efinancethai

ข่าวหุ้นล่าสุด

พาณิชย์ เผยส่งออกเม.ย.67 โต 6.8% รับยานยนต์-คอมพิวเตอร์ หนุน มั่นใจทั้งปียังโต 1-2%

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 พ.ค. 67 14:37 น.

 

พาณิชย์ เผยตัวเลขส่งออกไทย เม.ย.67 ขยายตัว 6.8% รับยานยนต์ - คอมพิวเตอร์ เป็นพระเอก ขณะที่กลุ่มเกษตรชะลอตามสภาพอากาศ ด้านนำเข้าโต 8.3% ส่งผลทั้งปีมั่นใจส่งออกโตตามเป้า 1-2% พร้อมจับตาปัจจัยเสี่ยง ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง กระทบเศรษฐกิจ-ปริมาณการค้าโลก

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มีมูลค่า 23,278 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 6.8% โดยการส่งออกของไทยพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ โดยสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นหลายรายการ ขณะที่ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งทำให้ผลผลิตทางเกษตรลดลง ด้าน 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.67) การส่งออกมีมูลค่า 94,273.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 1.4%

 

สำหรับการนำเข้าในเดือน เม.ย. มีมูลค่า 23,920 ขยายตัว 8.3% โดย 4 เดือนแรกมีมูลค่า 100,390 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 4.9% ส่งผลให้ดุลการค้าในเดือนเม.ย. ขาดดุล 1,641.7 ล้านดอลลาร์ และ 4 เดือนแรก ขาดดุล 6,116.9 ล้านดอลลาร์

 

ทั้งนี้ ในเดือน เม.ย. มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 2% กลับมาขยายตัวได้ในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 12.7% กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน ขณะที่สินค้าเกษตร หดตัว 3.8% กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ข้าว ขยายตัว 91.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน ในตลาดอิรัก อินโดนีเซีย แอฟริกา สหรัฐ และจีน ด้านยางพารา ขยายตัว 36.2% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 เป็นต้น

 

ขณะที่สินค้าที่หดตัว เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง หดตัว 29.8% หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 9.6% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 น้ำตาลทราย หดตัว 9.1% หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

 

ด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 9.2% กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัวได้ คือ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 20.4% กลับมาขยายตัวในรอบ 4 เดือน ด้านเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 62% กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า เป็นต้น

 

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับสัญญาณการขยายตัวของภาคการผลิตโลก อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปตลาดจีนและญี่ปุ่นยังหดตัว

 

ปัจจัยหนุนต่อการส่งออก ประกอบด้วย ภาวะเงินเฟ้อของประเทศคู่ค้าคลี่คลายลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้อุตสาหกรรมการผลิตของโลกในเดือนเม.ย.67 ขยายตัวจากคำสั่งซื้อสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น และสินค้าเกษตรสำคัญได้รับอานิสงส์จากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

ด้านปัจจัยกดดัน คือ สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งของไทย การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่น สถานการณ์ความขัดแย้งและการต่อสู่ในพื้นที่ จ.เมียวดี เมียนมาร์ เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องปิดด่านการค้าชายแดน ขณะที่ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง คือ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ มีผลทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะราคาพลังงานอ่อนไหว กดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก

 

“ในเดือนนี้ที่ขยายตัว 6.8% มั่นใจว่าจะขยายตัว เป็นไปในทิศทางที่คาดการณ์ โดยไตรมาสแรกติดลบ 0.2% มีการคาดการณ์ว่าไตรมาส 2/67 จะบวก 0.8-1% หากสถานการณ์ไม่มีอะไรมากระทบจนยากจะคาดเดา โดยในเดือนพ.ค.นี้คาดว่าการส่งออกยังคงเป็นบวกได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทั้งปี ยังคงเป้าหมายการส่งออกปีนี้ที่ 1-2%”นายพูนพงษ์ กล่าว

 

สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปีนี้ คาดว่า การส่งออกของไทยจะยังสามารถเติบโตได้ จากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมที่เติบโตตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว และปัญหาเงินเฟ้อที่เริ่มลดลง ส่งผลดีต่อกำลังซื้อในหลายประเทศ ขณะที่สภาพอากาศแปรปรวน สร้างแรงผลักดันต่อราคาสินค้าเกษตรและความต้องการนำเข้า เพื่อความมั่นคงทางอาหาร แต่กดดันปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดโลก

 

นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอน จากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มขยายวงกว้าง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามประเมินสถานการณ์เป็นระยะ และจะทำงานร่วมกับทูตพาณิชย์ในแต่ละประเทศเพื่อแสวงหาแนวทางสร้างโอกาสและลดอุปสรรคในการส่งออกต่อไป

 

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. [email protected]

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh