efinancethai

ข่าวหุ้นล่าสุด

นายกฯ แจงจัดทำงบปี 68 บนฐานจีดีพีโต 2.5-3.5% ลั่นปลายปีนี้แจก`ดิจิทัลวอลเล็ต`สร้างพายุหมุนศก.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มิ.ย. 67 11:58 น.

 

นายกฯ แถลงพ.ร.บ.งบปี 68 วงเงิน 3.75 ล้านลบ. ต่อสภาฯ บนสมติฐาน GDPปี 68 โต 2.5-3.5% มองปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ - สงครามการค้าเป็นปัจจัยเสี่ยง พร้อมแจงตั้งงบขาดดุลหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ จากหนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบยังสูง ยืนยัน "ดิจิทัลวอลเล็ต" จะถึงมือประชาชน 50 ล้านคน ปลายปีนี้ มั่นใจช่วยสร้างพายุหมุนเศรษฐกิจ

 


นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ เพื่อพิจาณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 (ต.ค.67-ก.ย.68) วงเงิน 3.7ล้านล้านบาท วาระแรก เพื่อชี้แจงหลักการและเหตุผลต่อที่ประชุมว่า งบประมาณดังกล่าว แบ่งเป็นรายจ่าย วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท แยกเป็น เป็นรายจ่ายประจำ 2.7ล้านล้านบาท คิดเป็น 72.1% รายจ่ายลงทุน 9.08แสนล้านบาท คิดเป็น 24.2% ซึ่งเป็นสัดส่วนการลงทุนที่สูงในรอบ 17ปี และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 4% รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้เป็นรายจ่ายลงทุนกรณีการกู้เพื่อการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 1หมื่นล้านบาท

 

โดยในปีนี้ไม่มีการตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งประมาณการรายได้สุทธิ 2.88 ล้านล้านบาท มีการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 865,700 ล้านบาท



สำหรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 68 อยู่ภายใต้ประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 68 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 2.5 - 3.5% อัตราเงินเฟ้อ 0.7 - 1.7% และเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 1.5% ของจีดีพี โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เต็มศักยภาพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศ ผ่านการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และวิสัยทัศน์ Ignite Thailand คือการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง 8 อุตสาหกรรมบนการพัฒนา 6 พื้นฐานสำคัญ



ขณะที่ข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย มาจากความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และสร้างความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน

 

" ปลายปี2567 นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะถึงมือคนไทย 50 ล้านคน เป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ทั่วถึงตั้งแต่ระดับฐานราก ไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้เกิดการใช้จ่าย สั่งผลิตสินค้า จ้างงาน และหมุนกลับมาเป็นภาษีให้กับรัฐ เพื่อใช้ในการลงทุนเพื่อสร้างขีดความสามารถให้กับประเทศต่อไป" นายกฯ กล่าว



สำหรับการทำงบประมาณขาดดุลนั้น พื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง เนื่องจาก ภาวการณ์ทางเศรษฐกิจไทยยังมีปัญหาหนี้สินครัวเรือน สูงกว่า 91.3% ต่อจีดีพี ปัญหาหนี้นอกระบบ เอสเอ็มอี ที่มี 3.2ล้านราย และยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้การเติบโตของเอสเอ็มดีอยู่ในระดับต่ำ

 

โดยประมาณการเก็บรายได้จากภาษีได้สุทธิ 3.02 ล้านล้านบาท และหักการจัดสรรภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1.35แสนล้านบาท คงเหลือเป็นรายได้สุทธิ 2.88 ล้านล้านบาท และมีเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณณ จำนวน 8.6แสนล้านบาท รวมเป็นรายรับ 3.7ล้านล้านบาท



ด้านฐานะการคลัง ขณะนี้ มีหนี้สาธารณะ 11 ล้านล้านบาท คิดเป็น 63.37% ของจีดีพี โดยยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดไว้ให้ไม่เกิน70%ของจีดีพี ขณะที่เงินคงคลัง เมื่อ 30 เม.ย. มี 4.3แสนล้านบาท ขณะที่ฐานะการเงินด้านต่างประเทศของไทยอยู่ในเกณฑ์ดี มีมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ อยู่ที่ 2.24ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 2.5 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น

 

ทั้งนี้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 กำหนดไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

 

1.ด้านความมั่นคง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่าย จำนวน 405,412.8 ล้านบาท คิดเป็น 10.8 %ของวงเงินงบประมาณ

 

2.ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 398,185.9 ล้านบาท คิดเป็น 10.6%



3.ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 583,023.4 ล้านบาท คิดเป็น 15.5%

 

4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 923,851.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.6%

 

5.ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 137,291.9 ล้านบาท คิดเป็น 3.7%

 

6.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 645,880.9 ล้านบาท คิดเป็น 17.2%

 

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. [email protected]

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh