ข่าวหุ้นล่าสุด

`สุพัฒนพงษ์`คาดปีนี้ได้ข้อสรุปมาตรการสนับสนุนภาษีEV วอนปชช.มั่นใจรัฐฯ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ก.ค. 64 14:51 น.

  "สุพัฒนพงษ์" วอนเอกชนเชื่อมั่นทำงานรัฐบาล แม้แผนฉีดวัคซีนยังช้า เนื่องจากวัคซีนเป็นที่ต้องการของทั่วโลก พร้อมเปิดกลยุทธ์ 4D เดินหน้าประเทศ หนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเต็มสูบ เร่งออกมาตรการหนุนให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ หวังดึงเอกชนทั้งในและตปท.ลงทุนโรงงานแบตเตอรี่-ยานยนต์ไฟฟ้า

  นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานปาฐกถาพิเศษ "Restrat เศรษฐกิจไทยฝ่าภัยโควิด" ว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาล ที่จะเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง แม้จะชะลอหรือล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากความต้องการใช้วัคซีนมีเกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้นในช่วงที่วัคซีนทยอยเข้ามา ขอให้ประชาชนยังคงใช้อาวุธประจำกายที่มีทั้งสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดด้วย

  "เราไม่อยากเห็นการระบาด ไม่อยากให้มีการล็อกดาวน์ หรือการ์ดตก และระบาดใหม่ เราพยายามหยุดวงจรนี้ให้ได้ วันนี้วัคซีนยังมาไม่ครบ สิ่งที่จะหยุดวงจรนี้ได้ คือ การดูแลตัวเอง แต่หากจะเกิด เรื่องการเยียวยาและฟื้นฟูมีความพร้อมอยู่แล้ว ขณะที่ภาคเอกชนเองก็มีความพร้อมในการลงทุน เห็นได้จากครึ่งปีแรกของปีนี้ ณ เดือนมิ.ย. พบว่า ตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมสูงมากและใกล้เคียงกับคำขอของปีที่แล้วทั้งปี และพบว่า ยังเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาสด้วย"นายสุพัฒน์พงษ์ กล่าว

  ด้านการเดินหน้าประเทศไทย รัฐบาลได้วางยุทธศาสต์สำคัญไว้ คือ 4D ประกอบด้วย

  1. Decarbonization การลดก๊าซเรือนกระจกที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังดำเนินแนวทางนี้อยู่ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น ธุรกิจรถยนต์หรือยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างออกแบบโครงการ หรือมาตรการสนับสนุนทั้งด้านภาษี และด้านต่างๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ให้เข้ามาลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ไฟฟ้า และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ก่อนเริ่มใช้ในปี 65 ในการเริ่มเชิญผู้ลงทุนเข้ามาลงทุน ซึ่งจะเป็นการรักษาฐานการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาคด้วย

  2. Digitalization แนวทางการพัฒนาดิจิทัล โดยไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีพอสมควร และจะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น AI, 5G, Cloud Service และ Data Center ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญมาก และจากการประมาณการของทีดีอาร์ไอ ประเมินว่า หากทำได้สำเร็จ จะมีผลทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.7-0.8% ต่อปีด้วย

  3. Derisk การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทรัพยากรและกระบวนการทำงาน โดยธุรกิจไทยแข็งแกร่งในด้านอาหาร และจุดที่ต้องไป เช่น Medical Tech

  4.Decentralization คือการใช้ประโยชน์จากแนวโน้มในการลดความเสี่ยง ในส่วนของเรื่องการซื้อที่อยู่อาศัยในต่างแดน โดยจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้จุดแข็งของไทยในเรื่องการควบคุมโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ระบบสาธารณสุขที่ดี มีอาหารที่ดี ราคาไม่แพง ที่จะสามารถมาเป็นจุดแข็งที่จะดึงดูให้ผู้มีรายได้สูงมาอยู่ในไทยในระยะยาว เป็นต้น

 

 

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh