ข่าวหุ้นล่าสุด

SCB มองตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้น เหตุนลท.คาดหวังการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน

 

 

   SCB CIO Office ออกบทวิเคราะห์ Investment Houseview วิเคราะห์เจาะลึกประเด็นการลงทุน :  “ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นหลังตัวเลขเศรษฐกิจส่งสัญญาณฟื้นตัวนักลงทุนคาดหวังต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน โดยระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (15-19 เม.ย. 2562) ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึง ยอดค้าปลีกที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ด้านตลาดหุ้นจีน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% โดย GDP ของจีนในไตรมาส 1/2562 ขยายตัว 6.4% มากกว่าที่นักลงทุนในตลาดคาดที่ 6.3% และการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบของธนาคารกลางจีน (PBOC) นอกจากนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากความคาดหวังเชิงบวกในประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ มีกำหนดการจะเดินทางไปเยือนจีนในวันที่ 29 เม.ย. และเจ้าหน้าที่จีนจะเดินทางไปสหรัฐฯ ในสัปดาห์หลังจากนั้น ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และปธน.สี จิ้ง ผิง อาจลงนามข้อตกลงทางการค้าร่วมกันในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้ ด้านราคาทองคำ ปรับลดลงมากกว่า 1% โดยได้รับแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ ที่แข็งค่าเมื่อเทียบเงินสกุลหลัก ประกอบกับ นักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้มีแรงขายในทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

  สินทรัพย์   19/4/2562  WoW (%)  YTD (%)
S&P500 *    2,905.03  0.58% 15.88%
Euro Stoxx 600 *       390.46  0.92% 15.64%
Nikkei 225  22,200.56  1.51% 10.92%
China (CSI300)    4,120.61  3.31% 36.87%
Hong Kong (HSCEI) *  11,768.63  1.30% 16.24%
India *  11,752.80  1.35% 8.20%
SET    1,674.10  0.82% 7.05%
Gold ($/Ounce) *    1,275.51  -1.31% -0.52%
WTI ($/bl) 64.05 0.11% 41.05%
   

 

   ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นจากความคาดหวังเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน
ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวก เนื่องจาก ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 และได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ออกมาดีกว่าคาด
  ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปรับเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และได้ปัจจัยบวกจากความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
  ตลาดหุ้นจีน ปิดบวก โดย GDP ของจีน ในไตรมาส 1/2562 ขยายตัว 6.4% มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 6.3% การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบของธนาคารกลางจีน (PBOC) ความคาดหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มการเงิน หลังบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มประกันเปิดเผยแนวโน้มผลกำไรในไตรมาส 1/2562 น่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
  ตลาดหุ้นไทย ปรับเพิ่มขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ และหุ้นกลุ่มพลังงานปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลประกอบการในไตรมาส 1/2562 ของหุ้นกลุ่มธนาคาร
  ตลาดน้ำมัน ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า การที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรอิหร่าน และความไม่สงบในลิเบียจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกลดลง และได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ และจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง
  ตลาดทองคำ ปิดลบ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ สหรัฐฯ นักลงทุนเข้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง และขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตลาดหุ้นทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้น

เหตุการณ์สำคัญ (KEY EVENTS)
   การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ในวันที่ 24-25 เม.ย. นี้ เราคาดว่า BoJ มีแนวโน้มคงนโยบายการเงินตามเดิม อย่างไรก็ตาม BoJ อาจปรับลดคาดการณ์ GDP และอัตราเงินเฟ้อปีนี้ลงจากเดิม เนื่องจาก การประชุมครั้งก่อน BOJ มีมุมมองเชิงลบต่อภาคการส่งออกและภาคการผลิต  นอกจากนี้ BoJ อาจกล่าวถึง การขยายกรอบเป้าหมายการเคลื่อนไหวของ Bond Yield อายุ 10 ปี ของญี่ปุ่น ให้สามารถเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างขึ้นกว่าเดิม เนื่องจาก Bond Yield ของญี่ปุ่นที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของภาคธนาคาร
   นักวิเคราะห์คาดว่า GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 1/2562 จะขยายตัว 1.8% QoQ, ต่อปี ชะลอลงจากไตรมาส 4/2561 ซึ่งขยายตัว 2.2% QoQ, ต่อปี เนื่องจากการบริโภคและลงทุนชะลอตัว ทั้งนี้ เราคาดว่า GDP มีแนวโน้มจะขยายตัวมากกว่าคาด เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เดือน มี.ค.ปรับตัวดีขึ้นมาก
   นักลงทุนรอติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1 ของสหรัฐฯ ซึ่งมีจำนวนมากในสัปดาห์นี้ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไมโครซอฟท์ โคคา-โคลา โบอิ้ง เอ็กซอนโมบิล และ สตาร์บัค

  มุมมองของเราในสัปดาห์นี้
  ตลาดหุ้นส่วนใหญ่มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจาก 1) ความคาดหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตรียมเดินทางไปเยือนจีนในวันที่ 29 เม.ย. นี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนจะเดินทางไปสหรัฐฯ ในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้ ประธานาธิบดีทรัมป์ และปธน.สี จิ้น ผิง ลงนามข้อตกลงดังกล่าวในช่วงปลายเดือน พ.ค. และ 2) การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจากธนาคารกลางต่างๆ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายอาจผันผวน ตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2562 โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ มากกว่า 150 บริษัท จะมีการรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตาม การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในประเด็นการค้าและเกาหลีเหนืออีกด้วย

ปัจจัยจับตาสัปดาห์นี้
 ตัวเลขเศรษฐกิจ ได้แก่ GDP ไตรมาส 1/2562 ยอดขายบ้านมือสอง และยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน  ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น  และตัวเลขส่งออกของไทย
 เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2562 ของสหรัฐฯ ยุโรป และไทย การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมทั้ง การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น


วิเคราะห์โดย: SCB CIO Office

 

 

 

 


เรียบเรียง  อรนุช ภัทรกุล 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด