ข่าวหุ้นล่าสุด

แกนนำฝ่าย EthereumPoW จ่อระงับบัญชีคริปโทโดยพลการ ก่อนเจอกระแสตีกลับ!

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ส.ค. 65 7:37: น.

             แกนนำฝ่าย EthereumPoW จ่อระงับบัญชีสินทรัพย์คริปโทฯ โดยพลการชั่วคราว หลังแยกบล็อกเชนออกจาก Ethereum อ้างเพื่อความปลอดภัย ก่อนเจอกระแสตีกลับจากชุมชน ชี้เป็นการละเมิดหลักการกระจายศูนย์อำนาจอย่างร้ายแรง

             นักขุดเหรียญ ETH กลุ่มหนึ่งได้ผลักดันให้เกิดการแยกตัวบล็อกเชนออกมาเป็นอิสระจาก Ethereum โดยในเครือข่ายนี้จะยังคงใช้งานกลไกฉันทามติแบบ PoW ต่อไป แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากก็เชื่อว่ามีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่การแยกบล็อกเชนออกมาจะประสบความสำเร็จด้วยดี

             เครือข่าย  Ethereum (ETH) กำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปใช้กลไกฉันทามติแบบ Proof-of-Stake (PoS) ในช่วงวันที่ 15-16 กันยายนนี้โดยจะยุติการใช้งานบล็อกเชนที่เป็นระบบกลไกฉันทามติแบบ Proof-of-Work (PoW) ในปัจจุบันเป็นการถาวร ซึ่งเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การกวาดล้างกิจการขุดเหรียญตามกลไก PoW ให้หายไปจากสารบบของ Ethereum

             ***สายขุดยืนกรานต่อชีวิต PoW โดยเรียกเครือข่ายนี้ว่า EthereumPoW (ETHW)  

             ท่ามกลางการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่ขยับใกล้เข้ามาทุกขณะ ฝ่ายที่สนับสนุนระบบ PoW โดยเฉพาะกลุ่มนักขุดเหรียญได้ตัดสินใจที่จะต่อชีวิตให้กับบล็อกเชนที่ยังคงใช้กลไกฉันทามติแบบ PoW ต่อไป โดยจะเรียกเครือข่ายนี้ว่า EthereumPoW (ETHW) ซึ่งแกนนำสำคัญของฝ่าย PoW ได้แนะนำผู้ที่ถือครองเหรียญ ETH ให้ถอนสินทรัพย์ของตนเองออกมาจากแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสภาพคล่องอย่างเช่น Uniswap Sushiswap, Aave, Compound รวมถึงกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบกระจายศูนย์อื่น ๆ

             ***กลุ่มแกนนำเล็งอายัด ETHW ชั่วคราว หลังแยกแยกบล็อกเชนออกจาก Ethereum

             กลุ่มแกนนำสำคัญยังระบุด้วยว่าจะดำเนินการอายัดเหรียญ ETHW ที่ค้างอยู่ในแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสภาพคล่องของกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบกระจายศูนย์รวมถึงเหรียญที่อยู่ในแพลตฟอร์มกู้ยืมคริปโทฯ เป็นการชั่วคราวหลังการแยกบล็อกเชนออกมาจาก Ethereum แล้วเพื่อป้องกันสินทรัพย์ของผู้ใช้งานให้ปลอดภัย

             คณะแกนนำเชื่อมั่นว่าทันทีที่เกิดการแยกตัวของเครือข่าย Ethereum ที่ยังคงใช้กลไกฉันทามติแบบ PoW ออกมาแล้ว โดยเฉพาะในบล็อกลำดับแรก ๆ ของเครือข่ายนั้น เหรียญ ETHW ซึ่งผู้ใช้งานฝากไว้ในแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสภาพคล่องจะตกเป็นเป้าหมายในการโดนสับเปลี่ยนหรือนำไปปล่อยกู้โดยคนร้ายที่โจมตีระบบรวมถึงนักวิทยาศาสตร์หัวหมอที่จะขโมยเหรียญ ETHW ไปแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญขยะไร้ค่าอย่าง USDT, USDC, และ WBTC อันจะนำมาซึ่ง “ความวุ่นวายครั้งใหญ่หลวงในหมู่ชุมชนผู้ใช้งานทั้งหลาย”

             “แกนนำคณะ ETHW จำต้องกัดฟันตัดสินใจระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสภาพคล่องบางรายเพื่อปกป้องเหรียญ ETHW ของผู้ใช้งานไว้จนกว่าผู้ควบคุมแพลตฟอร์มหรือชุมชนผู้ใช้งานจะพบทางออกอื่นที่ดีกว่า”

             กลุ่มแกนนำยังเสริมอีกว่าการอายัดสินทรัพย์ดังกล่าว จะไม่ครอบคลุมถึงบัญชีที่ทำการ Staking (การวางเหรียญไว้ในระบบเพื่อแลกรับสิทธิ์ในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชน) ด้วยเหรียญคริปโทฯ เพียงสกุลเดียวอย่างเช่นบัญชีที่รับฝากเหรียญ ETH2.0 และเหรียญ Wrapped Ether

             ***ชุมชนคัดค้านแกนนำฝ่าย PoW อย่างหนัก! ลั่นเป็นการละเมิดหลักการกระจายศูนย์  

             แนวคิดการอายัดสินทรัพย์ของผู้ใช้งานโดยไม่ขอความยินยอม ได้ก่อให้เกิดกระแสคัดค้านอย่างหนักจากชุมชน โดยผู้ใช้งานจำนวนมากได้เตือนสติคณะแกนนำฝ่าย PoW ว่าการสั่งระงับระบบสัญญาอัตโนมัติของแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสภาพคล่องผ่านการฝังโค้ดลงไปในซอฟต์แวร์ของ ETH นั้นถือเป็นการละเมิดหลักของการกระจายศูนย์อำนาจอย่างร้ายแรง

             ผู้ใช้งานบางรายถึงขั้นวิจารณ์ว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นการฉ้อโกงเห็น ๆ และเรียกร้องให้ช่วยกันรายงานบัญชีทวิตเตอร์ที่อ้างตัวว่าเป็นคณะแกนนำของ ETHW ด้วย

             แผนในการแยกตัวของเครือข่าย Ethereum ที่ยังคงใช้กลไกฉันทามติแบบ PoW ออกมานี้ยังได้รับเสียงสนับสนุนจากนักขุดเหรียญชื่อดังชาวจีนอย่าง Chandler Guo ด้วยเช่นกัน โดย Guo อ้างว่าตัวเองเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี 51% (การเข้าควบคุมกำลังการขุดเหรียญบนเครือข่ายบล็อกเชนจนทำให้มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงเครือข่ายไปในทิศทางที่ต้องการได้) ต่อเครือข่ายของ Ethereum Classic

             ***เอ็กซ์เช้นจ์ อาจลิสต์เหรียญที่แตกจาก Ethereum ด้วย ขึ้นกับความนิยม

             ทั้งนี้ ศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ และผู้ผลิตเหรียญ Stablecoin ส่วนใหญ่ได้ประกาศสนับสนุนเครือข่าย Ethereum ที่ใช้กลไกฉันทามติแบบ PoS แต่ศูนย์ซื้อขายคริปโทฯ หลายแห่งก็ระบุว่าในกรณีที่บล็อกเชนแบบ PoW ซึ่งแยกตัวออกมาจาก Ethereum ได้รับความนิยมในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทางศูนย์ซื้อขายฯ ก็จะเพิ่มเหรียญของเครือข่ายที่แยกตัวออกมานี้บนกระดานแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ด้วย โดยจะพิจารณาจากความต้องการของชุมชนผู้ใช้งานเป็นหลัก

             ***อุตสาหกรรมเหมืองขุด ETH มีมูลค่าราว  1.9 หมื่นล้านดอลลาร์

             อุตสาหกรรมเหมืองขุด ETH มีมูลค่าราว  1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ตามการประเมินของ Messari ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโทฯ เนื่องจากนักขุดได้ทุ่มเม็ดเงินลงทุนไปกับการวางระบบขุดเหรียญเป็นมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ จึงไม่แปลกที่กลุ่มนักขุดจะส่งเสริมให้มีการแยกตัวเครือข่ายออกมาจาก Ethereum เนื่องจากการขุดเหรียญ  คริปโทฯ ที่ใช้กลไกฉันทามติแบบ PoW ในสกุลอื่น ๆ อย่างเช่น Ethereum Classic (ETC) หรือ Bitcoin (BTC) จะไม่สร้างผลกำไรได้มากเท่ากับการขุด ETH

             ***วิทาลิก ค้านการแยกบล็อกเชน ชี้! เป็นความโลภของคนเพียงไม่กี่คน

             Kent Barton ผู้เป็นหัวหน้าสายเศรษฐศาสตร์โทเคนดิจิทัลของ ShapeShift DAO ได้เปิดเผยต่อเว็บไซต์ข่าว Cointelegraph ว่าผู้เชี่ยวชาญมองว่าบล็อกเชนแบบ  PoW ที่แยกตัวออกมาจาก Ethereum ก็ไม่น่าจะสร้างผลกำไรจากการขุดเหรียญได้มากนักเช่นกัน เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะหันไปใช้เครือข่ายใหม่ของ Ethereum กันหมด ตามที่ Barton ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

             “แม้ว่าสุดท้ายแล้วตลาดเสรีจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน แต่ก็มีแนวโน้มว่าหลังจากที่ตลาดพบราคาที่เหมาะสมในช่วงแรกแล้ว (ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้เทขายเหรียญที่แยกตัวออกมาจาก Ethereum) ก็จะทำให้เหรียญของบล็อกเชนที่ใช้กลไก PoW ค่อย ๆ ล้มหายตายจากไป ดังนั้นกลยุทธ์ที่มีโอกาสสำเร็จสูงกว่าคือการย้ายไปขุดเหรียญของบล็อกเชนอื่นที่ใช้ระบบ PoW  อย่างเช่น Ethereum Classic”

             ผู้ร่วมก่อตั้งของ Ethereum อย่าง Vitalik Buterin ก็มีท่าทีคัดค้านการแยกตัวของบล็อกเชนที่ใช้กลไกฉันทามติแบบ PoW เช่นเดียวกัน โดยเรียกการเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นความโลภของพวกนอกรีตเพียงไม่กี่คน ซึ่ง Buterin ก็แนะนำให้นักขุด  ETH โยกย้ายกิจการไปสู่เหรียญ ETC เช่นกัน

 

             ที่มา : cointelegraph

 


เรียบเรียง  ชัชชญา อังคุลี 
                อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh