ข่าวหุ้นล่าสุด

ธปท.คาดจีดีพีครึ่งปีหลังติดลบหนัก 8.5% มองศก.ฟื้นชัดเจนช่วง Q2/64

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 ก.ย. 63 15:29 น.

   ธปท. มองจีดีพีครึ่งปีหลัง 63 ติดลบ 8.5% แต่คาดศก.ฟื้นตัวชัดเจนใน Q2/64 ยอมรับ
ขาดรมว.คลังนานทำนโยบายสะดุด  ส่วนภาพรวมเดือนส.ค.63 ดีขึ้นตามส่งออก แต่ท่องเที่ยวยังกระอักติดลบ 100% กดดัน 

   นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 63 ว่าจะติดลบประมาณ 8.5% จากครึ่งปีแรกที่ติดลบ 7% เนื่องจากผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจ ซึ่งในครึ่งปีแรกเศรษฐกิจในไตรมาสแรกยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากนัก  

    สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้น หากไม่มีมาตรการล็อกดาวน์  ส่วนในปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 2 ปี 64 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานของไตรมาส 2 ปีนี้ที่ค่อนข้างต่ำมาก

   “แนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังคาดว่าจะติดลบประมาณ 8.5% ซึ่งสูงกว่าครึ่งปีแรกที่ติดลบ 7% เป็นผลจากในครึ่งแรกนั้นมันมีตัวหนุนเศรษฐกิจอยู่คือไตรมาสแรกที่ยังไม่มีโควิด-19 แต่ทั้งนี้มองว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มทยอยฟื้นตัวและติดลบน้อยลงได้หากไม่มีการประกาศล็อกดาวน์หลังจากนี้แล้ว”นายดอน กล่าว

     ส่วนกรณีที่ขณะนี้ยังไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดอนเปิดเผยว่า การไม่มีรัฐมนตรีเป็นเวลานานอาจกระทบต่อนโยบายรัฐ  ซึ่งจะต้องจับตาดูว่าคนที่จะมาดำรงตำแหน่งจะเป็นใคร และจะเข้ามาเมื่อไหร่ โดยหวังว่าจะเข้ามาสานต่อนโยบายที่มีอยู่ให้มีความต่อเนื่อง

         สำหรับเศรษฐกิจและการเงินในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ตามมูลค่าการส่งออกสินค้า การผลิตภาคอุตสาหกรรม และเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวน้อยลง

      ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวสูง อย่างไรก็ตาม ด้านเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนหดตัวสูงขึ้น หลังจากมีปัจจัยพิเศษ คือช่วงวันหยุดยาวในเดือนก่อนหมดลง สำหรับภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวสูงต่อเนื่อง จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังคงมีอยู่

   ด้านการส่งออกในเดือนส.ค.ติดลบ 8.2% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 11.9% และหากไม่รวมการส่งออกทองคำในเดือนนี้ที่มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ มูลค่าการส่งออกจะหดตัว 13.6% ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 14.3% ตามการส่งออกสินค้าหมวดที่เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน หมวดยานยนต์และชิ้นส่วนและหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปรับดีขึ้น สอดคล้องกับการทยอยฟื้นตัวของอุปสงค์ประเทศคู่ค้า

   อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าเกษตรยังหดตัวสูง โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ไปจีนหลังจากเร่งไปมากในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวเล็กน้อยในเกือบทุกหมวดสินค้า สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกสินค้าและการใช้จ่ายภายในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว

   สำหรับการลงทุนภาคเอกชน หดตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าตามการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นสำคัญ จากการนำเข้าสินค้าทุนและยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยฟื้นตัว และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ยังอยู่ในระดับต่ำสำหรับการลงทุนหมวดก่อสร้างขยายตัวลดลงเล็กน้อย ตามยอดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างที่ชะลอลง

   ด้านการนำเข้าในเดือนส.ค. ติดลบ 19.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนในทุกหมวดสินค้า ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทุน และวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่มีทิศทางปรับดีขึ้น

   ส่วนการบริโภคภาคเอกชน ยังอยู่ในทิศทางการฟื้นตัว สอดคล้องกับปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อที่ทยอยปรับดีขึ้น ทั้งการจ้างงาน รายได้ของครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แม้ในเดือนนี้เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนโดยรวมจะหดตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อน ตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนและหมวดบริการ หลังจากปัจจัยพิเศษวันหยุดยาวในเดือนก่อนหมดลง

   นายดอน กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวสูงต่อเนื่องที่ 100% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

   “การที่ภาครัฐมีนโยบายให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเข้ามาไทยได้ ถือเป็นก้าวแรก แต่เชื่อว่าในช่วงแรกคงไม่ได้ช่วยภาคการท่องเที่ยวมากนัก แต่เชื่อว่าในระยะต่อจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น แต่สำหรับที่ผ่านมามองว่าการท่องเที่ยวยังเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจ”นายดอน กล่าว

   ขณะที่เสถียรภาพด้านเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.5% จากราคาอาหารสดและราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 0.3% ขณะที่ตลาดแรงงาน อัตราการว่างงานปรับลดลงเล็กน้อย แต่จำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานยังอยู่ในระดับสูงที่ 440,000 คน จึงมองว่ายังมีความเปราะบางในตลาดแรงงานอยู่

   สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดในส.ค. เกินดุล 2,996 ล้านดอลลาร์ จากการส่งออกทองคำเป็นสำคัฐ ขณะที่ดุลการค้าเกินดุล 5,378 ล้านดอลลาร์ ส่วนเงินบาทต่อดอลลาร์ในเดือนส.ค.โดยเฉลี่ยแข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อน ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ก่อนปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยในเดือนก.ย.จากปัจจัยภายในประเทศ

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด