ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯ มอง BAM รับข่าวถูกหั่นเรทติ้งไปแล้ว ให้เป้า 30 บ.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ก.พ. 63 9:45: น.

   โบรกฯ ชี้ราคาหุ้น BAM ดิ่งหนัก รับข่าวถูก TRIS Rating ลดเรทติ้ง แต่มองราคาลงแรงเกินไป - หุ้นรับข่าวไปแล้ว แถมกระทบเป้ากำไรเล็กน้อยเท่านั้น มองพื้นฐานยังแกร่ง - อัพไซต์เหลือ 8.1% แนะซื้อให้เป้า 30 บาท     

   บล.หยวนต้า เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวันว่า  วานนี้ราคาหุ้น BAM ปรับตัวลง -11.9% จากความกังวลต่อต้นทุนทางเงินที่อาจปรับสูงขึ้น หลัง TRIS Rating ประกาศการจัดอันดับ Rating ของ BAM ที่ระดับ “A-“ แนวโน้ม “Stable” ต่ำกว่าที่ Flitch Rating ที่จัด Rating ของ BAM ไว้ที่ “AA-“

   ทำให้ตลาดกังวลต่อผลการประเมิน Rating ครั้งใหม่ของ Flitch Rating ที่จะออกมาในเดือน มี.ค. ซึ่งอาจมีการปรับลด Rating ลงเพราะ BAM สูญเสียสถานะรัฐวิสาหกิจไปหลังเข้า IPO
 
   โดยบล.หยวนต้า มองประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นใหม่ และตลาดตอบสนองเชิงลบต่อประเด็นดังกล่าวมากเกินไป โดยต้นทุนทางการเงินของ BAM คิดเป็นเพียง 20.7% ของรายได้จากการดำเนินงาน ซึ่งได้ทำ Sensitivity Analysis ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ต่อการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงิน พบว่าทุกๆ 10 bps ที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นจะกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 เพียง 1.2%

   ดังนั้นในกรณีที่ Flitch Rating ประกาศ Rating ออกมาเท่ากับของ TRIS Rating ที่ “A-“ คาดทำให้ต้นทุนทางการเงินในปี 2563 เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดที่ 3.3% เป็น 3.5% และคาดกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิเพียง 2.3% จากประมาณการเดิม

     อย่างไรก็ดีผลกระทบดังกล่าวอาจมีผลต่อประมาณการน้อยกว่าคาด เนื่องจากปัจจุบัน 10Yr Bond Yield ของไทยปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.16% หลัง กนง. มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ช่วง 2H62 เป็นต้นมา (มากกว่าที่ตลาดประเมินไว้) ทำให้ดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้มีโอกาสปรับลงตาม

   นอกจากนี้ BAM เป็นบริษัทที่เน้นออกหุ้นกู้ที่มี Time to Maturity นาน โดยมีหุ้นกู้ที่อายุมากกว่า 3 ปีราว 78.2% และมีหุ้นกู้มูลค่าเพียง 800 ลบ. ที่จะครบกำหนดในปีนี้ ทำให้การ Refinance ของหุ้นกุ้ชุดเดิมจะมีผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินไม่มากนัก อีกทั้งบริษัทได้นำเงินที่ได้รับจาก IPO ไปชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนเพื่อลดภาระหนี้ในช่วง 4Q62

   ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 11,861 ลบ. โตเด่น 128%YoY หนุนด้วยการปิดบัญชีของลูกหนี้รายใหญ่ และกำไรพิเศษจากการตั้ง Deferred Tax Asset ส่วนปี 2563 คาดกำไรปกติที่ 4,615 ลบ. ลดลง 32.8%YoY เนื่องจาก

   1) การปิดบัญชีชำระหนี้ผ่านกรมบังคับคดีที่สูงกว่าปกติในช่วง 2Q62 2) ต้นทุนทางการเงินปรับเพิ่มขึ้นหลังคาด Credit Rating อาจถูกปรับลงเล็กน้อย หลังกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ มีสัดส่วนถือหุ้นลดลง ทำให้ Cost of Fund คาดขยับขึ้นเป็น 3.2% จาก 3.1% ในปี 2562 และ 3) เริ่มบันทึกค่าใช้จ่ายภาษีนิติบุคคลในอัตรา 20% ซึ่งคาดคิดเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นราว 1,154 ลบ.

   อย่างไรก็ดียังคาด BAM จะมีกำไรปกติเฉลี่ยปีละ 7.3% ในช่วงปี 2564-2565 สอดคล้องกับพอร์ตลูกหนี้ NPL ที่ขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง และอัตราการหมุนเวียนของเงินลงทุนที่จะดีขึ้น หลังปรับโครงสร้างการดำเนินงานภายใน  

   ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่ปรับลง 14.6% ในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมาได้ตอบรับเชิงลบมากเกินไป จนราคาหุ้นปัจจุบันกลับมามี Upside 8.1% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2563 ที่ 30 บาท และคาดเงินปันผล 2H62 หุ้นละ 1 บาท คิดเป็น Div. Yield 3.6% ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ลักษณะธุรกิจของ BAM
ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด