ข่าวหุ้นล่าสุด

PTT คาดรายได้ปี 64-65 โตรับน้ำมันพุ่ง- ศึกษาใช้คริปโทฯ ชำระสินค้า

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ย. 64 12:05 น.

   PTT มั่นใจรายได้ปี 64-65 โตต่อเนื่อง ทั้งได้ราคาน้ำมันพุ่ง-เปิดปท.หนุนทุกธุรกิจ เล็งลงทุนธุรกิจใหม่เสริมแกร่ง  ด้านแผนร่วมทุน Foxconn คาด FID ได้กลางปี 65 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบปีหน้าคาดเฉลี่ย 71-76 เหรียญ พร้อมศึกษาใช้คริปโทฯ ชำระค่าสินค้า-บริการ แต่ขอดูกฎหมายอย่างรอบคอบก่อน


   นายธนพล ประภาพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยในงาน Opportunity Day ในวันนี้ว่า มั่นใจว่ารายได้ในปี 64-65 จะเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยจะมาจากธุรกิจเดิม และการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจใหม่ทั้ง future energy และ beyond energy โดยจะมี Renewable ที่ลงทุนในปีนี้และปีหน้า ส่วน EV ที่ JV ร่วมทุนกับ Foxconn ก็จะมีการประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในช่วงกลางปี 65 ซึ่งหาก FID ได้ จะจัดตั้งสร้างโรงงานผลิตตัวแพลตฟอร์มของรถไฟฟ้า โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 66 ซึ่งมีกำลังการผลิต 50,000 คัน และทยอยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 คันในปี 73

   ส่วนแนวโน้มในไตรมาส 4/64 คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดี โดยแนวโน้มธุรกิจก๊าซธรรมชาติคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 20-25% ตามราคาทิศทางน้ำมันเตาอ้างอิงในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงราคา LNG ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงานในตลาดโลกด้วยเช่นเดียวกัน ด้านความต้องการใช้ก๊าซในไตรมาส 4/64 คาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยในไตรมาส 4/64 จะมีโครงการของ ปตท.และกลุ่มปตท.ที่จะดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ จะมีโรงงานผลิตผ้าเม็ดถัดทอ จะเป็น ตัว Innopolymed คาดว่าจะผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ในปลายปีนี้ โดยมีกำลังการผลิต 2.1 KTA

   ส่วนแผนการปิดซ่อมบำรุงนั้น ในไตรมาส 4/64 จะมีโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 3 (GSP#3) SD&ESP ลดกำลังการผลิต 6 วัน และ GSP#6 SD จะหยุดทั้งสิ้น 9 วัน ด้าน Ethane Crackers ของ GC โรง Oleflex จะปิดซ่อมบำรุง 1 เดือน

   ด้านแผนธุรกิจในปี 65 โดยธุรกิจผลิตและสำรวจ ราคาขายยังมีทิศทางบวก จากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงต้นทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติ มีความต้องการการใช้ก๊าซธรรมชาติในปีหน้าฟื้นตัวเมื่อเทียบกับปีนี้เล็กน้อย และการเติบโตของ gas demand ช่วง 5 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยประมาณ 3% ด้านต้นทุนก๊าซในปี 65 คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามราคาทิศทางราคาน้ำมันเตาที่เพิ่มสูงขึ้น และ LNG Spot ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

   ขณะที่ธุรกิจ OR คาดปริมาณการขายฟื้นตัว จากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศ รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ด้านธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น โดย Refinery คาดว่าจะฟื้นตัวจากปีนี้ตามความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึง Singapore GRM ที่ดีขึ้น

   ส่วนกลุ่มธุรกิจไฟฟ้า คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่ฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่วนธุรกิจกลุ่ม New Energy ตัวอรุณพลัส Arun+ ที่ดำเนินธุรกิจ EV Charger จะมีการติดตั้ง Charger เพิ่มขึ้นประมาณ 1,350 ยูนิต และ OR ตั้งเป้าขยาย EV Charger 200 สถานี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะมี EV Charger ในสถานีบริการ 300 สถานีในปี 65 นอกจากนี้ การลงทุนใน FID กับ Foxconn จะเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม ซึ่งคาดว่าจะตัดสินใจ FID ได้ในกลางปี 65

   ด้านโครงการที่ผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 65 จะประกอบด้วย ท่อก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 โดยจะเริ่มระยะที่ 1 ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค. ปีนี้ และระยที่ 2 ในเดือน ม.ค. 65 และระยะที่ 3 ปลายปี 65 ส่วน LNG Terminal#2 ที่มีกำลังการผลิต 7.5 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์เต็มกำลังการผลิต ในเดือนธ.ค. ด้านโครงการ Avaada Solar Power Platform ในอินเดีย คาดว่าจะดำเนินการเชิงพาณิชย์มากขึ้นไตรมาส 4/64-ปี 65

   สำหรับราคาปิโตรเลียมในปี 65 คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ หลักๆ จะมีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การฉีดวัคซีน การป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด โดยในปี 65 มองว่า หลายประเทศจะกำหนดให้โควิดเป็นเพียงโรคประจำถิ่นเท่านั้น หลังจากบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนแล้ว

   รวมถึงอุปสงค์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปัญหาวิกฤติพลังงาน การขาดแคลนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ที่อยู่ในระดับสูงซึ่งคาดว่าผู้ผลิตไฟฟ้าจะปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเพื่อผลิตไฟฟ้ามากขึ้น เช่นเดียวกับจีน อินเดีย และยุโรป ส่วนปัจจัยที่สำคัญอีกอันคือ โอเปกที่ยังคงเพิ่มกำลังการผลิตเดือนละ 400,000 บาร์เรลต่อวัน ตามแผนเดิมที่วางไว้ก่อนหน้า แม้ว่าจะมีการเรียกร้องจากทางสหรัฐ และกลุ่มประเทศผู้ใช้น้ำมันให้เพิ่มกำลังการผลิตก็ตาม

   อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าคาดว่าจะมีอุปทานเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น ตามแผนการผลิตของโอเปก โดยเฉพาะจากทางฝั่งของสหรัฐ จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

   ทั้งนี้ ปตท. คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบสำหรับปี 65 เฉลี่ยอยู่ที่ 71-76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 68-73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบด้วย ด้านตัว Singapore GRM ในปี 65 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปีนนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3-4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

   ด้าน LNG นั้น โดย Asian Spot LNG ราคาเฉลี่ยในปี 65 คาดจะอยู่ที่ 17.8 ดอลลาร์ต่อMMBTU เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดจะอยู่ที่ 15.5 ดอลลาร์ หลักๆมาจาก immentory ของ gas ในยุโรปที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงมีความต้องการเพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงฤดูหนาว รวมถึงเทรนของโลกที่เปลี่ยนจากการใช้พลังงานฟอสซิลมาใช้พลังงานสะอาด ทำให้มีความต้องการใช้ LNG เพิ่มสูงขึ้น

   ขณะที่ด้านราคาปิโตรเคมี ทั้ง Olefins และ Aromatics ในปี 65 คาดว่าจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยทุกผลิตภัณฑ์ ยกเว้นตัว PX เมื่อเทียบกับปีนี้ โดยเป็นผลจากอุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายไตรมาส 4/64-กลางปี 65 รวมถึงการส่งออกของสหรัฐมายังเอเชียที่จะเพิ่มมากขึ้น ความไม่แน่นอนของนโยบายของรัฐบาลจีนที่ควบคุมพลังงานและอุปทานภายในประเทศ รวมถึงการจำกัดโควต้าการนำเข้าน้ำมันซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และกดดันแนวโน้มตลาดเอเชีย

   อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกเอง อุปสงค์น่าจะฟื้นตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจ และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ดังนั้น ปตท.คาดการณ์เฉลี่ยในปี 65 ราคาเบนซินน่าจะลดลงจากปีนี้ 2-5% และราคา PX น่าจะปรับตัวดีขึ้่น 2-4% เมื่อเทียบกับปีก่อน

   นายธนพล กล่าวปิดท้ายว่า ส่วนแนวคิดการใช้สกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีในการชำระค่าสินค้านั้น ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของภาครัฐด้วยซึ่งจะต้องไปพิจารณาอย่างรอบคอบ รวมถึงดูว่าจะสามารถอนุญาตให้ใช้ได้หรือไม่

ลักษณะธุรกิจของ PTT
ธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจร โดยผ่านธุรกิจที่ดำเนินงานเองและธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ การสำรวจและผลิต จัดหาและจัดจำหน่าย ขนส่ง และแยกก๊าซธรรมชาติ ดำเนินกิจการค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเคมี และมีการลงทุนในธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในประเทศ และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด