ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯลุ้น WHA กำไรเกินเป้า หลังเล็งเพิ่มราคาขายคลังสินค้า"อาลีบาบา"

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ย. 62 10:18 น.

   โบรกฯ จับตา WHA จ่อโกยกำไรดีลอาลีบาบาซื้อคลังสินค้าเฟส 1 เกินประมาณการเดิมที่ 600 ลบ. หากดีลล่าช้าเกินเส้นตายม.ค.63 แถมพ่วงส่วนเพิ่มในอนาคตจากเฟส 2 อีก 70,000 ตร.ม. แนะนำซื้อให้เป้า 5.46 บ.       

   บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เปิดเผยถึง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กรณีดีลที่  อาลีบาบาซื้อโรงงานให้เช่าเฟส 1 จำนวน 1.3 แสนตรม. ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป แม้ว่า  ปัจจุบันลูกค้าอาลีบาบาจะเช่าอาคารคลังสินค้าเฟส 1 ที่จังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ แต่ล่าสุดต้องการเปลี่ยนเป็นซื้อแทน แต่รอให้มีการประกาศราชกิจจานุเบกษาให้เป็นเขตส่งเสริมพิเศษเพื่อกลุ่มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนจาก EEC  ทำให้เรื่องการซื้อไม่ทันเส้นตาย 14 พ.ย.62 ที่ผ่านมา  

   อย่างไรก็ตาม  ทางอาลีบาบา ขอเลื่อนเวลาไปอีก 2 เดือน คือ สิ้นสุด ม.ค.63 แต่ทาง WHA มีข้อกำหนดว่าหากเลยเส้นตายใหม่อีกครั้ง จะปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์รายได้ (Income Approach)

   ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินว่า คาดว่าหาก WHA ขายสำเร็จและทันในเดือนม.ค.63 จะทำให้กำไร WHA เพิ่ม 14% เทียบกับกำไรปี 63 แต่หากซื้อไม่ทันในเวลเส้นตาย  การปรับเพิ่มราคาขายจะยิ่งส่งผลให้กำไรของ WHA โตดีขึ้น

      WHA ให้ข้อมูลเบื้องต้นไว้ว่ามูลค่าขายจะอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาท หากประเมินให้อัตรากำไรสุทธิเป็น 20% ก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้น 600 ล้านบาท และคิดเป็นส่วนเพิ่มถึง 14% จากคาดการณ์กำไรสุทธิปี 62 ไว้ที่ 4,228 ล้านบาท  แต่หากดีลนี้ล่าช้ากว่าเส้นตาย ม.ค.63 ก็อาจจะได้รับกำไรมากกว่านี้ ถือเป็นส่วนเพิ่ม(Upside Risk) ต่อไป

   นอกจากนั้น อาลีบาบาได้ว่าจ้างให้ WHA ก่อสร้างอาคารเฟส 2 ให้อีก จำนวน 70,000 ตารางเมตรเพื่อขยายธุรกิจต่อไป เราคาดว่าจะมีส่วนเพิ่มได้อีกในอนาคตคาดว่าสัญญาการเช่าพื้นที่ใหม่จะเพิ่มขึ้นมากใน Q4/62   จากในรอบ 9 เดือนปี 62 ทำได้เพียง 78,157 ตรม. (แบ่งเป็น โรงงานสำเร็จรูป (RBF) 46,055 ตรม. และคลังสินค้าสำเร็จรูป (BTS) 32,102 ตรม.) เทียบกับ y-o-y ที่ 212,493 ตรม.

   ขณะที่เป้าหมายปีนี้จะเพิ่มขึ้นที่ 200,000-250,000 ตรม. แต่บริษัทเชื่อว่ายังจะทำได้ตามดาด เนื่องจากมีลูกค้ารายใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่ม E-Commerce ที่ให้ความใจสูงเช่น JD, ไทวัสดุ รวมทั้งคลังสินค้ากลุ่มยานยนต์เป็นต้น
 
   ความคืบหน้าการขายนิคมฯทำได้แล้ว 565 ไร่ เฉพาะไทย จากเป้ายอดขายปีนี้ที่ 1,600 ไร่ แบ่งเป็นยอดขายในไทย1,400 ไร่ และต่างประเทศคือ เวียดนามอีก 200 ไร่ ปัจจุบัน การขายนิคมฯที่เวียดนามมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ(LOI) 100 ไร่ แต่ไม่คาดว่าจะโอนได้ทันในปีนี้ ทางบริษัทให้แนวทางว่าปัจจุบันมีลูกค้าหลายรายให้ความสนใจซื้อ และมองเห็นยอดขายปีนี้แล้วราว 1,200 ไร่ แต่ในกรณีมีการเลื่อนขายไปปีหน้า ก็ถือว่าจะเป็นเวลาที่ไม่นาน

   ยอดขายรอโอน (Backlog) แข็งแกร่ง นิคมที่ไทยเป็น 357 ไร่ และเวียดนามราว 43 ไร่ สำหรับการโอนนิคมที่ไทยในงวด Q4/62 เป็นสัก 60% ของ Backlog หรือราว 214 ไร่ เมื่อรวมกับการโอน 9 เดือนปี 62 ที่ 830 ไร่ รวมการโอนตลอดปี 62 ที่ 1,044 ไร่

  ก็ถือว่ายังสอดคล้องกับประมาณการ และมากขึ้นกว่าปี 61 ที่ 640 ไร่ถึง 63% อีกทั้งการขายนิคมฯได้เพิ่มในงวด Q4/62  ก็จะช่วยเสริมให้ Backlog ในอนาคตจะเพิ่มขึ้นได้อีก

   การขายสินทรัพย์เข้ากอง REITs จะบันทึกใน 2 รูปแบบ ตามข้อมูลคือในงวด Q4/62 นี้บริษัทจะขายสินทรัพย์เข้าWHART ในจำนวน 4,880 ล้านบาท แต่เนื่องจากสินทรัพย์เป็นของ WHA เองที่สัดส่วน 40% และบริษัทร่วมทุน (JV) ที่ 60%

   ดังนั้นบริษัทจะบันทึกเป็นรายการรายได้ที่ 2.0 พันล้านบาท และในส่วนที่เหลือจะบันทึกกำไรของรายได้ 2.88พันล้านบาท เข้าไปรวมกำไรตามส่วนได้เสียจากบริษัทร่วมซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าที่บริษัทลงทุนอยู่

   คงคำแนะนำ ซื้อ การลงนามในสองโครงการใหญ่สำเร็จ คือ รถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน และอู่ตะเภาจะเป็นสัญญาณดี ของโครงการ EEC เพราะโครงการขนาดใหญ่จะต้องมีสาธารณูปโภคมารองรับ ขณะที่บริษัทมีที่ดินนิคมฯ 10,000 ไร่ ในเขต EECที่ต้นทุนไม่สูงรองรับอยู่

  ส่วนราคาขายก็จะทยอยปรับขึ้นได้ ล่าสุดจะเปิดนิคมฯใหม่คือ WHA R36 เพิ่มอีก พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ จุดเด่นคือ ปี 62-63 จะเป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเติบโต y-o-y เป็น +34%/+9% ตามลำดับ

   สำหรับราคาพื้นฐานประเมินด้วยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ที่ 5.46 บาท เทียบเท่า P/E ปี 63 ที่ 20 เท่า ราคาปิดมีส่วนเพิ่มได้อีก 18.3% อีกทั้งคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจปีนี้และปีหน้าคือ 2.3%/2.4%   

ลักษณะธุรกิจของ WHA
บริษัทฯ เป็นผู้นำในการให้บริการแบบครบวงจรที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านโลจิสติกส์ โดยสามารถจำแนกส่วนธุรกิจได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาและบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Logistics Hub) ธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรม (Industrial Development Hub) ธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน (Utilities & Power Hub) และธุรกิจให้บริการด้านดิจิทัล (Digital Platform Hub) อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีนโยบายในการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ฯ (WHART HREIT และ WHABT) เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในการพัฒนาโครงการในอนาคตของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทรัสต์ฯ และกองทุนรวมฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่านการลงทุนในกองทรัสต์ฯ และ/หรือกองทุนรวมฯ เพื่อผลตอบแทนในรูปเงินปันผลสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด