ข่าวหุ้นล่าสุด

BCH ปลื้ม! กำไร Q1/65 ทะลุ 2 พันลบ. โต 526.47% รับผู้ป่วยโควิดพุ่ง

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 พ.ค. 65 11:25 น.

 

  BCH ปลื้ม! กำไรไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 2,028 ล้านบาท เติบโต 526.47% รับรายได้เพิ่มขึ้นจากผู้ป่วยโควิด และ ผู้ป่วยประกันสังคมเพิ่มขึ้น จับตาเปิดประเทศ หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับชาวต่างชาติคึกคัก

  บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ในไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจานวน 2,028.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,704.56 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 526.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 323.77 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทยังคงดำเนินนโยบายบริหารจัดการต้นทุน และ ค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 3,197.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,499.86 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 358.39% กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจาหน่ายจำนวน 2,971.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,281.21 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 330.49%

  ขณะที่รายได้อยู่ที่ 7,118.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/64 ที่ 4,735.26 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 198.68% โดยมีสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยทั่วไปคิดเป็น 79.22% สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยโครงการประกันสังคม 20.34% และ สัดส่วนรายได้อื่น ๆ 0.44%

  สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคตจากรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 13 พ.ค. 65 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ และ อัตราการตรวจพบเชื้อเฉลี่ยมีแนวโน้มลดลง ขณะที่อัตราผู้เสียชีวิตยังคงทรงตัว โดยแนวโน้มการดำเนินงานของบริษัท ประกอบด้วย การเปิดให้บริการศูนย์รักษาแผลเบาหวาน เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ได้เริ่มให้บริการศูนย์รักษาแผลเบาหวาน

  โดยมีคณะแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาแผลเบาหวานพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อรองรับกลุ่มคนไข้ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนไข้ชาวตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยบริษัทคาดว่า การเปิดศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง จะสามารถดึงดูดกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ และ ช่วยสนับสนุนฐานรายได้จากกลุ่มคนไข้ชาวตะวันออกกลางได้ทันที

  การผ่อนคลายมาตรการภาครัฐและการเปิดประเทศ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 65 รัฐบาลได้ประกาศมาตรการผ่อนคลาย และ เปิดประเทศรับผู้เดินทางเข้าประเทศที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่ต้องตรวจคัดกรองโควิด-19 จากการประกาศมาตรการดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เดินทางเข้ามาในประเทศจำนวนมาก โดยรัฐบาลคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินทางเข้าประเทศเฉลี่ย 300,000 ราย/เดือน และ ในช่วงเดือน ตุลาคม - ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วง High Season คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่น้อยกว่า 1,000,000 ราย/เดือน

  โดยบริษัทคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชาวต่างชาติจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอุปสงค์อั้นจากการเข้ารับบริการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและศูนย์การแพทย์ทางเลือกต่าง ๆ ของโรงพยาบาลในเครือ นอกจากนั้นการประกาศเปิดด่านทางบกจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนให้แก่โรงพยาบาลในเครือที่ตั้งอยู่บริเวณด่านชายแดน เช่น โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อรัญประเทศ ที่ตั้งอยู่บริเวณด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย ที่ตั้งอยู่บริเวณด่านชายแดนไทย-พม่า

  นอกจากนั้น การประกาศเปิดประเทศของ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา จะทำให้เกิดการหมุนเวียนแรงงาน และ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกประเทศอย่างเสรี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนแก่โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ โดยตั้งอยู่ที่ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

  สำหรับแนวโน้มการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา จากการประกาศเปิดประเทศ และ การประกาศเปิดภาคเรียนในรูปแบบศึกษาที่โรงเรียน (On-site) จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติรวมถึงนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปเข้ารับวัคซีนโมเดอร์นาเข็มกระตุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้รับวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มหลักมีแนวโน้มเข้ารับวัคซีนโมเดอร์นาเข็มกระตุ้มต่อเนื่อง

   ที่ผ่านมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/64 - ไตรมาสที่ 1/65 โรงพยาบาลในเครือให้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาไปแล้วกว่า 735,500 โดส ซึ่งผู้เข้ารับวัคซีนดังกล่าวมีแนวโน้มกลับเข้ามารับวัคซีนเข็มกระตุ้นต่อเนื่อง โดยระหว่างนี้ทางบริษัท และ โรงพยาบาลในเครือได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาแบบ walk-in และ มีการปรับค่าบริการเพื่ออานวยความสะดวกแก่ผู้ต้องการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นในอนาคต

  ส่วนแนวโน้มจำนวนผู้ประกันตนภายใต้โครงการประกันสังคมในปี 65 บริษัท และ โรงพยาบาลในเครือได้รับโควตาเพื่อรองรับการลงทะเบียนของผู้ประกันตนภายใต้โครงการประกันสังคมจำนวน 1,501,900 ราย โดยสำนักงานประกันสังคมเปิดให้ผู้ประกันตนสามารถแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลประจำสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 64 จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 65 โดยที่ผ่านมามีผู้ประตนย้ายสิทธิมาลงทะเบียนกับโรงพยาบาลในเครือแล้วกว่า 73,000 ราย ส่งผลให้ ณ วันที่ 1 พ.ค. 65 บริษัทมีผู้ประกันตนลงทะเบียนจำนวนกว่า 974,800 ราย อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งมั่นให้บริการแก่ผู้ประกันตน และ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนส.ค. – ต.ค. ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีแรงงานใหม่เข้ามาในระบบการจ้างงานเพิ่มเติม

 

ลักษณะธุรกิจของ BCH
บริษัทดำเนินธุรกิจในรูปแบบกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 13 แห่ง และโพลีคลินิก 1 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิ-ตติยภูมิ ภายใต้ 4 กลุ่มโรงพยาบาล คือ 1. โรงพยาบาลเวิลดิ์เมดิคอล เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับบนและคนไข้ชาวต่างชาติ 2.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับกลางบน 3.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับกลางและคนไข้ในโครงการประกันสังคม 4.กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้ในโครงการประกันสังคม

 




รายงาน    กรณัช พลอยสวาท 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh