ข่าวหุ้นล่าสุด

พาณิชย์คาดเงินบาทปีนี้แข็งค่า 30-31 บ./ดอลล์ เชื่อกระทบส่งออกไม่มาก

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ก.ย. 62 10:44 น.

   พาณิชย์คาดบาทช่วงที่เหลือของปี แนวโน้มแข็งค่าอยู่ในกรอบ 30-31 บาทต่อดอลล์ เหตุนโยบายการเงินประเทศหลักผ่อนคลาย - Brexit แต่มองกระทบส่งออกจำกัด เหตุตลาดส่งออกไทยยังแกร่งกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค   แนะผู้ประกอบการทำประกันความเสี่ยง รองรับความผันผวน

   นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)  เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่า ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มทรงตัว หรือ อาจแข็งค่าขึ้น โดยเคลื่อนไหวในช่วง 30.0-31.0 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยหลักที่อาจจจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ประกอบด้วย การดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมของประเทศสำคัญของโลก อย่าง สหรัฐ จีน และสหภาพยุโรป แนวทางการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ หรือ Brexit และ ความขัดแย้งการเมืองระหว่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งต้องเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน เพื่อรองรับผลกระทบจากการความผันผวนและค่าเงินที่อาจจะแข็งค่าเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2562
   อย่างไรก็ตาม ยังประเมินว่า แม้ค่าเงินบาทที่แข็งค่า อาจทำให้รายได้ผู้ประกอบการลดลง แต่ในภาพรวมที่จะมีผลกระทบต่อการส่งออกยังมีจำกัด จากการวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญและของไทย พบว่า ค่าเงินบาทเฉลี่ยจากต้นปีจนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2562 อยู่ที่ 31.39 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งและคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งส่วนมากค่าเงินอ่อนค่า เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ อย่างเช่น เกาหลีใต้ อ่อนค่า 6.5% สหภาพยุโรป อ่อนค่า 6.3%  อังกฤษ อ่อนค่า 6.2% จีน อ่อนค่า 5.3%  อินเดีย อ่อนค่า 5.1% เป็นต้น 
   ทั้งนี้การส่งออกของไทยยังทำได้ดีกว่าประเทศที่ค่าเงินอ่อนค่า โดย 7 เดือนแรกของปี 2562 ไทยส่งออกหดตัว 1.9% ส่วนเกาหลีใต้หดตัว 8.9% อังกฤษหดตัว 3.5% ไต้หวันหดตัว 2.9% และมาเลเซียหดตัว 4.8% ดังนั้นการแข็งค่าของค่าเงินบาทแม้ว่าจะทำให้รายได้ผู้ประกอบการลดลง แต่ในภาพรวมส่งผลกระทบต่อการส่งออกยังจำกัด
   โดยสินค้าเกษตรซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากแข็งค่าของค่าเงิน พบว่า แม้ว่าการส่งออกสินค้าเกษตรบางชนิดจะหดตัว แต่การส่งออกไปบางตลาดยังขยายตัวได้ดี เช่น การส่งออกข้าว 7 เดือนแรกหดตัว 18.5% แต่ส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัว 13.9% การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 7 เดือนแรกหดตัว 6.9% แต่การส่งออกไปญี่ปุ่นขยายตัว 3.2% การส่งออกข้าวโพด 7 เดือนแรกหดตัว 20.7% แต่การส่งออกไปเวียดนามขยายตัว 29.2%
   นอกจากนี้ การส่งออกอาหารทะเลกระป๋อง 7 เดือนแรกขยายตัว 2.3% โดยส่งออกไปสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ขยายตัว 16.5% และ 10.4% ตามลำดับ เป็นต้น รวมถึงการส่งออกผลไม้สด/แช่แข็งที่มีความนิยมสินค้าไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การส่งออกขยายตัวสูงถึง 44.9% สะท้อนการส่งออกสินค้าเกษตรยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการส่งออก เช่น ความต้องการสินค้า และคุณภาพสินค้า เป็นต้น ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าไลฟ์สไตล์หลายชนิดที่ขยายตัวได้ดี เช่น เครื่องสำอาง/ผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องรับวิทยุและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ตู้เย็น และผลิตภัณฑ์ยาง

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด