ข่าวหุ้นล่าสุด

โบรกฯเปิดโผ 5 หุ้นอสังหาฯ เสี่ยงเป็นเป้าหมายถูกซื้อกิจการ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ก.ค. 63 11:39 น.

  โบรกเกอร์ จับตาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ RICHY-LALIN-LPN-NVD-NCH เสี่ยงเป็นเป้าหมายถูกซื้อกิจการ เหตุราคาหุ้นปรับตัวลงหนัก จนต่ำกว่าบุ๊คแวลูมาก ขณะที่ผลการดำเนินงานดีต่อเนื่อง 5 ปี

  บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) เปิดเผยบทวิเคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เรื่อง เมื่อหุ้นอสังหาฯ ถูกเหมือนแบกะดิน...ใครมีโอกาสเป็นเป้าถูก Takeover? ว่า ราคาหุ้นอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลงแรงจากผลกระทบเชิงลบหลายปัจจัย ได้แก่

  1) มาตรการควบคุมสินเชื่อหรือ LTV
   2) ความเข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย
   3) สภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นประวัติการณ์
   4) สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีน
   5) การแพร่ระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปี 62 ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและกำลังซื้อเป็นอย่างมาก เป็นผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวลดลงเฉลี่ยกว่า 19.0% YTD

  ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานในปี 63 ทั้งในแง่ของการระบาย Inventory รวมถึงอัตราดูดซับอุปทานสำหรับโครงการเปิดตัวใหม่ เป็นผลให้การแข่งขันทางด้านราคาของผู้ประกอบการรุนแรงมากยิ่งขึ้น

  แม้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่เราคาดผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังสามารถประคองผลประกอบการในระดับที่มีกำไรได้ งบดุลของกลุ่มจึงไม่ถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญ การปรับตัวลงของราคาหุ้นในกลุ่มทำให้ราคาปัจจุบัน ซื้อขายบน P/BV2562 เฉลี่ยที่เพียงราว 0.55 เท่า ในเชิง Valuation จึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญต่อมูลค่าทางบัญชีที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

  Criteria ในการ Screen หุ้นถูกในสภาวะตลาดลดราคา โดยพิจารณาปัจจัยหลัก 4 ปัจจัยในการค้นหาหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าราคาซื้อขายในตลาด ได้แก่

  1) มูลค่าของสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงหลังหักลบหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย เปรียบเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Liquidity)
  2) เสถียรภาพทางการเงินของบริษัท (Stability)
  3) ความสามารถในการทำกำไรในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (Performance)
  และ 4) มูลค่าทางบัญชีและสภาพคล่องในการซื้อ-ขายของหลักทรัพย์ (P/BV and Trading Liquidity)

  เราเริ่มต้นด้วยการคัดเลือกหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จำนวน 15 บริษัท จากทั้งสิ้น 30 บริษัท ที่มีมูลค่าสินทรัพย์สูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพื่อนำไปประเมินใน 4 ปัจจัยข้างต้น

       ทั้งนี้ เราให้น้ำหนักการประเมินของ Liquidity, Stability, Performance และ P/BV and Trading Liquidity ที่ 50%, 15%, 15% และ 20% ตามลำดับ

 

*** กลุ่มหุ้นที่เข้าข่ายในการถูก M&A

  หลังการ Screening ผ่าน 4 ปัจจัยหลัก พบว่ามี  5 บริษัทที่เรามองว่ามีโอกาสในการเป็นเป้าหมายของการ M&A คือ บมจ.ริชี่ เพลซ 2002(RICHY),บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์(LPN),บมจ.ลลิล พร็อพเพอร์ตี้(LALIN),บมจ.เนอวานา ไดอิ(NVD) และ บมจ.เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง(NCH) จากการมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าตลาดและมีผลการดำเนินงานทีดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

  RICHY :
  บริษัทเน้นพัฒนาโครงการแนวสูงเป็นหลัก โดย ณ สิ้นปี 2562 มีอัตราส่วนของโครงการแนวสูงต่อแนวราบพร้อมขายที่ 9:1 

    ณ สิ้น 1Q63 บริษัทมีเงินสดและ Inventory มูลค่า 6.3 พันลบ. เมื่อหักลบกับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 3.5 พันลบ. จะมีมูลค่าเท่ากับ 2.8 พันลบ. สูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) กว่า 3.2 เท่า ทำให้ RICHY มีประเด็น Asset Play ที่โดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่ม

  LALIN :
  บริษัทประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบในกรุงเทพและปริมณฑลเป็นหลัก โดยสัดส่วนรายได้ในปี 2562 แบ่งเป็น บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และ อาคารชุดที่ 51%, 47% และ 2% ตามลำดับ

  จุดแข็งของบริษัทคืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำ และผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558-2562

  LPN :

  บริษัทเน้นพัฒนาโครงการแนวสูงระดับกลาง-ล่างเป็นหลัก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของ โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งหมด 

  แม้ผลประกอบการของ LPN ในช่วงปี 58-62 ไม่โดดเด่น มูลค่าของเงินสดและ Inventory หลังหักหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ณ สิ้น 1Q63 มีมูลค่าสูงกว่ามาร์เก็ตแคป ถึง 1.5 เท่า กอปรกับมีสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนเพียง 0.67 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.11 เท่า) และมี Free float ที่สูงถึง 91%

  NCH :
  ธุรกิจหลักของ NCH คือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และ ทาวน์เฮ้าส์ 

  ถึงแม้ความสามารถในการทำกำไรในช่วงปี 59-62 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม แต่มูลค่าของเงินสดและ Inventory หลังหักหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ณ สิ้น 1Q63 มีมูลค่าสูงกว่ามาร์เก็ตแคป กว่า 3.2 เท่า และมี P/BV2562 ที่ต่ำเพียง 0.32 เท่า

  NVD :
  บริษัทย่อยในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S โดย ณ สิ้นปี 62 มีสัดส่วนของโครงการพร้อมขายแบ่งเป็น โครงการแนวราบ โฮมออฟฟิศ และ คอนโดที่ 46%, 9% และ 45% ตามลำดับ

  NVD มีจุดเด่นคือการกระจายตัวของ Scorecard ที่ดีเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่ม สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน และการเติบโตของผลประกอบการที่โดดเด่นกว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ในกลุ่ม ขณะที่หุ้นซื้อ-ขายบน P/BV2562 ที่เพียง 0.40 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.53 เท่า แต่มีปัจจัยกดดันคือ Free float ในระดับต่ำที่ 33% (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 45%)

  หมายเหตุ
  1. บทวิเคราะห์อิงข้อมูลทางการเงิน ณ สิ้น 1Q63 จึงมี lag time จากสถานการณ์ปัจจุบัน
  2. ข้อมูลกำไรสุทธิของบริษัทอาจรวมสัดส่วนของกำไรพิเศษ การวัดความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติจึงมีข้อจำกัด
  3. การเปรียบเทียบ Interest Coverage Ratio ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อาจไม่สะท้อนถึงความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยที่แท้จริง เนื่องจากบริษัทอาจใช้หลักการทางบัญชีสำหรับดอกเบี้ยที่ค้างจ่ายตามสัญญากู้ยืมเงิน (Capitalized Interest) ที่แตกต่างกัน

 

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด