ข่าวหุ้นล่าสุด

ERW รับรายได้ปีนี้ทรุดครั้งแรกในรอบ 6 ปี COVID-19 ฉุดนักท่องเที่ยว

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.พ. 63 14:35 น.

  ERW รับรายได้รวมปีนี้ลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังโควิด-19 ฉุดนักท่องเที่ยววูบ เผย ก.พ.-มี.ค.63 ต่างชาติยกเลิกจองห้องพักแล้ว 50-60% พร้อมเตรียมงบ 1.4 พันล้านบาท ลงทุนพัฒนาโครงการ-ปรับปรุงโรงแรมฮ็อป อินน์ 17 แห่ง

  นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เปิดเผยว่า รายได้รวมปีนี้คาดลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับจากปี 2558 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะที่ชะลอตัว ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง สภาวะการแข่งขันของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่สูงขึ้น ตลอดจนการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบยอดนักท่องเที่ยวลดลง

  ทั้งนี้พบว่า ในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.63 ยอดจองห้องพักหดตัวลง 50-60% ของยอดจองรวม และหากสถานการณ์ COVID-19 ยืดเยื้อออกไปมากกว่า 5 เดือน รายได้ก็จะลดลงมากกว่าที่คาดไว้

   ปีนี้ มองว่า อัตราการเข้าพัก (OCC) ในประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 78% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 73% และ ในประเทศฟิลิปปินส์ OCC อยู่ที่ระดับ 80% จากปีก่อนที่ 82% (ไม่รวมโรงแรมในกลุ่ม HOP INN) สัดส่วนลูกค้าเมื่อเทียบจากรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักพบว่า มาจากคนไทย 20% จีน 12% สหรัฐ 9% และ อินเดีย 5-6% หลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ลูกค้าชาวจีนหายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องกระตุ้นให้คนไทยเข้ามาใช้บริการให้มากขึ้นด้วยการทำโปรโมชั่น และ ลดราคาที่พัก เพื่อดึงดูดลูกค้า และเร็วๆนี้จะมีงานไทยเที่ยวไทย เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นยอดจองให้กลับมาดีขึ้นได้ และที่ผ่านมาบริษัทมีการปรับเพิ่มราคาห้องพักเฉลี่ย 3% แต่อาจต้องปรับลดราคาลงเพื่อเพิ่มยอดจอง

  สำหรับสัดส่วนรายได้ในปี 2563 จะมาจากโรงแรมประมาณ 97% (รายได้จากค่าห้องพัก 70% และ รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 30%) และ มาจากค่าเช่า ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค๊อก คิดเป็นรายได้ประมาณ 3% ของรายได้รวม

  "สถานการณ์หากรุนแรงกว่าซาร์แน่นอนว่าธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก เพราะนักท่องเที่ยวหลัก คือ ชาวจีน ยังไม่รวมไวรัสโควิด-19 อีก ซึ่งปีนี้การท่องเที่ยวคาดว่านักท่องเที่ยวตต่างชาติจะลดลง 9.5% จากปี 62 และ เราก็ต้องควบคุมค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน เพื่อประคองไม่ให้รายได้เราลดลงไปมากกว่านี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ปีนี้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย และ ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมจะปรับตัวลดลง ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะเพียงยอดการยกเลิกการจองที่พักเฉลี่ยต่อวันก็หายไปเยอะแล้ว"นายเพชร กล่าว

   บริษัทยังคงมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายกลุ่มโรงแรม HOP INN อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เห็นได้จากในปี 2562 ที่ผ่านมา แม้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะมีอัตราการเติบโตในระดับต่ำ แต่ผลการดำเนินงานของโรงแรมภายใต้แบรนด์ “HOP INN" ที่เน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทย และ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญในคุณภาพของโรงแรมที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

  ณ สิ้นปี 2562 บริษัทมีโรงแรมทั้งหนด 70 แห่ง รวมจำนวนห้องพัก 9,569 ห้อง แบ่งเป็น โรงแรมในประเทศไทย จำนวน 65 โรแรม ครอบคลุมจังหวัดท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญทั่วประเทศไทย และโรงแรมในประเทศฟิลิปปินส์ในเมืองมะนิลา จำนวน 5 โรงแรม และปีนี้ได้เปิดให้บริการโรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ หลังการพัฒนาปรับปรุงโรงแรมในส่วนสุดท้ายแล้วเสร็จทั้งหมด ตามกำหนดระยะเวลา 3 ปี (2560-2562)

  ปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ จำนวน 17 แห่ง และปีนี้จะเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ ภายใต้แบรนด์ "HOP INN" จำนวน 7 แห่ง ในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้ ณ สิ้นปี มีโรงแรม HOP INN รวมจำนวน 50 แห่ง ครอบคลุมใน 37 จังหวัดทั่วทุกภาคในประเทศไทย และ มีโรงแรมรวม 77 แห่ง เป็นโรงแรมภายในประเทศไทย จำนวน 72 โรง และ โรงแรมในประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 5 แห่ง

  นอกจากนี้ปีนี้ยังตั้งงบลงทุนรวม 1,400 ล้านบาท แบ่งใช้สำหรับการปรับปรุงและการลงทุนต่อเนื่องภายในประเทศไทย 50% หรือ ประมาณ 700 ล้านบาท และ ใช้สำหรับการปรับปรุง และการลงทุนต่อเนื่องในประเทศฟิลิปปินส์ ประมาณ 50% ด้านแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และ การกู้ยืมจากสถาบันการเงินบาทส่วน ซึ่งยังคงเพียงพอต่อการลงทุน

  และปีนี้บริษัทมีภาระที่ต้องชำระคืนเงินต้น และ ดอกเบี้ยให้กับธนาคารพาณิชย์วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ชำระหนี้ให้กับธนาคารไปแล้ว 210 ล้านบาท ยังมียอดหนี้อีก 790 ล้านบาท ที่ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารพาณิชย์เพื่อขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ซึ่งตอนนี้ต้นทุนทางการเงินลดลงมาอยู่ที่ 3.96% จากสิ้นปีก่อนที่อยู่ 4.15%

ลักษณะธุรกิจของ ERW
บริษัทและบริษัทย่อยประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมที่สอดคล้องกับทำเล สถานที่ตั้ง และกลุ่มเป้าหมาย เป็นธุรกิจหลัก โดยมีธุรกิจอื่น ได้แก่ ธุรกิจพื้นที่ให้เช่า และธุรกิจบริหารอาคาร

 




รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด