบางเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่หดตัวมากกว่าคาดจากผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ในตลาดการเงินโลกปรับตัวรุนแรง รวมถึงเกิดการผิดนัดชำระหนี้ของธุรกิจและครัวเรือนในหลายประเทศรวมถึงไทยและตราสารหนี้ภาคเอกชน บางกลุ่มมีโอกาสถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเป็น non-invesment grade

  นอกจากนี้ คณะกรรมการเห็นควรเตรียมมาตรการด้านการเงิน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อลูกหนี้ภาคครัวเรือนและธุรกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินและสินเชื่อกลุ่มแรกทยอยสิ้นสุดลง

  ทั้งนี้ คณะกรรมการ ยังมองว่า มาตรการด้านการคลังที่ตรงจุดและทันการณ์ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย รวมถึงมาตรการด้านสินเชื่อและเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ยังจำเป็นต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงในระยะข้างหน้าควรให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพคล่องในระบบการเงิน กระจายไปสู่ภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบมากขึ้น การเร่งปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้อย่างจริงจัง และการเตรียมมาตรการรองรับเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินของภาคธุรกิจ

  นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเห็นว่านโยบายการคลังของไทยยังมีขีดความสามารถรอบรับการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และภาครัฐควรมให้ความสำคัญกับนโยบายด้านอุปทานเพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นตัวได้ในภูมิทัศน์ใหม่หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด