ข่าวหุ้นล่าสุด

3 บลจ.มองศก.-หุ้นไทยปีนี้สดใส คัด 10 หุ้นเด่นน่าลงทุน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ม.ค. 65 11:11 น.

 

  กูรู 3 บลจ. ประสานเสียง ตลาดหุ้นปีนี้สดใส หลังโควิดคลาย - จีดีพีโต 3.4% "เกียรตินาคินภัทร" คาดกำไรบจ.โต 10% - EPS 94 บ./หุ้น เชียร์ 4 กลุ่ม - 10 หุ้นเด่นน่าลงทุน "ไทยพาณิชย์" หาหุ้นดบ.ขาขึ้น - เมกกะเทรนด์ ส่วน "แลนด์ แอนด์ เฮาส์" แนะเก็บ Small Cap


  บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี The Year Ahead 2022 ในธีม “Year of CHANGE, in Year of CHANCES” โดยรวม 3 บลจ.ชั้นนำของไทย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด

  โดยเนื้อหาในการสัมนา ผู้บริหารของทั้ง 3 บลจ. ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในปีนี้ โดยชี้ว่าตลาดหุ้นไทยถึงคราวฟื้น หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจอย่างน้อย 3.4% และกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต ประมาณ 10% มองมุมบวกหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน ค้าปลีก อาหาร และสื่อสาร รับธีมดอกเบี้ยขาขึ้น ธีมเปิดเมือง และธีมลงทุนระยะยาวแบบเมกะเทรนด์ ทั้งนี้งานจัดขึ้นเมื่อ 18 มกราคม ที่ผ่านมา

 

" เกียรตินาคินภัทร " คาดจีดีพีปีนี้โต 3.4%

  นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) ให้มุมมองว่าเศรษฐกิจโลกจะยังสามารถเติบโตได้ดีต่อเนื่อง หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย ขณะที่ธนาคารกลางหลายประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น หรือลดขนาดของการซื้อสินทรัพย์ลง เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ สภาพคล่องของระบบอาจจะลดลงบ้างแต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง การลงทุนในตราสารทุนทั่วโลกจึงยังมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้

  สำหรับประเทศไทย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างน้อย 3.4% จากทั้งฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า การฟื้นตัวภายในประเทศ แนวโน้มการเปิดเมืองภายในประเทศหลังประชาชนได้รับวัคซีนทั่วถึง และความรุนแรงของสายพันธุ์โอไมครอนที่น้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้า ถึงแม้ว่าการเดินทางกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจยังต้องใช้เวลากว่า 1-2 ปีกว่าจะกลับไปถึงระดับเดียวกับก่อนการระบาด

  โดยธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ ตลาดหุ้นไทยจึงยังคงมีความน่าสนใจต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า

 

* ประเมินกำไรบจ.โต 10% แนะเข้าหุ้น 4 กลุ่ม

  ทั้งนี้ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ประมาณการณ์ว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตได้ดี ประมาณ 10% แนะลงทุนในหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  1) หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคภายในประเทศ ที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเมือง ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับโควิด และการใช้จ่ายก่อนการเลือกตั้ง

  2) หุ้นกลุ่มที่ราคาไม่สูง หรือหุ้นกลุ่มราคาขึ้นช้า (Laggard) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เนื่องจากเศรษฐกิจมีการเติบโตที่กระจายตัวขึ้น

  3) หุ้นกลุ่มที่มีอำนาจกำหนดราคา (pricing power) สูง สามารถปรับตัวได้ในภาวะเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น หรือ หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มสูงขึ้น

  4) หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก เช่น 5G, Data Center, ยานยนต์ไฟฟ้า หรือพลังงานสะอาด เป็นต้น

  โดยอุตสาหกรรมที่ บลจ. มีมุมมองที่เป็นบวกได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มการสื่อสาร และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

  อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่อาจทำให้การคาดการณ์ข้างต้นต่างไปอย่างมีนัยสำคัญคือ การระบาดของโควิดในวงกว้างซึ่งอาจเกิดจากสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงและดื้อต่อวัคซีน อัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์มาก การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกที่เร็วและมากกว่าที่คาด ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการชะลอตัวที่รุนแรงของเศรษฐกิจจีน

 


* มอง EPS ปีนี้โต 15% อยู่ที่ 94 บ./หุ้น

  นางสาวพรทิพย์ ทันตสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (บล.เกียรตินาคินภัทร) ยังให้ข้อมูลเพิ่มด้านกลยุทธ์การลงทุน โดยคาดการณ์ว่าสำหรับปี 65 นี้ ตลาดหุ้นไทยจะปรับฐานในช่วงครึ่งปีแรกก่อนจะฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง เนื่องจากการฟื้นตัวที่อ่อนแอของเศรษฐกิจตามการฟื้นตัวที่ช้าของการท่องเที่ยว และมีปัจจัยลบจากการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในครึ่งปีแรก ดังนั้นการปรับลดลงของตลาดในช่วงครึ่งปีแรกจึงเป็นโอกาสเข้าซื้อ

  ความผันผวนของตลาดในครึ่งปีแรกน่าจะยังถูกกระทบจากการฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่อ่อนแอ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดีในช่วงครึ่งปีหลัง การฟื้นตัวของผลประกอบการจะเร่งตัวขึ้น

  โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) จะไปอยู่ที่ 94 บาท/หุ้น ในปี 65 ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 15% จากปี 64 โดยประมาณการ EPS ของเราอิงจากค่าเฉลี่ยของ 1) แนวโน้มผลประกอบการในระยะยาว 2) การคาดการณ์กำไรของตลาด และ 3) ประมาณการกำไรของ บล.เกียรตินาคินภัทร

 


* คัด 10 หุ้นเด่นประจำปีนี้  

  บล.เกียรตินาคินภัทร เห็นว่าหุ้นที่ควรลงทุนคือ กลุ่มธนาคาร, กลุ่มค้าปลีก, กลุ่มพลังงานและกลุ่มสื่อสาร ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ และไม่ได้รับผลกระทบมากนักในช่วงที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงขึ้น ตลอดจนกลุ่มท่องเที่ยวซึ่งจะเป็นกลยุทธ์การลงทุนหลักในช่วงครึ่งปีหลัง

  ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่น่าจับตามอง คือ การใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ จึงควรเลือกหุ้นเป็นบางตัวในกลุ่มอสังหาฯ และกลุ่มการเงิน โดยหุ้น 10 บริษัทที่แนะนำสำหรับปี 2022 ได้แก่ ADVANC, BBL, BDMS, CPALL, IVL, LH, MINT, PTTEP, TOP และ TU

 

* บลจ.ไทยพาณิชย์ จัด 3 ธีมลุยหุ้นไทย

  นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (บลจ.ไทยพาณิชย์) มองว่าหุ้นไทยน่าจะฟื้นตัวได้ต่อในปี 65 โดยมีความน่าสนใจเพราะตลาดหุ้นไทยยังตามหลังตลาดหุ้นอื่นพอสมควร

  ทาง SCBAM มองบวกการลงทุนหุ้นไทย 3 ธีมได้แก่ ธีมดอกเบี้ยขาขึ้น (ธนาคาร) ธีมเปิดเมือง (พลังงาน พาณิชย์ อาหาร และอสังหา) ธีมลงทุนระยะยาวแบบเมกะเทรนด์ที่ได้รับประโยชน์จาก digital transformation, EV, AI, หรือ cloud เป็นต้น

  สำหรับปัจจัยเสี่ยงอย่างเงินเฟ้อและโอไมครอนน่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนจำกัด โดยเชื่อว่าเงินเฟ้อแม้จะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นแต่ยังสามารถควบคุมได้ ขณะประชาชนทั่วโลกจะปรับตัวอยู่ร่วมกับโควิดได้ดีขึ้น นอกจากนี้มองว่าหุ้น small cap ไทยที่มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับการเติบโตบนเมกะเทรนด์ในระยะยาวน่าจะทำผลประกอบการได้ดีกว่าตลาดหุ้นโดยรวม

 


* บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ ชวนลุยหุ้น small cap

  นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด (บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮาส์) ให้ความเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงครึ่งแรกของปี 65 หลังจาก laggard (ราคาขึ้นช้ากว่า) ตลาดหุ้นโลกมายาวนาน โดยมองว่าการเติบโตในตลาดพัฒนาแล้วเริ่มชะลอลง แต่ทางฝั่งตลาดกำลังพัฒนาในเอเชีย(ไม่รวมจีน) คาดว่าน่าจะมีโมเมนตัมการฟื้นตัวที่ดีขึ้น

  หุ้นกลุ่ม small cap ของไทยที่มีความสัมพันธ์กับการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศสูงน่าจะทำผลตอบแทนได้ดี นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ยังมีโอกาสปรับตัวได้เร็วในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเร่งตัว โดยมีโอกาสร่วมมือหรือได้รับเงินลงทุนจากบริษัทขนาดใหญ่ที่กำลังเจอข้อจำกัดของการเติบโต สำหรับมุมมองเงินเฟ้อเชื่อว่าอาจปรับเพิ่มสูงขึ้นได้แต่ว่ากลุ่ม small cap ไทยไม่ได้น่ารับผลกระทบมากนักเพราะถือว่าเป็นหุ้นที่มี duration สั้น

 

 

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh