ข่าวหุ้นล่าสุด

ธปท.ผ่อนคลายอสังหาฯ ขยายเพดาน LTV เป็น 100% จาก 70-90% ถึงสิ้นปี 65

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ต.ค. 64 13:27 น.

  ธปท .ผ่อนคลายเพดาน LTV เป็น 100% ถึงสิ้นปี 65 กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ คาดมีสินเชื่อใหม่เข้าระบบ 5 หมื่นล้านบาท ควบคู่มาตรการรัฐช่วยหนุน ยันสัญญาณเก็งกำไรภาคอสังหาฯ อยู่ในระดับต่ำ หลังสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ พร้อมแจงหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง มาจากหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล

  นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยในงาน “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์” ว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ที่ยืดเยื้อ แม้มีแนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวได้จากความคืบหน้าในการกระจายวัคซีน และ การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ทำให้เปิดประเทศได้เร็วกว่าคาด แต่การฟื้นตัวยังเปราะบางจากความไม่แน่นอนสูง และ ฐานะการเงินของบางภาคธุรกิจ และ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

  ในขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะซบเซาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ และ ภาคก่อสร้างที่ได้รับผลจากการระบาด ธปท. ประเมินแล้วเห็นว่า เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และ พยุงการจ้างงาน จึงควรเร่งเพิ่มเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ยังมีฐานะการเงินเข้มแข็ง หรือ รองรับการก่อหนี้เพิ่มได้ ผ่านการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) เป็นการชั่วคราว

  สาระสำคัญของการผ่อนคลายมาตรการ LTV ในครั้งนี้ มีดังนี้

  1. กำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) เป็น 100% (กู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน) สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (รวมสินเชื่ออื่นนอกเหนือจากเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย และ มีที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกันหรือสินเชื่อ Top-up แล้ว) ทั้งกรณี (1) มูลค่าหลักประกันต่ำกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป และ (2) กรณีมูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป

  2. การผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.64 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.65

  ธปท. คาดว่าการผ่อนคลายมาตรการ LTV ในครั้งนี้ จะช่วยดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสำคัญ และ มีธุรกิจเกี่ยวเนื่อง คิดเป็นกว่า 9.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และ มีการจ้างงานรวมกว่า 2.8 ล้านคน

  อย่างไรก็ตาม ภายใต้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง ประกอบกับ ในปัจจุบัน สถาบันการเงินมีมาตรฐานการให้สินเชื่อที่รัดกุม โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ในระยะยาวเป็นหลัก ธปท. จึงประเมินว่า ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่จะมาจากการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะหนึ่งปีข้างหน้ามีจำกัด

  ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ ภาคอสังหาริมทรัพย์ มาตรฐานการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน และ ความสามารถของประชาชนในการกู้ หรือ ซื้อที่อยู่อาศัยได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนมาตรการได้อย่างเท่าทัน และ เหมาะสมต่อไป

  “การที่ธปท. ผ่อนคลายมาตรการ LTV ในช่วงนี้ จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อของประชาชนกลุ่มที่มีฐานะการเงินมั่นคง ซึ่งจะช่วยกระจายเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดย ธปท. ประเมินว่า ในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงทยอยฟื้นตัว ประกอบกับ สถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่จะมาจากการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีจำกัด”นางรุ่ง กล่าว

  นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า จากมาตรการดังกล่าว และ มาตรการจากภาครัฐเพิ่มเติม จะทำให้มีสินเชื่อเข้าระบบต่อปีประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หรือ คิดเป็น 7% ของมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปีนี้ที่คาดไว้ 801,241 ล้านบาท

  “การผ่อนมาตรการแอลทีวีครั้งนี้ จะไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพราะมั่นใจมาตรฐานปล่อยสินเชื่อของธนาคารว่า จะดูความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี โดยตัวเลขหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 3.66%”นายดอน กล่าว

 

 

 

 




รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด