ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : เวิลด์แบงก์ หั่นเป้าจีดีพีไทยเหลือโต 3.8% แนะเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 เม.ย. 62 7:17: น.

 

  "ธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์)"  ปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 3.8% จากเดิม 3.9% หลังส่งออกชะลอตัว คาดโตไม่เกิน 5.7% พร้อมแนะเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่  กังวลหากล่าช้าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชน   ด้าน "สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง"  มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตใกล้เคียง 4% เหตุพื้นฐานยังแข็งแกร่งจากปัจจัยภายในประเทศหนุน แต่ต้องจับตาความไม่แน่นอนจากต่างประเทศ

*** หั่นจีพีดีไทยปีนี้เหลือโต 3.8%
     นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก ประจำประเทศไทย  เปิดเผยว่า  ธนาคารโลก ได้ปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้มาอยู่ที่ 3.8% จากเดิม 3.9% หลังส่งออกชะลอตัวลง เนื่องจากสงครามการค้ายังมีความไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้า ส่วนปี 63 คาดเศรษฐกิจขยายตัว 3.9% โดยประเมินการส่งออกปีนี้ขยายตัว  5.7% และ ปี 63 ขยายตัว 5.5%
    ส่วนการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ยังพยุงไม่ให้เศรษฐกิจถดถอยลง โดยคาดว่าปีนี้การลงทุนภาครัฐขยายตัว 4.6% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 4.3% และ ปี 63 คาดการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอยู่ที่ 4.8% และ การลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ 4.3%
 
*** แนะเร่งตั้งรัฐบาลใหม่
    นายเกียรติพงศ์  ยังเสนอแนะให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพราะอาจมีการจัดตั้งล่าช้า จะถือเป็นความเสี่ยง และจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้าง และกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชน ที่จะทำให้การลงทุนล่าช้าไปด้วย
     "ในช่วงเดือนก.ค.นี้เราจะทบทวนประมาณการณ์จีดีพีอีกครั้ง หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปถือว่ามีความเสี่ยง และ ส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาครัฐ และภาคเอกชน  ทำให้ปีนี้ เรามองเศรษฐกิจไทยโตเหลือ 3.8 และปีหน้าเรายังประเมินไว้ที่ 3.9%"

*** มองจีดีพีเอเชียยังโตน่าพอใจ
    นอกจากนี้ธนาคารโลก ยัง รายงาน East Asia Pacific Update เดือนเม.ย.62 ภายใต้ชื่อ "การจัดการลมต้านเศรษฐกิจโลก" พบว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในภูมิภาคนี้ เศรษฐกิจยังสามารถเติบโตได้ในระดับที่น่าพอใจ 
    สำหรับประเทศจีน ยังคงใช้นโยบายเพื่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ 6.2% ในปี 62-63 ลดลงจากระดับ 6.6% ในปี 61
    ส่วนประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กในภูมิภาคนี้คาดว่า เศรษฐกิจยังเติบโตในระดับที่น่าพอใจ โดยโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของแต่ละประเทศจะช่วยให้เศรษฐกิจของ สปป.ลาวและ มองโกเลียเติบโตได้ดีขึ้น
    ในขณะที่เศรษฐกิจกัมพูชายังเติบโตอย่างเข้มแข็ง แม้จะช้าลงกว่าปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากความต้องการบริโภคจากภายนอกประเทศอ่อนตัวกว่าที่คาด ส่วนเมียนมาคาดว่า นโยบายการคลังแบบขยายตัวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และ คาดว่าการปฎิรูปโครงสร้างจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะปานกลาง
     "ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกผ่อนคลายลง การค้าโลกปีนี้น่าจะเติบโตแบบชะลอตัวลง นอกจากนี้ รายงานยังนำเสนอคามต้องการบริโภคภายในประเทศของภูมิภาคนี้ยังคงเข้มแข็ง ซึ่งช่วยทดแทนผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวลง และ การที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ สามารถรับมือกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยืดหยุ่น จะช่วยให้ความยากจนลดลง ซึ่งถือว่าลดลงได้อย่างเป็นประวัติการณ์แล้ว โดยภายในปี 64 คาดว่าอัตราความยากจนขั้นรุนแรงจะลดลงต่ำกว่า 3%"

*** สศค.เชื่อจีดีพีไทยโตใกล้ 4%
    นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  เปิดเผยว่า  สศค. ยังคงมองเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวใกล้เคียง 4%  โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง คือ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจต่างประเทศ ที่อาจกระทบกับการส่งออกของไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกถึง 70% แต่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ อยู่ทีการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศเป็นหลัก  
     ทั้งนี้มองว่าเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ เงินสำรองต่างประเทศอยู่ในระดับสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ หรือมีเงินสำรองมากกว่า 3 เท่าของเงินกู้ต่างประเทศระยะสั้น ขณะที่ฐานะทางการคลัง ที่ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ในระดับต่ำที่ 42%  
      “ในปีนี้ เราคาดว่า จีดีพี จะเติบโตใกล้กับ 4%  ถึงแม้ว่า จะมีความท้าทายจากภายนอก แต่ความต้องการภายในประเทศที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจในปีนี้ ส่วนความท้าทายคือ จะทำอย่างไรที่จะรักษาอุปสงค์ในประเทศให้เข้มแข็ง รวมถึงการลงทุนให้เติบโตต่อเนื่องด้วย”นายพิสิทธิ์ กล่าว  

*** ยันรัฐบาลเน้นวางโนบายลดความยากจน
     นายพิสิทธิ์ กล่าวว่า การดำเนินนโยบายของรัฐบาลในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายในการลดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศนั้น รัฐบาลได้ดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย ซึ่งที่ผ่านมามีผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการ 14.5 ล้านคน ซึ่งการเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนนั้น จะทำให้การช่วยเหลือมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการทำให้นโยบายมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการลดความยากจน 
    อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า นโยบายของรัฐเพื่อลดคนยากจน ลดจำนวนคนที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในโครงการผู้มีรายได้ ยังเป็นความท้าทายในอนาคต

*** บลจ.บีแคป เชื่อ SETยังขึ้นได้ต่อ
     นางเมธ์วดี ประเสริฐสินธนา  กรรมการผู้จัดการ และดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร  หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด  (บลจ.บีแคป)  คาดดัชนีหุ้นไทยช่วงที่เหลือของปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก 3-5% จากระดับดัชนีปัจจุบัน โดยจะมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและส่งออกที่จะเติบโตโดด เนื่องจากอุตสาหกรรมอยู่ในช่วงขาขึ้น
     ด้านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่จะหมดอายุสิทธิทางภาษีปลายปีนี้ ประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก เนื่องจากนักลงทุนที่ลงทุนใน LTF ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนระยะยาว และจะไม่ดึงเงินออก 
    ส่วนมุมมองตลาดทุนทั่วโลกในครึ่งปีหลัง เชื่อว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังมีความผันผวนมาก เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายของวัฏจักรเศรษฐกิจ (Late Cycle) ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดมีการปรับตัวเร็วกับข่าวที่กระทบการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจจะยังไม่เข้าสู่สภาวะถดถอย (Recession) จากธนาคารกลางในกลุ่มประเทศหลักที่ยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย และสถานการณ์สงครามทางการค้าที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้รอบเศรษฐกิจนี้จะยังคงดำเนินต่อไป 
      “ในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง โดยจะปรับตัวขึ้นและลงตามปัจจัยที่กระทบการเจริญเติบโต โดยจะแกว่งขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดเดิมในปี 2561 ซึ่งเป็นโอกาสทำกำไรในระยะสั้นได้ ดังนั้นกลยุทธ์หลักของการลงทุนควรกระจายการลงทุนในตราสารทุนหลายประเทศ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน กองทุน BCAP Global Wealth จึงออกมาเป็นตัวช่วย”ดร.ธนาวุฒิ กล่าว 
    สำหรับกลยุทธ์ในการบริหารกองทุนทาง BCAP จะบริหารจัดการเอง โดยเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมดัชนีสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก และปรับพอร์ตการลงทุนตามสภาวะตลาด โดยใช้กลยุทธ์หลักในการปรับพอร์ตเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและลดความเสี่ยงใน 3 รูปแบบคือ การปรับเพิ่มหรือลดน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง, การปรับเพิ่มลดน้ำหนักการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ และการปรับเพิ่มลดน้ำหนักการลงทุนในสไตล์การลงทุนต่างๆ 

 


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด