ข่าวหุ้นล่าสุด

สศค.สำรวจบ้านค้างสต๊อกก่อนออกแผนกระตุ้น แย้มเล็งลดค่าธรรมเนียม-จดจำนอง

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ต.ค. 62 17:20 น.

    สศค. ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจบ้าน-คอนโด ค้างสต๊อก ก่อนออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ คาดเสนอ รมว.พิจารณาเร็วๆนี้ เล็งฟื้นมาตรการลดค่าธรรมเนียม-จดจำนอง หลังพบที่ผ่านมาช่วยกระตุ้นตลาดได้จริง

   นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ สศค. หามาตรการดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมาตรการควบคุมอสังหาริมทรัพย์ (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งผลให้ยอดขายและยอดโอนปรับตัวลดลง

   สำหรับในเบื้องต้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสต๊อกที่อยู่อาศัยทั้งหมด ว่ามีเหลือหรือค้างสต๊อกมากน้อยเพียงใด ก่อนจะประเมินว่าจำเป็นที่ต้องออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอหรือไม่ ก่อนเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาให้เร็วที่สุด

   ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กระทรวงการคลังจะออกมาตรการลดค่าธรรมเนียม จดจำนอง แบบที่เคยใช้มานั้น ยอมรับว่า การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดจากเดิม 1% ของมูลค่าที่จำนอง เหลือ 0.01% นั้น สามารถกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมาฟื้นตัวได้ดี และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย ซึ่งสศค.ก็จะนำแนวทางดังกล่าวมาเป็นหนึ่งในการศึกษาด้วย

   “แนวทางที่สศค.เสนอนั้น จะศึกษาให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ซึ่งจะเน้นการกระตุ้นให้เกิดการซื้อที่อยู่อาศัยให้เร็วขึ้น เพื่อเคลียร์สต็อกที่ค้างอยู่ แต่จะออกมาเป็นแบบไหน ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณา เพราะเป็นระดับนโยบายที่ต้องตัดสินใจ”นายลวรณ กล่าว

   ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด ระบุว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดค่าธรรมเนียม การจดจำนองนั้น ในด้านผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียน จะได้ประโยชน์มากน้อยขึ้นอยู่กับพอร์ตสินค้า โดยหากครอบคลุมสินค้าที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท กลุ่มที่ได้ประโยชน์อาจมีไม่มาก เนื่องจากราคาขายสินค้าในพอร์ตของผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีราคาที่สูงขึ้น โดยบริษัทที่ยังมีฐานสินค้าในกลุ่มนี้อยู่บ้างก็น่าจะได้แก่ PS , QH, LPN, SPALI เป็นต้น

   โดยสรุปการขยายขอบเขตราคาบ้านที่สูงขึ้นเป็น 3 ล้านบาท จากเดิมไม่เกิน 1 ล้านบาท คาดช่วยทำให้ Backlog รวมสิ้น Q2/62 ระดับ 3.3 แสนล้านบาท (รวม JV 1.3 แสนล้านบาท) โดยเป็นส่วนที่พร้อมส่งมอบ ครึ่งปีหลัง 2562 ราว 1.1 แสนล้านบาท และเข้าข่ายมาตรการดังกล่าว สามารถโอนฯ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงก่อให้เกิดการระบายสต๊อกคงค้างของผู้ประกอบการที่มีอยู่รวมกันเกือบ 6 แสนล้านบาท (เป็นสต๊อกคอนโดฯ สร้างเสร็จเกือบ 1 แสนล้านบาท) โดยฝ่ายวิจัยเลือกหุ้น Top Picks ในกลุ่มฯ ใช้เกณฑ์ทั้ง Backlog ระดับสูง และ Div Yield สูงเกิน 5% ได้แก่ SPALI (FV@B23.20) และ LH (FV@B12.30)




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด