ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : SCC กำไรโค้ง3พุ่ง57%-ย้ำลงทุนปีนี้ 6หมื่นลบ. ตามแผน 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 ต.ค. 63 7:17: น.

 

  "ปูนซิเมนต์ไทย" เปิดงบไตรมาส 3/63 กวาดกำไร 9,741 ล้านบาท โต 57% จากงวดปีก่อน หลังธุรกิจเคมิคอลล์ผลงานดีขึ้น รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาผลิตปูนและผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วน 9 เดือน กำไร 2.6 หมื่นลบ.เพิ่ม 5% ด้านการลงทุนประเมินใช้เงินราว 6 หมื่นลบ.ย้ำโครงการปิโตรฯคอมเพล็กซ์เวียดนามยังเดินหน้าตามแผน แต่ยอมรับรายได้ปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน 9% หลัง 9 เดือนรายได้หด หลังราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง

 

*** แจ้งกำไร Q3/63 พุ่งแตะ 9.7 พันลบ.โต 57%    

    นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3/63 บริษัทมีกำไรสุทธิ 9,741.33 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,204.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% โดยมีรายได้จากการขาย 100,938 ล้านบาท ลดลง 9% และมี EBITDA เพิ่มขึ้น 30% จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจเคมิคอลส์ และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง
    
    รายการสำคัญในไตรมาสนี้ รวมขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 461 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในขณะที่ในไตรมาสที่ 3/62 รวมการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (DTA) จำนวน 1,063 ล้านบาทของธุรกิจเคมิคอลส์ และขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 762 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรสาหรับงวดในไตรมาสนี้ยังคงดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

*** งวด 9 เดือน กำไร 2.6 หมื่นลบ.เพิ่ม 5%

     ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือน ปี 63 มีกำไรสุทธิ 26,096.40 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 24,909.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้่น 4.76% จากธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และธุรกิจแพคเกจจิ้ง โดยมีรายได้จากการขาย 302,689 ล้านบาท ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ลดลง ตามราคาน้ำมันที่ลดลง

 

*** ประเมินใช้เงินลงทุนปีนี้ราว 6 หมื่นลบ.

    บริษัท คาดการณ์รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนของทั้งปี 63 ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในธุรกิจเคมิคอลส์และธุรกิจแพคเกจจิ้ง เพื่อลงทุนก่อสร้างโรงงานใหม่ รวมถึงโครงการขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่าการลงทุนแล้ว 37,298 ล้านบาท เป็นการลงทุนธุรกิจเคมิคอลส์ 65% ธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง 17% ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 14% และส่วนงานอื่น 4%


*** รับรายได้ปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน 9% เหตุราคาขายสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง 

    นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า บริษัทคาดรายได้ปี 63 จะลดลงจากปีก่อน 9% จากเดิมที่คาดว่าจะลดลง 6% เนื่องจากผลประกอบการในงวด 9 เดือนแรกของปี 63 รายได้ออกมาลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายสินค้าในธุรกิจเคมิคอลส์ปรับลดลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตามส่งผลให้ราคาต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทลดลงเช่นกัน

 

***ยันปิโตรฯคอมเพล็กซ์เวียดนามยังเดินหน้าตามแผน

    สำหรับแผนการใช้เงินลงทุนในปีนี้คาดว่าจะใช้เงิน 60,000 ล้านบาท  หลังจากที่ 9 เดือนแรก ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 37,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการลงทุนที่จำเป็นยังคงแผนลงทุนต่อเนื่อง เช่น การลงทุนขยายกำลังการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์อีก 350,000 ตันต่อปี รวมถึงโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่เวียดนาม ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าของการก่อสร้างไปแล้วกว่า 55%?
    ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจในปี 64 คาดว่าจะประกาศแผนชัดเจนภายในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบที่ 2 กระจายออกไปหลายประเทศ ซึ่งบางประเทศมีการระบาดที่มากกว่าในครั้งแรก จึงถือว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นความท้าทายทางธุรกิจ
    ส่วนแผนการขยายโรงงานปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์แห่งที่ 2 ในประเทศอินโดนีเซียนั้น ทางพันธมิตรที่อินโดนีเซียในฐานะเป็นเจ้าของโครงการกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา จึงทำให้บริษัทยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ขณะที่แผนการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลร่วมกับบริษัท ดาว เคมิคอล ประเทศไทย จำกัด คาดจะมีความชัดเจนในครึ่งแรกของปี 64

 

*** โรงปูนในเมียนมาหยุดผลิตชั่วคราว จากผลกระทบข้อพิพาทของกลุ่มผถห.

    นอกจากนี้ บริษัทฯแจ้งว่า Mawlamyine Cement Limited (MCL) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในประเทศเมียนมาระหว่างบริษัทเอสซีจี ซิเมนต์ จากัด (SCG Cement) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมดและ Pacific Link Cement Industry Ltd. (PLCI) ซึ่งเป็นบริษัทเมียนมา ได้หยุดการผลิตเป็นการชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2563 เนื่องจากไม่มีหินปูน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ สาเหตุจากข้อพิพาทระหว่าง SCG Cement ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ MCL และ PLCI ทำให้ MCL ไม่สามารถเข้าพื้นที่เหมืองหินปูนได้

    หลังจากการเจรจากับ PLCI ไม่ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา SCG Cement ได้ยื่นคำร้องเพื่อดำเนินการระงับข้อพิพาทด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมทุน และ MCL ได้รับทราบว่า PLCI ได้ดำเนินกระบวนการทางกฎหมายกับ MCL ต่อศาลประเทศเมียนมาในเวลาต่อมา

    ทั้งนี้ SCC จะรายงานความคืบหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการและความคืบหน้าข้อพิพาททางกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป

    MCL ยังคงดูแลและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้แทนจำหน่ายและลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนปูนซีเมนต์ ที่เกิดจากการหยุดผลิตเป็นการชั่วคราว
    ทั้งนี้ มูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชีของ MCL ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 (ประมาณ 10,600 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.5 ของมูลค่าสินทรัพย์ตามงบการเงินรวมของ SCC ในขณะที่ยอดขายของ MCL คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.7 ของรายได้จากการขายตามงบการเงินรวมของ SCC
     หุ้น SCC ปิดที่ 346 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท (+0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 982.47 ล้านบาท


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด