ข่าวหุ้นล่าสุด

ธปท.เร่งพัฒนาระบบกลางเชื่อมข้อมูลธุรกรรมการค้าครบวงจร เริ่มใช้ปี 65

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ต.ค. 64 15:25 น.

   ธปท.ผนึกแบงก์ ร่วมพัฒนานระบบ Smart Financial and Payment Infrastructure ยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมการค้าครบวงจร คาดเริ่มใช้ได้ในปี 65 ด้านสหพัฒน์ - GLOBAL หนุนเร่งพัฒนาระบบกลาง เชื่อช่วยลดต้นทุน-สะดวก 

   นายณพงศ์ธวัช โพธิกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานสัมมนา Bangkok Fintech Fair2021 ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ กับโลกการเงินแห่งอนาคต ในหัวข้อสัมมนาเปลี่ยนเกมธุรกิจด้วยโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล ว่า ปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างพัฒนาระบบกลาง Smart Financial and Payment Infrastructure เพื่อสนับสนุนการชำระเงินที่เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมการค้าแบบครบวงจร รวมถึงจะเพิ่มดอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน และเพิ่มศักยภาพให้กับภาคธุรกิจ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปี 65

   สำหรับโครงการดังกล่าวนั้น จะสามารถปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลได้ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.การติดต่อซื้อขายระหว่างกัน หรือ การเรียกเก็บเงินสินค้าช่องทางออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องวางบิลสินค้าในรูปแบบกระดาษ โดยผู้ขายสามารถส่งเรียกเก็บเงินทางออนไลน์ได้ทันที

   2.การจ่ายเงิน ซึ่งจะทำสู่ช่องทางออนไลน์ แม้อยู่ต่างธนาคาร โดยนอกจากข้อมูลการจ่ายเงินแล้ว จะแจ้งไปถึงรายละเอียดข้อมูลของสินค้า โดยจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลการจ่ายเงิน และใบเรียกเก็บเงิน ทำให้ผู้ค้า และผู้ซื้อสามารถทราบได้ว่า ส่วนที่ชำระเงินเป็นประเภท หรือ ค่าสินค้าอะไร เป็นต้น

   3.ด้านภาษี หรือ การส่งข้อมูลใบเรียกเก็บภาษี ใบเสร็จรับเงิน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งไปยังกรรมสรรพากรได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดกระบวนการการทำธุรกิจ ลดขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ และเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงสถาบันการเงิน สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์การให้สินเชื่อ หรือ ให้บริการทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ หรือ ภาคธุรกิจได้ด้วย

   นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC กล่าวเพิ่มเติมว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพัฒนาระบบกลางดังกล่าว จะช่วยให้เพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน การทำธุรกิจในปัจจุบันยังมีเอกสารหลายอย่างที่ยังอยู่ในรูปแบบของกระดาษ ดังนั้นหากมีระบบกลางที่พัฒนาขึ้นมาทำให้มีความสะดวก เชื่อว่า ลูกค้าพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบดังกล่าวอย่างแน่นอน

   นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวทันกับเทคโนโลยี ซึ่งมองว่า การปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีดังกล่าว เป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะเพิ่มความสะดวก และลดขั้นตอนแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกรรมต่างๆ ด้วย เช่น การชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ ซึ่งที่ผ่านมา อาจอยู่ในรูปแบบของการเรียกเก็บแบบเช็ค แต่ในปัจจุบัน สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ทำให้ลดต้นทุนได้ค่อนข้างมาก

   ขณะเดียวกัน บริษัท ยังนำระบบ นวัตกรรมระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ที่กรมสรรพากรนำมาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกทางด้านบัญชีให้กับบริษัทได้ค่อนข้างมาก

   นายวิทูร กล่าวว่า ในโลกปัจจุบัน แตกต่างไปจากหลายสิบปีก่อนค่อนข้างมาก และการเป็นผู้ค้าปลีก ทำให้ต้องติดตามและปรับตัวตลอดเวลาว่ามีอะไรใหม่ๆ ซึ่งยืนยันว่า โลกเทคโนโลยีมันไม่มีวันหยุด เพราะมันเปลี่ยนตลอดเวลา เห็นได้จากปัจจุบัน GLOBAL ได้ทำธุรกิจเป็นแบงก์เอเจนท์ ทั้งชำระบิลต่างๆ ฝาก ถอนเงินผ่านเคาน์เตอร์ได้




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด