ข่าวหุ้นล่าสุด

เปิดมุมมองโบรกฯ หลังผลประชุมเฟด กระทบตลาดหุ้นแค่ไหน?

 

 

  โบรกฯ มองตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวน ในกรอบจำกัด หลังเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยแน่นอนในเดือน มี.ค.นี้ แต่ยังไร้ความชัดเจนถึงจำนวนครั้งการลดดอกเบี้ยและการลดขนาด QE มองกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมีช่วยดันดัชนีได้

*** เฟดขึ้นดอกเบี้ยแน่ มี.ค.นี้

  ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วานนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.25% เช่นเดิม ตามที่ตลาดคาด และได้ส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตดังนี้

  • การปรับลดวงเงิน QE (QE Tapering): Fed เน้นย้ำแผนเดิมว่าจะลดวงเงิน QE เดือนละ 3 หมื่นล้านเหรียญ ส่งผลให้มาตรการ QE สิ้นสุดเดือน มี.ค.65

  • การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: Fed ส่งสัญญาณจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ตอกย้ำมุมมองของตลาดว่า Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในเดือน มี.ค. 65 (Fed ไม่มีประชุมเดือน ก.พ.) แต่ทว่า Fed ไม่ได้ระบุชัดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายกี่ครั้งในปี 65 แต่ถ้าอิงจากผลสำรวจของBloomberg พบว่าตลาดการเงินคาด Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยจำนวน 4 ครั้งในการประชุมเดือน มี.ค., มิ.ย., ก.ย. และ ธ.ค. 2565 อย่างไรก็ตาม บางส่วนในตลาดเริ่มคาดการณ์กันว่า Fed อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 4 ครั้ง ในปีนี้
ได้

  • การปรับลดขนาดงบดุล (Balance Sheet Reduction): Fed ยังเน้นย้ำว่าการปรับลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) จะเกิดขึ้นภายหลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกของปี 65 แต่กลับยังไม่ระบุเวลาชัดเจนนักแม้บางส่วนในตลาดมองว่าจะเป็นช่วงกลางๆปี 65

*** บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งต่อ รับนโยบายตึงตัว

  จากบทวิเคราะห์ ASPS ระบุว่า จากสัญญาณของ Fed ที่ยังเน้นไปในทิศทางนโยบายการเงินตึงตัว ส่งผลให้ตลาดการเงินตอบสนองดังนี้

  • Bond Yield: Bond Yield ปรับขึ้น โดยเฉพาะ Bond Yield 2 ปีของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 1.156% ทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี, Bond Yield 10 ปีของสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 1.873% กลับไปทดสอบจุดสูงสุดในรอบ 2 ปี

  • อัตราแลกเปลี่ยน: Dollar Indexแข็งค่า 0.56% ทำจุดสูงสูดในรอบ 3 สัปดาห์,เงินบาทพลิกแข็งค่า 0.28% กลับมายืนเหนือ 33.18 บาท/ดอลลาร์

  • ตลาดหุ้น: ตลาดหุ้นสหรัฐพลิกกลับมาปิดในแดนลบ หลังทราบผลการประชุมFed เนื่องจากยังมีความไม่ชัดเจนในส่วนจำนวนครั้งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดงบดุล

  ด้าน บล.ไอร่า ระบุว่า ใน Section ตอบคำถาม มองว่านายเจอโรม พาวเวล ตอบคำถามถึงแนวทางและวิธีการปรับลดขนาดของงบดุล (QT) ในระยะถัดไปที่ไม่ชัดเจน โดยระบุจะหารือกันต่อในการประชุมครั้งถัดไป อีกทั้งยังส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% เมื่อพิจารณาจากการพุ่งขึ้นของตัวเลขเงินเฟ้อในปัจจุบัน ซึ่ง มองเป็นการเปิดช่องของ FED ในการใช้นโยบายทางการเงินที่รุนแรงมากกว่าที่ตลาดคาด หนุนทิศทางอัตราผลตอบแทนสหรัฐอายุ 10 ปี (US Bond Yield) เร่งตัวขึ้นแรงสูงระดับราว 1.85% +/- เป็นปัจจัยกดดันส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์เสี่ยง-สินทรัพย์ปลอดภัย (Earning Yield Gap) แคบคงอีกครั้ง จำกัดการฟื้นตัวขึ้นของราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้าง

*** หุ้นไทยผันผวนในกรอบจำกัด

  ASPS มองว่า การตอบสนองของตลาดการเงินโลกข้างต้น จึงเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยในวันนี้น่าจะยังแกว่งตัวผันผวนตามไปด้วยได้ แต่เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบจำกัดกว่า จากโครงสร้างตลาดหุ้นไทยที่ประกอบด้วยหุ้นกลุ่มธุรกิจแบบดั้งเดิม (Old Economy) เป็นหลัก เช่น พลังงาน-ปิโตร, ธนาคาร, ค้าปลีก, สื่อสาร ซึ่งจะมีความอ่อนไหวต่อการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังทรงตัวสูง เชื่อจะเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนที่ประคองตลาดหุ้นไทยไว้

  สำหรับในระยะข้างหน้า คงต้องให้น้ำหนักการประชุม Fed ในเดือน มี.ค. 65 ซึ่งจะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย (Dot plot) ส่วนในระยะสั้น ติดตามการเผยแพร่รายงานการประชุม Fed (Fed Minute) ของการประชุมเดือน ม.ค. 65 ที่คาดจะรายงานในช่วงกลางเดือน ก.พ. 65

*** จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ ชี้วัดดอกเบี้ย

  บทวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ระบุว่า การประชุม FOMC ออกมาตามคาด แต่จากทิศทางของ นายเจอโรม พาวเวล ดู hawkish แบ่งได้เป็น3 กรณี

  1) ในกรณีที่พาวเวล ยืนกรานคุมเงินเฟ้อได้และ BY2yrs, Fed fund future priced out ดอกเบี้ย 5 ครั้ง (หมายความว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย quarterly) คาดว่าตลาดหุ้นโลกจะเกิดแรง buy on dip สำหรับ SET ( 1645+) โดยกลุ่ม Growth จะกลับมามีแรงซื้อคืนระยะสั้น KCE, JMT, Tech consult

  2) ในกรณีที่แบ่งรับแบ่งสู้ และตลาดไม่เชื่อว่าคุมเงินเฟ้อได้ ดอกเบี้ยจะ fully priced in 5ครั้งและขึ้น 50 bps ในเดือนมี.ค.65 SET จะกลับมาแกว่งในกรอบ 1,610-1,645 ไปจนถึงการรายงานเงินเฟ้อ ม.ค.65 (2 ก.พ.) เบื้องต้น คาด 0.4% MoM กลุ่ม value จะยัง outperform ต่อไป ระหว่างนี้ก็ซื้อขายกลุ่มปันผลในระดับไม่เกิน +1SD เช่นอสังหา

  3) กรณีที่ยอมรับคุมเงินเฟ้อไม่อยู่ และแตะถึงโอกาสลดงบดุล คาดตลาดหุ้นโลกจะเปิด downside / สำหรับ SET กรอบจะลงไปเทรดต่ำกว่า 1,585- โดยกลุ่ม ICT จะเป็นหลุมหลบภัย ชัดเจนว่าการประชุมออกมาในกรณีที่ 2 ทั้งเรื่องดอกเบี้ย และ การตอบรับของตลาดเรื่องเงินเฟ้อ อิงจาก US 2yr : 1.16%, US 10yr : 1.85% แนะนำหุ้นอสังหา

*** หุ้นพลังงาน-ปิโตรฯ ยังช่วยดันตลาด

ด้าน บล.เคทีบีเอสที ประเมินตลาดจะแกว่ง sideway แม้ผลประชุม FOMC จะตามคาด ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมเดือน มี.ค.(ประชุม 15-16 มี.ค.) และเร่งลด QE/QT แต่ยังไม่ระบุจำนวนที่ชัดเจน ตลาดรับรู้ไประดับหนึ่งแล้ว สินทรัพย์ที่ยังผันผวนต่อ คือตัวที่ link ตรงกับดอกเบี้ย อาทิ พันธบัตร ทองคำ และหุ้นเทคโนโลยีขณะที่หุ้นและราคาน้ำมัน คาดยังดีตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว

• คาดหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี ยังช่วยดันดัชนีฯ (เราชอบ PTTEP, PTT,IVL) จาก Demand ที่ฟื้นตามภาวะเศรษฐกิจ และการผลิตที่ปรับขึ้นตามมาไม่ทัน

ดังนั้นประเมินตลาดน่าจะตอบรับในทางบวกของการประชุม FOMC มากกว่า แต่แรงซื้อจะมามาก ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันนี้ต้องดีด้วย ภาพรวมๆ แนะนำเป็น “ถือ หรือ ซื้อเพิ่ม” เน้นหุ้น Domestic Play และน้ำมัน-ปิโตรเคมี

*** มองกรอบ SET 1,630-1660 จุด

  บล.ไอร่า คาดตลาดวันนี้ Sideways มองแนวรับที่บริเวณ 1,640 / 1,630 และแนวต้านที่บริเวณ 1,650 / 1,660 หลังผลการประชุม FOMC ของ FED ออกมาไม่ผิดไปจากที่ตลาดคาด โดยยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.25% และยังคงปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จำนวน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ก.พ. ซึ่งจะส่งผลให้การทำ QE สิ้นสุดลงในเดือน มี.ค. พร้อมทั้งส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน มี.ค. ตามที่ตลาดคาด ขณะที่กระบวณการปรับลดขนาดของงบดุล (QT) นั้น FED คาดจะเริ่มขึ้น หลังจากปรับขึ้นเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น

  บล.ซีไอเอ็มบีไทย ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. นี้ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี น่าจะยืนหรือขึ้นต่อได้ แนวโน้มดัชนีวันนี้คาดน่าจะวิ่งขึ้นต่อตามภูมิภาค หลังทราบความชัดเจนของการประชุม FOMC เพียงแต่รอให้ตลาดหุ้นสหรัฐดีดกลับ จึงจะพอบอกได้ว่าตลาดโดยรวมรีบาวน์

  ดังนั้นวันนี้คาดเปิดขึ้นมาดัชนีน่าจะขึ้นทดสอบ 1650 จุด แล้วช่วงบ่ายหากมีปัจจัยหนุนอย่างการเปิดของตลาดยุโรป ดัชนีล่วงหน้าสหรัฐหรือราคาน้ำมัน คาดดัชนี SET นาจะขึ้นทะลุ 1650 จุดด้วยหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี โดยมองแนวต้านที่ 1650-1655 จุดและแนวรับที่ 1642-1638 จุด แนะนำ PTTEP SPRCIRPC IVL PTT

 

 

 

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh