ข่าวหุ้นล่าสุด

AOT เพิ่มเป้าผู้โดยสารปีงบ 65 ฟื้นตัวทะลุ 45 ล้านคน คาดปี 67 ใกล้ปกติ

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 มิ.ย. 65 12:51 น.

 

  AOT เพิ่มเป้าหมายปริมาณจราจรปีงบประมาณ 65 ( ต.ค.64-ก.ย.65) ฟื้นตัวแตะ 402.970 เที่ยวบิน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารทะลุ 45 ล้านคน ใหม่ ขณะที่คาดปี 67 จำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบิน ฟื้นตัว 99% ใกล้เข้าภาวะปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด แต่ยังจับตานโยบายเปิดประเทศของจีน และการระบาดของโควิดและโรคอื่นๆ รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน

  บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ทึ่ประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันพุธที่ 22 มิ.ย.65 รับทราบประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศ จากการประเมินผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 และสถานการณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ฉบับเดือนมิ.ย.65 ซึ่งได้ทบทวนประมาณการปริมาณจราจรทางอากาศให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้ฐาน
ผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริงในปี 65 ประกอบกับข้อมูลการขอจัดสรรตารางการบินฤดูหนาวในเดือน ต.ค.65 (ฤดูกาลท่องเที่ยวปีงบประมาณ 66) ที่ยังฟื้นตัวไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเที่ยวบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

  จากสมมติฐานและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการจราจรทางอากาศข้างต้น ทอท.ได้จัดทำประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศใหม่ โดยคาดว่า ในปีงบประมาณ 65 จะมีผู้โดยสารรวม 45.60 ล้านคน และปริมาณเที่ยวบินรวม 402,970 เที่ยวบิน ฟื้นตัวคิดเป็น 33% และ 45% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 62 (ช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19)

  สำหรับปีงบประมาณ 66 และปี 67 คาดว่าจะมีผู้โดยสารรวม 95.70 ล้านคน และ 141.51 ล้านคน การฟื้นตัวคิดเป็น 68% และ 99% ตามลำดับ และปริมาณเที่ยวบินในปีงบประมาณ 66 และปี 67 คาดว่ามีจำนวนรวม 664,796 เที่ยวบิน และ 892,414 เที่ยวบิน โดยฟื้นตัวคิดเป็น 74% และ 99% ตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับปกติเช่นเดียวกับปีงบประมาณ 62 (ช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด–19)

  อย่างไรก็ตาม การทบทวนประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศยังคงมีหลายปัจจัยสำคัญที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ นโยบายการเปิดประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน โอกาสการกลับมาระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ หรือโรคระบาดอื่นๆ ตลอดจนผลกระทบของสงครามรัสเซียยูเครนเป็นสำคัญต่อไป

  รายงานข่าวจากบ AOT เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมในการรับโอนสิทธิบริหารท่าอากาศยาน 3 แห่ง ของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้แก่ ท่าอากาศยานกระบี่ อุดรธานี และบุรีรัมย์ หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ขอความเห็นและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงคาดว่าจะเสนอ ครม.อีกครั้งภายในเดือน มิ.ย.

  ทั้งนี้หลังจาก ครม.อนุมัติแล้ว คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการถ่ายโอนใบอนุญาต รวมถึงเจรจารายละเอียดการจ่ายเงินชดเชยให้ ทย. คาดว่าแล้วเสร็จภายในปี 65 และหลังจากนั้นภายใน 3 เดือน บริษัทพร้อมเข้าบริหาร 3 ท่าอากาศยานได้ทันที โดจใช้วิธีการบริหารในรูปแบบ DUO Airport หรือการจับคู่ท่าอากาศยาน เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกับท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่กับท่าอากาศยานเชียงราย เพื่อการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

  "หลังการรับโอนสิทธิบริหารท่าอากาศยานทั้ง 3 แห่ง จะเป็นโอกาสเพิ่มน่านฟ้าในการให้บริการ โดยเฉพาะท่าอากาศยานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ ทอท.ไม่มี และถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุด การได้สิทธิบริหารท่าอากาศยานครั้งนี้จะเปิดประตูน่านฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้"

ลักษณะธุรกิจของ AOT
ทอท.ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย โดยธุรกิจหลักประกอบด้วย การจัดการ การดำเนินงาน และการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยมีท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ 6 แห่ง คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งนี้ ให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh