ข่าวหุ้นล่าสุด

ธปท.เผย ปี61 มีผลขาดทุนทางบัญชี 1.53 แสนลบ.ตามการตีราคาสินทรัพย์ตปท.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 เม.ย. 62 15:19 น.

   ธปท.เผย บัญชีธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2561 มีผลขาดทุนรวม 153,168 ล้านบาทลดลงจากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนทางบัญชีจากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศ ด้านบัญชีทุนสำรองเงินตรา ขาดทุนสุทธิ 30,024 ล้านบาทจากปัจจัยเดียวกัน ยันไม่ได้กระทบความสามารถในการดำเนินพันธกิจ

   ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยงบการเงินผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ปี 2561 เป็นอีกปีที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน จากบรรยากาศการค้าระหว่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน หนี้ที่ปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลายประเทศ ตลอดจนความเสี่ยงด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ในหลายจุดทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดเงินตลาดทุนผันผวนตลอดทั้งปี กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เสถียรภาพ เศรษฐกิจไม่เข้มแข็ง ต้องเผชิญวิกฤตเงินทุนไหลออกและค่าเงินอ่อนตัวอย่างรุนแรง
   ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกผันผวนสูงและคาดเดาได้ยาก เศรษฐกิจไทยโดยรวมมีเสถียรภาพ และเมื่อเทียบกับประเทศตลาด เกิดใหม่หลายประเทศแล้ว ระบบการเงินของไทยมีความมั่นคง ค่าของเงินบาท อำนาจซื้อของคนไทยและมูลค่าของสินทรัพย์ของคนไทยไม่ถูกลดทอนลง เพราะอัตราเงินเฟ้อคงอยู่ในระดับต่ำและอัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพเมื่อเทียบเงินบาทกับเงินสกุลหลัก ๆ เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยเข้มแข็ง โดยเฉพาะเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับมั่นคง ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกิน ดุลต่อเนื่อง รวมทั้งหนี้ ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำซึ่งได้ช่วยเป็นกันชนและภูมิคุ้มกันที่ช่วยรองรับแรงปะทะจากความผันผวนภายนอก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องในระดับสอดคล้องกับศักยภาพ
   ทั้งนี้บัญชีธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2561 มีผลขาดทุนรวม 153,168 ล้านบาทลดลงจากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนทางบัญชีจากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศ (valuation หรือ unrealized loss) ในขณะที่รายรับดอกเบี้ยจากการบริหารสินทรัพย์ ต่างประเทศสูงกว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายในการดำเนินนโยบายการเงินเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี 
   โดยการดำเนินงานตามพันธกิจด้านการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ในปี 2561 มีรายรับดอกเบี้ยสุทธิ 18,776 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากดอกเบี้ยรับจากการ บริหารสินทรัพย์ต่างประเทศสูงกว่าดอกเบี้ยจ่ายจากการดำเนินนโยบายการเงิน ทั้งนี้ ตัวเลขในส่วนนี้ ทยอยปรับดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตามทิศทางอัตรา ดอกเบี้ยในตลาดการเงินโลกที่ปรับสูงขึ้น ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ยังอยู่ต่ำกว่าหลายประเทศและต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ
   ขณะที่ผลจากการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศและอื่น ๆ ขาดทุนสุทธิ 95,834 ล้านบาทในปี 2561 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการนำผลขาดทุนที่เกิดจากการตีราคา ในปี 2560 มารับรู้เป็นผลขาดทุนเมื่อมีการขายสินทรัพย์ต่างประเทศบางส่วนออกไป เพื่อปรับเพิ่มสินทรัพย์สกุลเงินหยวนให้สอดคล้องกับบทบาทของเศรษฐกิจ จีนที่มีมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก และสอดคล้องกับการที่กองทุนการเงินระหว่าง ประเทศ (IMF) ได้นำเงินหยวนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตะกร้าเงิน SDR เป็นครั้งแรก ในปี 2559 ซึ่งจะทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ดีขึ้น
    ตัวเลขการขาดทุนส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะต้นทุนในรูปของเงินบาทของ สินทรัพย์ต่างประเทศที่ซื้อเข้ามาเมื่อหลายปีก่อน สูงกว่าราคาในรูปของเงินบาทเมื่อ ขายสินทรัพย์ดังกล่าวออกไปซึ่งเกิดจากการแข็งค่าของเงินบาทในปี 2561 เป็นสำคัญ การขาดทุนส่วนนี้จึงเป็นการรับรู้ผลขาดทุนที่เคยบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของผลขาดทุน ทางบัญชีที่เกิดจากการตีราคาฯ และเคยบันทึกไว้ในขาดทุนรวมของปี 2560 แล้ว
 ด้านผลจากการตีราคา (valuation) ขาดทุนสุทธิ 76,110 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้เป็นการขาดทุนทางบัญชีที่เกิดจากการตีราคาเงิน สำรองระหว่างประเทศเป็นเงินบาท โดยปี 2561 ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินหลายสกุลหลัก โดยเฉพาะเงินยูโร เงินหยวน และเงินปอนด์สเตอร์ลิง ที่ปรับอ่อนค่าตามภาวะเศรษฐกิจของทั้ง 3 ประเทศที่มีแนวโน้มชะลอลง
   ส่วนงบการเงินของบัญชีทุนสำรองเงินตรา ขาดทุนสุทธิ 30,024 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศ ในบัญชีทุนสำรองเงินตรา (-50,208 ล้านบาท) ในขณะที่ผลตอบแทนจากการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศที่ใช้หนุนหลังธนบัตร ยังอยู่ในเกณฑ์ดี   
   โดยการดำเนินงานตามพันธกิจด้านการพิมพ์และนำธนบัตรออกใช้ มีรายรับดอกเบี้ยสุทธิ 19,453 ล้านบาทจากการบริหาร เงินสำรองระหว่างประเทศที่ใช้หนุนหลังธนบัตรให้ผลตอบแทนดี ในขณะที่ต้นทุนการพิมพ์ธนบัตรปรับลดลงจากปริมาณเบิกจ่าย ธนบัตรที่ลดลง ขณะที่การบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศและรายการอื่น กำไรสุทธิ 731 ล้านบาท จากการซื้อขายหลักทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศเป็นสำคัญ และผลจากการตีราคา (valuation) ขาดทุนสุทธิ 50,208 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการตีราคาเงินสำรองระหว่างประเทศในบัญชี ทุนสำรองเงินตราให้เป็นเงินบาท เป็นเพราะเงินต่างประเทศเกือบทุกสกุลอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท
   อย่างไรก็ตามตัวเลขขาดทุนในปี 2561 ส่วนใหญ่เป็นการขาดทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ต่างประเทศให้อยู่ในสกุลเงินบาท ในขณะที่หลายปี ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานตามพันธกิจเพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจปรับดีขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มมีรายรับสุทธิในปี 2561 และการดำเนินงานตามพันธกิจการจัดพิมพ์ธนบัตรออกใช้มีรายรับต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารกลางในหลายประเทศ อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย อิสราเอล ชิลี เคยมีผลขาดทุนเช่นกัน และงานศึกษาทางวิชาการหลายชิ้นชี้ว่า ผลขาดทุนไม่ได้กระทบความสามารถในการดำเนินพันธกิจของธนาคารกลาง หากการดำเนินนโยบายมีเหตุมีผลและยังได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับ ธปท. แม้ที่ผ่านมาทั้งปีงบการเงินมีผลขาดทุน แต่ตลาดการเงินและนักลงทุน ยังคงเชื่อมั่นสะท้อนจากการออกพันธบัตรของ ธปท. จะมีนักลงทุนมาประมูลซื้อพันธบัตร ธปท. มากกว่าจำนวนที่ออก

 

 


เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด