ข่าวหุ้นล่าสุด

IPO อาเซียนปีนี้สุดคึก 121 บ.แห่ระดมทุน - ไทยครองแชมป์มูลค่าสูงสุด

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 พ.ย. 64 13:54 น.

   ดีลอยท์ เผยหุ้น IPO อาเซียนปีนี้ร้อนแรง ณ 15 พ.ย.64 บจ.แห่ระดมทุนแล้ว 121 บริษัท มูลค่า 9.8 พันล้านดอลล์ สูงกว่ามูลค่ารวมทั้งปี 63 พบไทยครองแชมป์ของภูมิภาค สูงถึง 4.2 พันล้านดอลล์ ส่วนฟิลิปปินส์ได้กอง REIT หนุน-ฟากอินโดฯ มีบจ.เข้าตลาดถึง 40 บ. - มาเลย์ได้กลุ่มเทคช่วย ขณะที่สิงคโปร์เงียบสุดแต่คาดปีหน้ากระฉูดรับ SPAC

    นางวิลาสินี กฤษณามระ  Disruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า  ตลาดทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทให้กับสาธารณะชน (IPO) มีความคึกคักเป็นอย่างมากที่ในช่วง 10 เดือนครึ่งของปี 64 จากข้อมูลโดยดีลอยท์ ณ วันที่ 15 พ.ย.64  ชี้ให้เห็นว่า บริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีมูลค่าการระดมทุนไอพีโอเป็นประวัติการ โดยมีมูลค่า 9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากหุ้นไอพีโอของบริษัทจำนวน 121 บริษัทในปีนี้ สูงกว่ามูลค่ารวมตลอดทั้งปี 63

   การซื้อขายหุ้นไอพีโอยังเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงดำเนินอยู่ ด้วยจำนวนหุ้นไอพีโอเพิ่มขึ้น 6%  ทำให้มูลค่ารวมของการระดมทุนเพิ่มขึ้น 39% และมูลค่ารวมของตลาดไอพีโอสูงขึ้น 24% เมื่อเทียบกับ 12 เดือนในปีที่แล้ว โดยสรุปแล้ว มูลค่ารายได้หุ้นไอพีโอเพิ่มขึ้น 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าในตลาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 36.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 64


* ไทยครองแชมป์ IPO ของอาเซียน - มูลค่าสูงถึง 4.2 พันลบ.

    ประเทศไทยยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำที่สามารถระดมทุนจากไอพีโอได้สูงสุดในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นปีที่สามติดต่อกัน  ตามด้วย ประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และเวียดนาม การเติบโตต่อเนื่องของเศรษฐกิจ  ค่าเงินที่มีความแข็งแกร่ง  อัตราดอกเบี้ยต่ำ  และสภาพคล่องของเศรษฐกิจในประเทศที่ดีอย่างต่อเนื่อง

   ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ในไทยสามารถระดมทุนหุ้นไอพีโอได้มีมูลค่าถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์ นับเป็น 43% ของทุนที่ระดมได้ในปี 64 โดย บริษัทปตท. นํ้ามัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR คว้าอันดับหนึ่งในกระดานผู้นำหุ้นไอพีโอของภูมิภาคในปีนี้ ด้วยจำนวนเงินจากระดมทุนเป็นจำนวน 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถระดมทุนได้มากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นปีที่สองติดต่อกัน

     “หุ้นไอพีโอยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญอย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หุ้นไอพีโอในปีนี้มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบริษัทน้ำมัน จนถึงบริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ค้าปลีก และธุรกิจทางการเงิน ซึ่งเป็นที่ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมาก เราคาดว่าจะมีหุ้นไอพีโอจากอีก 10 บริษัทเป็นอย่างน้อย มาเสริมตำแหน่งปีทองของไอพีโอของไทยในปีนี้  และหากพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทด้านเทคโนโลยีที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (Market for Alternative Investment: MAI) เราน่าจะได้เห็นการเข้าตลาดของบริษัทด้านดิจิตัลและเทคโนโลยีของไทยมากขึ้น  เป็นการก้าวออกจากบริษัทในรูปแบบเดิม” นางวิลาสินี กล่าว

 


* กอง REIT ขับเคลื่อนตลาดหุ้นฟิลิปปินส์

    สำหรับฟิลิปปินส์ หลังจากการจดทะเบียนเข้าตลาด REIT ของ AREIT, Inc ในปี 63 ซึ่งถือเป็นการเข้าตลาด ฯ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) เป็นครั้งแรก 

   ในปี 64 นี้ เราได้เห็นการจดทะเบียนของกอง REIT ขนาดใหญ่อีก 4 ราย ซึ่งสามารถระดมทุนเป็นมูลค่ารวมถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  เมื่อรวมกับ Monde Nissin Corporation ที่มีมูลค่าการจดทะเบียนเข้าตลาดสูงสุดเท่าที่เคยมีมา เท่ากับ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ในปี 64 ฟิลิปปินส์ สามารถระดมทุนได้มากกว่าสี่ปี่ผ่านมารวมกัน


* อินโดฯ ระดมทุนแล้ว 40 บจ.-มูลค่าสูงกว่าปีแล้ว 6 เท่า  
 
    ตลาดอินโดนีเซียฯ ในปีนี้ PT Bukalapak.com Tbk สามารถระดมทุนได้สูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นมูลค่าการระดมทุนสูงสุดเป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้ อินโดนีเซียถือเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ของมูลค่าการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ของภูมิภาค ด้วยจำนวนบริษัทที่เข้าตลาด 40 บริษัทในช่วง 10 เดือนครึ่งของปี 64 เทียบกับ 51 บริษัท ณ สิ้นปี 63 ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียประสบความสำเร็จในการระดมทุนรวม 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 เดือนครึ่งของปี 64 โดยมีมูลค่าจดทะเบียนเพิ่มขึ้นหกเท่าจาก 377 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 63

   นางสาว อิเมลดา ออร์บิโต Disruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์ อินโดนีเซีย  ให้ความเห็นว่า “ด้วยข่าวแผนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล ที่มีแผนจะนำรัฐวิสาหกิจ 14 แห่งเข้าตลาดฯ ความมุ่งมั่นในการส่งเสริมทางเลือกในการระดมทุนเพื่อการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่าน Acceleration Board รวมถึง การคาดการณ์การเข้าตลาดครั้งใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยี จากการเติบโตของตลาดเทคโนโลยีเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามองว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นการเข้าสู่ยุคใหม่ของการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์”

 

* ตลาด IPO มาเลย์ สดใสจากกลุ่มสตาร์ทอัพ - เทคฯ

    จำนวนการเสนอขายหุ้นไอพีโอของมาเลเซียกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 โดยได้แรงหนุนจากผู้ลงทุนหลัก ประกอบกับจำนวนเงินทุนที่ไม่ได้ลงทุนจำนวนมาก uninvested capital  ด้วยอัตราการฉีดวัคซีนในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและบริษัทที่ต้องการเพิ่มสถานะและความสามารถในการเจาะตลาดทุนเพิ่มจำนวนมากขึ้น “ตลาดไอพีโอ ของมาเลเซียยังคงสดใสด้วยจำนวนบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาด ฯ จนถึงปัจจุบันเป็น จำนวน 24 บริษัท  

   ด้วยการเปิดตัวแผนแม่บทตลาดทุนครั้งที่ 3 (Third Capital Market Masterplan) โดย เอส ซี มาเลเซีย (SC Malaysia)  การปรับการดำเนินเป็นดิจิทัล และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม  เรามั่นใจว่าจะมีบริษัทอีกมากมายที่จะจดทะเบียนเข้าตลาด ฯ ในปี 65 เรายังต้องจับตาดูผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาค จากนโยบายทางการคลังและนโยบายด้านกฎระเบียบ รวมถึงการรายงานความยั่งยืน ในตลาดโลก แต่เราคาดว่าปี 65 จะเป็นปีที่คึกคักมาก” นายหว่อง การ์ ชุน Disruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์ มาเลเซีย กล่าว

 


* จับตา SPAC ทำ IPO สิงคโปร์ปีหน้ากระฉูด 

   การเสนอขายหุ้นไอพีโอในสิงคโปร์มีปริมาณน้อยมากในช่วง 10 เดือนครึ่งของปี 64 เนื่องจากไม่มี  REIT ที่ปกติแล้วจะเป็นตัวสนับสนุนตลาดทุนไอพีโอ  ณ วันที่ 15 พ.ย.64 ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) สามารถระดมทุนไอพีโอได้เป็นจำนวน 270 ล้านเหรียญสหรัฐ จากข้อตกลงเสนอขายหุ้นไอพีโอ 5 ราย ซึ่งประกอบด้วยการเสนอขายหุ้นไอพีโอ 1 รายบนกระดานหลัก  โดยระดมทุนได้ 233 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอีก 4 รายบนกระดาน Catalist ซึ่งสามารถระดมทุนรวมเป็นจำนวนเงิน 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

   โดยเปรียบเทียบการซื้อขายที่ระดมทุนได้ 968 ล้านเหรียญสหรัฐ จากข้อตกลงไอพีโอ 11 ราย ในปี 63 ตลาดฯ สิงค์โปร์ยังคงมีความหวัง ด้วยการจดทะเบียนและยื่นเข้าตลาดของไอพีโอ REIT โดย Daiwa House Logistics Trust และ Digital Core REIT  ในวันที่ 19 และ 22 พ.ย.64 ตามลำดับ  ในอีกเดือนครึ่งจะเป็นไฮไลท์ของตลาดทุนของสิงคโปร์  ซึ่งคาดว่ากรอบการทำงานใหม่ในการจดทะเบียนบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ (Special Purpose Acquisition Companies – “SPAC”) ที่เปิดตัวในเดือนก.ย.64  จะช่วยให้ตลาดทุนของสิงคโปร์ฟื้นตัวจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอที่แห้งแล้งในปีนี้ และกลับมาทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว

    นางสาว เท ฮวี ลิง Disruptive Events Advisory Leader ดีลอยท์ เซาท์อีสท์ เอเชีย และ สิงค์โปร์ กล่าวว่า จากการเพิ่มกฎการเข้าจดทะเบียนในกลุ่มรองลงมาและการนำ SPAC เฟรมเวิร์กมาใช้ บริษัทที่ต้องการจดทะเบียนในตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยชื่อท้องถิ่นที่คุ้นเคย มีทางเลือกมากขึ้นและสามารถระดมทุนในการจดทะเบียนได้เร็วมากขึ้น การเพิ่มขึ้นของจำนวนไอพีโอจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะส่งผลกระทบในทางที่ดีและช่วยเพิ่มพลวัตของสิงคโปร์ ในการเป็นตลาดทุนระดับนานาชาติที่จัดหารูปแบบการเติบโตให้กับบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนได้

    “องค์กรที่มีการเติบโตสูง สามารถเข้าถึงกองทุน Anchor ซึ่งเป็นกองทุนการร่วมลงทุนใหม่ที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลสิงคโปร์และเทมาเส็ก เพื่อระดมทุนจากสาธารณะในตลาดทุนของสิงคโปร์ ด้วยระบบนิเวศแบบองค์รวมที่ส่งเสริมให้บริษัทเข้าสู่การจดทะเบียนหุ้นไอพีโอ ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงตลาดทุนในกรอบระยะเวลาอันสั้น ทำให้การจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์เป็นไปได้เร็วขึ้น ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นการเข้าจดทะเบียนมากยิ่งขึ้นในประเทศสิงคโปร์”  นางสาว เท ฮวี ลิง กล่าว

 


* คาดช่วงที่เหลือของปี - ปี 65 IPO ในอาเซียนจะทะลุหมื่นล้านดอลล์

    สำหรับการคาดการณ์ในช่วงที่เหลือของปีนี้และปี 65 นางสาว เท ฮวี ลิง เชื่อว่ายังจะมีบริษัทที่จะจดทะเบียนเข้าตลาดในช่วงท้ายปี และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถระดมทุนได้สูงทะลุหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินมูลค่าทุนรวมที่ระดมได้ทำได้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อภูมิภาคฟื้นตัวจากวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    “ทุกสายตาจับจ้องมาที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนี้ ด้วยสภาพคล่องจำนวนมาก เห็นได้ชัดจากรายชื่อบริษัทที่เข้าจดทะเบียนจำนวนมากในภูมิภาคนี้ กระแสในบริษัท SPAC และศักยภาพของบริษัทในรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ที่ยังถึงจุดสูงสุด ท่ามกลางความไม่แน่นอนในกลุ่มตลาดทุน บริษัทได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยศักยภาพการเติบโตและโอกาสที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ดิฉันมีความเชื่อมั่นว่าตลาดทุนในภูมิภาคนี้จะประสบความสำเร็จในปี 2565 ด้วยแหล่งเงินลงทุนที่หลากหลายและความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในธุรกิจในเอเชีย” นางสาว เท ฮวี ลิง กล่าวเสริมว่า

 

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด