ข่าวหุ้นล่าสุด

SCBS หั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,428 จุด - ลดเป้า EPS เหลือ 62.57บ./หุ้น

 

  บล.ไทยพาณิชย์ หั่นเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้มาอยู่ที่ 1,428 จุด เดิม 1,450 จุด พร้อมลดเป้า EPS เหลือ 62.57 บาท/หุ้น แย้มพร้อมปรับลดเป้าใหม่อีกรอบ หากเศรษฐกิจยังผันผวน-โควิดระบาดรอบ 2 แนะจับตาทีมศก.ชุดใหม่ ห่วงกระทบแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ-การลงทุนโครงการขนาดใหญ่

  นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดเป้าดัชนีหุ้นปีนี้มาอยู่ที่ 1,428 จุด จากเดิม 1,450 จุด เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนในระยะยาวทั้งภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และ ต่างประเทศ ที่ยังฟื้นตัวช้า รวมถึงแนวโน้มอัตราการผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้นของธุรกิจขนาดเล็กและกลาง และ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

  และได้ปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน(EPS) ลงเหลือ 62.57 บาท/หุ้น หรือ ลดลง 27% จากปีก่อนที่อยู่ 86.19 บาท/หุ้น และ ลดลงจากไตรมาส 2/63 ที่ 68 บาท/หุ้น หรือ ลดลง 22% จากแรงกดดันโควิด-19 จะกระทบกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ค่อนข้างมาก เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าคาด

  ขณะที่มุมมองในปีหน้าคาดเห็นการฟื้นตัวกลับมา หลังผ่านพ้นวิกฤตไปแล้ คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีหน้าอยู่ที่ 1,430 จุด และ อัตราการเติบโตกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ 28% หรือ 79.96 บาท/หุ้น

  ที่ปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม คือ การปรับคณะรัฐมนตรี และ ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ เนื่องจากมีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะต่อไป โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง หากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาไม่ทันในช่วงไตรมาส 3/63 จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว เพราะเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ

  “ดัชนีปีนี้มีโอกาสหลุด 1,300 จุดได้ โดยให้กรอบล่างไว้ที่ 1,280 จุด หากมีปัจจัยลบเข้ามากดดันเพิ่ม เพราะปัจจุบันตลาดหุ้นไทยยังมีความเปราะบาง หลังมูลค่าหุ้นปรับตัวขึ้นสูงกว่าปัจจัยพื้นฐาน และ นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิกว่า 2 แสนล้านบาท มาถึงตอนนี้ก็ยังชะลอการซื้ออยู่ ซึ่งหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ก็มีโอกาสที่จะทบทวนปรับดัชนีลงใหม่ในระยะถัดไป”นายสุกิจ กล่าว

  นอกจากนี้แม้ตลาดการเงินฟื้นตัว และเกือบสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และด้านเครดิตปรับตัวลดลง ควบคู่กับเงินทุนไหลเข้าของต่างชาติ และ credit spread ที่เริ่มมีเสถียรภาพ จึงมองว่า downside มีจำกัด และจะเห็นการหมุนรอบลงทุนไปยังหุ้นคุณค่า (value stock) และ หุ้นวัฏจักร (cyclical stock) และ ภาพของ easy returns จะไม่มีเห็นอีกต่อไป

  กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาสที่ 3/63 แนะนำสร้างพอร์ตลงทุนเป็น 2 รูปแบบ เน้นเลือกหุ้นกลุ่มอาหาร ค้าปลีก ขนส่ง และ ไอซีที ได้แก่ พอร์ตลงทุนแบบ defensive ซึ่งประกอบด้วย top picks จากไตรมาส 2/63 ได้แก่ บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ หุ้น defensive ใหม่ที่คาดว่า จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด เช่น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH

  ส่วนอีกพอร์ตลงทุนเชิงกลยุทธ์ (tactical portfolio) หรือ เล่นตามรอบเพื่อเก็งกำไรในระยะ 3 เดือน โดยเน้นหุ้นที่ปรับตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจโลก และ วัฏจักรเศรษฐกิจในประเทศที่มีคุณภาพดี เช่น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL และ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA

 

 

 




รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด