ข่าวหุ้นล่าสุด

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไป เม.ย. 64 อยู่ที่ 3.41% สูงสุดในรอบกว่า 8 ปี

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 64 11:38 น.

  พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไป เม.ย. 64 อยู่ที่ 3.41% ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และสูงสุดในรอบ 8 ปี 4 เดือน มองแนวโน้มพ.ค. ปรับลดลง หากรัฐออกมาตรการลดค่าน้ำ-ค่าไฟ และฉุดเงินเฟ้อทั้งปีต่ำกว่าประมาณการที่ 1.2%

  นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เงินเฟ้อทั่วไปเม.ย. 64 อยู่ที่ 3.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 ปี 4 เดือน เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการลดค่าครองชีพด้านสาธารณูปโภคของรัฐสิ้นสุดลง รวมทั้งอาหารสดหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้นตามผลผลิตที่ลดลง ขณะที่สินค้าและบริการอื่นๆยังเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ

  ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 0.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่า เงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค. นั้น มีโอกาสที่จะปรับลดลง หากภาครัฐออกมาตรการลดค่าครองชีพ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟอีกครั้ง รวมทั้งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ จะลดลงต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.2% ด้วย แต่หากภาครัฐไม่ออกมาตรการดังกล่าว เชื่อว่า เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาแน่นอน

  นายวิชชานัน กล่าวว่า นอกจากปัจจัยด้านราคาน้ำมัน และมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐที่สิ้นสุดลง จะช่วยผลักดันเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเม.ย. ปรับเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นผลจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นทั้งจากอุปสงค์และอุปทาน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐที่สนับสนุนการใช้จ่ายของประชาชน และอุปสงค์ในตลาดโลกที่เริ่มฟื้นตัว สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกที่กลับมาขยายตัวได้ และยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น

  อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ขณะนี้ ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งภาคการผลิต และภาคการบริโภค รวมถึงยังเป็นประเด็นและข้อกังวลที่อาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่ต่อเนื่องด้วย ซึ่งจะต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถควบคุมให้กลับมาสู่ภาวะใกล้เคียงปกติได้เมื่อไหร่

  นายวิชานัน กล่าวว่า สำหรับปีนี้คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วง 0.7-1.7% โดยมีค่ากลางที่ 1.2% นั้นภายใต้สมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้จะเติบโต 2.5-3.5% ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ 55-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปี 29-31 บาทต่อดอลลาร์

  ทั้งนี้ หากภาครัฐไม่มีมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป พ.ค.มีแนวโน้มขยายตัวสูงต่อเนื่องจากเดือนเม.ย.โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และฐานราคาพลังงานที่ยังต่ำมากในปีก่อน ขณะที่สินค้าและบริการอื่น ๆ ยังเคลื่อนไหวตามผลผลิตและความต้องการ โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของรัฐที่คาดว่าจะออกมาอย่างต่อเนื่อง น่าจะช่วยเพิ่มอุปสงค์ในประเทศ ชดเชยอุปสงค์ที่ลดลงจากการท่องเที่ยวได้

  ขณะที่การฟื้นตัวของโลกน่าจะช่วยให้การส่งออกของไทยขยายตัวได้ต่อเนื่อง สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรยังมีโอกาสผันผวนตามสภาพอากาศ ซึ่งส่งผลต่อราคาอาหารสด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบันยังคงเป็นแรงกดดันต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของประเทศ ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

 


เรียบเรียง  ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
                อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด