ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯ แนะเลี่ยงหุ้นยานยนต์-โรงพยาบาล ชั่วคราว หลังมีข่าวร้ายกดดัน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 มิ.ย. 62 11:22 น.

   ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส เปิดเผยในบทวิเคราะห์รายวัน  แนะหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มยานยนต์ และกลุ่มโรงพยาบาล ในระยะสั้น หลังตัวเลขผลิต-ส่งออก รถยนต์เดือนพ.ค.ชะลอตัว กดกำไร Q2/62 ของทั้งกลุ่มวูบ ส่วนกลุ่มรพ.เจอข่าวศาลฯ สั่งเดินหน้าคุมราคายารพ.เอกชนกดดัน แต่หากมองพื้นฐานรายตัว SAT - BDMS - RJH ยังน่าสนใจ      

   - ฝ่ายวิจัย ASPS ได้ลดน้ำหนักกลุ่มยานยนต์จาก “เท่าตลาด” เป็น “น้อยกว่าตลาด” เนื่องจาก ยอดผลิตรถยนต์ พ.ศ. 2562 ติดลบครั้งแรกในรอบ 8 เดือนที่ระดับ 6% yoy เท่ากับ 181,338 คัน สาเหตุหลักมาจากตลาดโอเชียเนียซึ่งมีสัดส่วนมากสุดของการส่งออกรถยนต์ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ขณะที่ในประเทศแม้เติบโตเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 29 (เติบโต 4%yoy) แต่อยู่ในอัตราชะลอตัวลง (เฉลี่ย 4 เดือนปี 62 เติบโต 11%) และด้วยความเสี่ยงจากสงครามการค้ายังไม่คลี่คลาย รวมถึงตลาดรถยนต์ในประเทศมีความกังวลเกี่ยวกับการคุมสินเชื่อรถยนต์ จึงคาดกดดันยอดขายรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงคาดกำไรปกติกลุ่มฯ ปี 2562 ที่ 5,159 ล้านบาท เติบโต 6% yoy ในส่วนกำไรปกติกลุ่มฯ Q2/62 คาดหดตัว QoQ และ YoY และค่าใช้จ่ายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ภาพรวมการเติบโตของกำไรกลุ่มฯ มีความท้าทายมากขึ้น
   - ส่วนกลุ่มโรงพยาบาล ประเด็นความคืบหน้าเรื่องศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำร้องขอสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ส่งผลให้ยาเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ยังอยู่ในรายการสินค้าควบคุมของ กกร. ต่อ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่า แม้ประเด็นนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่ออัตราการทำกำไรโดยตรงในทันที เนื่องจาก 3 มาตรการที่กำหนดออกมาก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการควบคุมเพดานราคาโดยตรง ซึ่ง รพ. ต่างๆ ก็จะมีเวลาปรับตัวในการทำกำไรจากส่วนอื่นๆ แทน แต่น่าจะเป็น Sentiment เชิงลบของราคาหุ้นกลุ่ม รพ. ในระยะสั้น
   - แม้หุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์และกลุ่มโรงพยาบาล จะมีความน่าสนใจลดลงในช่วงสั้น แต่การลงทุนยังต้องพิจารณาถึงพื้นฐานของแต่ละบริษัทเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังมีหุ้นหลายบริษัทยังมี Valuation ที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มชิ้นส่วน ชอบ SAT(Buyราคาเป้าหมาย B29) หนุนด้วยการรับรู้ออเดอร์ใหม่เต็มปี พร้อมคาดหวัง Div yield สูง 7%, กลุ่มโรงพยาบาล ชอบ BDMS (Buy ราคาเป้าหมาย 30) ให้น้ำหนักจุดเด่นด้านการกระจายความเสี่ยงแบรนด์ในหลากหลายกลุ่มเป้าหมาย เช่น หากมาตรการมีผลกระทบต่อ รพ. ระดับบน ผู้ป่วยก็ยังมีโอกาสไปรักษาใน รพ. ระดับกลางได้  RJH(Buy ราคาเป้าหมาย 32) มองจุดเด่นด้านการเติบโตจากรายได้ทุกกลุ่มผู้ป่วย และการบริหารต้นทุนที่ดีเห็นผลบวกชัดเจน ดังนั้นหากราคาหุ้นย่อตัวลง ถือเป็นโอกาสเก็บสะสมในการลงทุนระยาว

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด