ข่าวหุ้นล่าสุด

สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้คาดผันผวน ปัจจัยในประเทศกดดัน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ม.ค. 62 9:22: น.

  สรุปแนวโน้ม SET เช้านี้นักวิเคราะห์คาดดัชนีผันผวน ได้แรงบวกจากการประชุมเฟดที่ผ่อนคลายการขึ้นดอกเบี้ย และผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนมีความคืบหน้า ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรงกว่า 5% แต่จากประเด็นในประเทศทั้งนักลงทุนที่ชะลอดูการเลือกตั้ง และหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่จะฉุดตลาดในวันนี้ น่าจะทำให้ดัชนีผันผวน

*ตลาดหุ้นไทย

  ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET Index)วานนี้(9ม.ค.62) เปิดตลาดกระโดดแดนบวก ก่อนดัชนีจะย่อตัวลงมาตลอดทั้งวัน มาปิดตลาดที่ 1,590.50 จุด ลดลง 3.50 จุด หรือ 0.22% มูลค่าการซื้อขาย 46,576.27 ล้านบาท
  ดัชนี SET100 ปิดที่ 2,338.13 จุด ลดลง -5.02 จุด หรือ -0.21%
  ดัชนี SET50 ปิดที่ 1,064.82 จุด ลดลง -2.38 จุด หรือ -0.22%
  ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 358.89 จุด ลดลง -1.49 จุด หรือ -0.41%

*ตลาดหุ้นต่างประเทศ-น้ำมันดิบ

  ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 23879.12 จุด เพิ่มขึ้น 91.67 จุด หรือ 0.39%
  ดัชนีแนสแด็กปิดที่ระดับ 6957.08 จุด เพิ่มขึ้น 60.08 จุด หรือ 0.87%
  ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 2584.96 จุด เพิ่มขึ้น 10.55 จุด หรือ 0.41%
  นักลงทุนยังคงทยอยเข้าซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 หลังรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟดครั้งล่าสุดส่งสัญญาณถึงการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย สอดคล้องกับความเห็นของนายเจอโรม เพาเวลล์ผู้ว่าการเฟดที่แสดงออกมาเร็วๆนี้ว่า เฟดจะอดทนไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

  ราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ตลาดนิวยอร์ก ปิดตลาดที่ระดับ 52.36 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.58 ดอลลาร์ หรือ 5.18%

*มุมมองนักวิเคราะห์

  บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดดัชนีวันนี้จะแกว่งตัวขึ้นจากรายงานการประชุมเฟดที่ผ่อนคลายในเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนที่มีความคืบหน้า โดยกลุ่มพลังงาน คาดยังนำตลาดตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรง อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามการพบกันของคณะทำงานระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศต่อเนื่องในระยะถัดไป รวมถึงการโหวตร่างข้อตกลง Brexit ในสัปดาห์หน้า ทำให้กรอบการบวกในระยะสั้นคาดว่ายังไม่กว้างและมีโอกาสอ่อนตัวลงหลังจาก ปรับตัวขึ้นรับประเด็นเจรจาการค้ามาพอสมควรในสัปดาห์ที่ผ่านมา

  บล.กรุงศรี คาดดัชนีวันนี้พักตัว 1,580 - 1,600 จุด เนื่องจากมีปัจจัยบวก/ลบคละเคล้า โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนจากความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนโดยจีนให้คำมั่นจะซื้อสินค้าการเกษตร พลังงาน และการผลิต/บริการจำนวนมากจากสหรัฐ ซึ่งหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและเป็นบวกต่อกลุ่ม Energy นอกจากนี้รายงานการประชุมเฟดเดือน ธ.ค. ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังเป็นบวกต่อทิศทางการการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามแรงกดดันจากกลุ่ม Healthcare หลังกกร.นำยาและบริการทางการแพทย์ขึ้นบัญชีควบคุม ประกอบกับวิกฤต Shutdown ของสหรัฐที่ยังไม่มีทางออกหลังพรรค Democrat และปธน.ทรัมป์ยังไม่สามารถตกลงกันได้ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อภาวะการลงทุน

  บล.เคทีบี ประเมินดัชนีฯวันนี้ผันผวน นักลงทุนชะลอการลงทุนจากปัจจัยในประเทศ แม้ผลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่กำลังจะสิ้นสุดลงมีแนวโน้มที่จะออกมาเป็นบวกต่อตลาดโดยเฉพาะเรื่องที่จีนจะมีการนำเข้าสินค้าด้านพลังงาน-เกษตร จากสหรัฐฯมากขึ้น ซึ่งจะเป็นบวกต่อภาพตลาดโดยรวม ขณะที่รายงานประชุม FOMC (18-19 ธ.ค.) ระบุ Fed อาจชะลอขึ้นดอกเบี้ยและมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้าและทำให้ดอลล่าร์มีแนวโน้มอ่อนค่าอยู่ต่อไป (ทำให้ดอลล่าร์ลดลงต่อมาอยู่ที่ 95.1 จุด) ซึ่งเป็นผลดีต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (น้ำมัน-ทองคำ) แต่ผลลบที่จะมีมาถึงตลาดหุ้นไทย จะมีในเรื่องของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและภาคส่งออกของไทย (เกษตร+อุตสาหกรรม) ทำให้ความกังวลในเรื่องทิศทางเศรษฐกิจเป็นตัวถ่วงตลาด
  ขณะที่ปัจจัยในทางลบในประเทศเอง จะเป็นเรื่องที่นักลงทุนรอดูทิศทางการเมือง (วันเลือกตั้ง+ผู้ชนะการเลือกตั้ง) จึงจะเห็นว่าแรงซื้อที่เข้ามาในตลาดหุ้นไทยมีค่อนข้างน้อย แตกต่างจากอินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์ ที่เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาแล้ว ขณะที่ประเด็นของการที่รัฐฯอาจเข้าควบคุมราคายา-บริการ-เวชภัณฑ์ อย่างจริงจัง มีผลลบต่อราคาหุ้นโรงพยาบาลวานนี้ (หุ้น 5 ตัวที่ปรับลง มีผลต่อดัชนีฯ 4.5 จุด) ซึ่งอาจมีผลต่อเนื่องมาถึงวันนี้

 

 




รายงาน    วรวิทย์ จิตรพัฒนากุล 
เรียบเรียง  วรวิทย์ จิตรพัฒนากุล 
                อีเมล์. worrawitc@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด