ข่าวหุ้นล่าสุด

ข่าวด่วน


 
ข่าวนี้ที่ 1 : นายกฯ อัดซอฟท์โลน 2.4 หมื่นลบ. กู้วิกฤติ 7 สายการบิน 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 ส.ค. 63 7:36: น.

 

  นายกฯ รับปากช่วย 7 สายการบิน เตรียมออกซอฟท์โลน 2.4 หมื่นลบ. ต.ค.นี้ พร้อมขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมถึงมี.ค.65  โบรกฯ มองบวกต่อ AAV  แต่อาจกระทบ AOT เหตุรายได้หด  ด้านคลังจัดหนัก THAI แฉเหตุขาดทุนหนัก - มีทุจริต     

 

*** นายกฯ พร้อมช่วยสายการบิน วอนอย่าปลดคน-งดแข่งตัดราคา 

    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยหลังรับหนังสือขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจการบินของประเทศไทยเนื่องจากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19  จากคณะผู้บริหารระดับสูงของ 7 สายการบินในประเทศไทย  ว่า ภาครัฐจะพิจารณาข้อเสนอจากภาคธุรกิจการบินและหาวิธีการช่วยเหลือเร็วที่สุด  

    โดยคณะผู้บริหารระดับสูงของ 7 สายการบินในประเทศไทยที่เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นหนังสือฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ สายการบินไทยเวียตเจ็ท สายการบินนกแอร์ และสายการบินบางกอกแอร์เวยส์

    ทั้งนี้ รัฐบาลโดย ศบค. กำลังหามาตรการผ่อนปรนในหลายเรื่อง ทั้งการหาแนวทางปลดล็อคเรื่องการบิน รวมทั้งกำลังเร่งผ่อนคลายเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศโดยต้องพิจารณาทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

    ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศด้วย โดยนายกฯ ขอให้ภาคธุรกิจการบินร่วมมือกันให้มากขึ้น ลดการแข่งขันด้านราคาโดยให้แข่งขันกันด้านบริการ ให้จัดระเบียบการดำเนินงานให้ดี โดยให้คงสภาพการดำเนินงานโดยไม่ให้มีหนี้สินเพิ่ม และไม่ลดการจ้างพนักงาน โดยรัฐบาลจะหามาตรการเสริมต่าง ๆ ช่วยโดยเร็วต่อไป

 

*** รัฐฯ จัดซอฟท์โลน 2.4 หมื่นลบ. ช่วยต.ค.นี้  
 
    ด้านนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ดล์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV)  หรือสายการบินไทยเอเชีย เปิดเผย ว่า พล.อ.ประยุทธ์  รับปากจะพิจารณาจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาทภายในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่สายการบินในประเทศ ซึ่งตรงกับข้อเสนอที่ทางกลุ่มได้ร้องขอไป 

     สำหรับข้อเสนอของ 7 สายการบิน ต่อรัฐบาล อีก 2  ประเด็นคือ   ขยายระยะเวลาการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่น  รวมถึงการยกเว้นและลดหย่อนค่าธรรมเนียมการดำเนินงานของสายการบิน เช่น การขึ้นลงของอากาศยาน (Landing fee) ที่เก็บอากาศยาน (Parking fee)

 

*** ขยายเวลาช่วยค่าธรรมเนียมถึงมี.ค.65  

    นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง  ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft loan เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีผลกระทบต่อสภาพคล่อง ผ่านธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนการยกเว้นและลดหย่อนค่าธรรมเนียมการดำเนินงานของสายการบินนั้น สามารถพิจารณาขยายระยะเวลาการยกเว้นและลดหย่อนค่าธรรมเนียมฯ ขยายออกไปถึงเดือนมีนาคม 2565

    ขณะที่เรื่องการขอให้คงภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินนั้น จะยังคงไว้ตามที่กระทรวงการคลังได้อนุมัติการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563

 

*** โบรกฯ มั่นใจ 2.4 หมื่นลบ.เพียงพอ - แต่หวั่นกระทบ AOT 

    บริษัท หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST เปิดเผยว่า จากกรณีภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบินเป็นบวกต่อกลุ่มการบิน  การขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินและการขยายเวลาลดค่าบริการ landing และ parking จะได้ประโยชน์มากขึ้นจากการออกมาตรการก่อนหน้านี้ จากจำนวนเที่ยวบินปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น มากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ที่จำนวนเที่ยวบินน้อยลงจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 

    ขณะที่การขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) จำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดความกดดันต่อปัญหาด้านสภาพคล่องต่อผู้ประกอบการสายการบิน ซึ่งจะเป็นบวกระยะสั้น โดยประเมินว่าสินเชื่อจำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท จะเพียงพอต่อการเยียวยา 7 สายการบิน เนื่องจากเป็นการคำนวณของทั้ง 7 สายการบินแล้ว

    อย่างไรก็ตาม หากรวมการบินไทยด้วย ประเมินว่าสินเชื่อจำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท จะไม่เพียงพอเยียวยาผู้ประกอบการสายการบิน เนื่องจากสายการบินไทยมีหนี้สินอยู่ในระดับสูง คาดว่าหากภาครัฐจะช่วยเหลือสายการบินไทย จะแยกช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งจะไม่รวมอยู่กับกลุ่มสายการบิน ขณะที่การปิดให้ผู้ประกอบการสายการบินสามารถจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบินได้ เรามองว่าผลกระทบยังไม่มาก

    ทั้งนี้ ประเมินว่า  AAV จะได้ประโยชน์มากที่สุด จากมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว เนื่องจากมีการกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินเพิ่มขึ้นมากสุด ซึ่งเราแนะนำ "ถือ" โดยมีราคาเป้าหมาย 2.00 บาท และคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นบวกระยะสั้นต่อราคาหุ้น AAV เท่านั้น

    ขณะเดียวกัน มาตรการดังกล่าว จะเป็นปัจจัยลบต่อ AOT ที่ยังคงต้องมีมาตรการให้ส่วนลดต่อสายการบินอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ AOT ได้ให้ส่วนลดต่างๆกับสายการบินไปมากแล้ว ซึ่งทำให้ผลประกอบการของ AOT ในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอ่อนตัวลง เราแนะนำ"ถือ" โดยมีราคาเป้าหมาย 59.00 บาท

 

*** "ถาวร" จัดหนักแฉ 3 เหตุ THAI ขาดทุนหนัก - ทุจริต   

    นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ในการบริหารกิจการของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ได้เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบการขาดทุนว่ามีเวลาทำงาน 43 วัน โดยจะต้องจะรายงานผลการตรวจสอบให้กับ กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และนำเรียนนายกรัฐมนตรีต่อเนื่อง  

    โดยจุดเริ่มต้นของการขาดทุน ต้องย้อนไปในปี 51 ซึ่งนับเป็นเวลา 3 ปี จากเที่ยวบิน A340 เริ่มทำการบิน การบินไทยขาดทุนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การก่อตั้งบริษัทมา 60 ปี เป็นมูลค่า 21,450 ล้านบาท ต้องแก้ปัญหาด้วยการออกหุ้นกู้เป็นครั้งแรก  รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจำนวนมหาศาล ที่เป็นการใช้เงินแบบไม่สมเหตุสมผล มีการเสียเงินแบบไม่น่าเสีย และส่อไปในทางทุจริต

    คณะทำงานฯ พบว่าปัญหาการขาดทุนของการบินไทยจำนวน ไม่ต่ำกว่า 62,803.49 ล้านบาท มาจากการจัดซื้อเครื่องบินรุ่น A340 จำนวน 10 ลำนั้น เป็นผลมาจากปัจจัย 3 ประการ คือ 1. การบินไทยไม่ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด

    2. ปัญหาการจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์ - รอยซ์ ผ่านนายหน้าคนกลางให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานการบินไทย วงเงินกว่า 254 ล้านบาท ในการเอื้อประโยชน์ให้มีการจัดซื้อเครื่องยนต์อะไหล่ 7 เครื่องยนต์และการซ่อมบำรุงแบบเหมาจ่าย Total Care Agreement

    3. มีข้อมูลการจ่ายเงินสินบนไม่ต่ำกว่า 5% หรือประมาณ 2,652 ล้านบาท ผ่านนายหน้าคนกลางให้กับนักการเมือง เจ้าหน้าที่ และพนักงานการบินไทย แลกกับการจัดซื้อเครื่องบินรุ่น A340 จำนวน 10 ลำ

 

*** ตะลึง พบค่า OT ฝ่าช่างสูงกว่า 2 พันลบ. 

     ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  ตัวแทนคณะทำงานตรวจสอบ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบรายงานการประชุมของคณะกรรมการชุดต่างๆ ของ THAI  ย้อนหลัง 3 ปี คือ ปี 60-62 จนกระทั่งการบินไทยพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจเมื่อ 22 พ.ค. 63
พบว่าการใช้จ่ายของ THAI ที่ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล ส่อให้เกิดการทุจริต ซึ่งเกี่ยวพันกับการทำสัญญาต่างๆ และ การบริหารงานที่เอื้อประโยชน์แก่ตัวเองและ พวกพ้อง  คณะทำงานฯ ได้ตรวจสอบช่วงปี 2560 - 2562 ซึ่งการบินไทยขาดทุนรวมไม่ต่ำกว่า 25,659 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงมาก 
    
    โดยพบว่าค่าทำงานล่วงเวลา (OT) ฝ่ายช่างสูงถึง 2,022 ล้านบาท โดยตรวจพบพนักงาน 1 คน ทำ OT สูงสุด ได้ถึง 3,354 ชั่วโมง มีวันทำ OT ถึง 419 วัน ทั้งที่ 1 ปี มีเพียง 365 วัน มีการจัดหาเครื่องบินรุ่น B787-800 จำนวน 6 ลำ แบบเช่าดำเนินงาน โดยแต่ละลำมีราคาไม่เท่ากัน มีส่วนต่างของราคาต่างกันถึง 589 ล้านบาท ทั้งที่เป็นเครื่องบินแบบเดียวกัน มีการจ่ายค่าชดเชยการคืนสภาพเครื่องบินแบบเช่าดำเนินงาน รุ่น A330-300 จำนวน 2 ลำ สูงถึง 1,458 ล้านบาท

    ขณะที่ผู้รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มพิเศษในอัตราเดือนละ 200,000 บาท ผ่านไป 9 เดือน เพิ่มเป็น 600,000 บาทโดยอ้าง แนวปฏิบัติที่เคยทำมา และยังมีอีกมากมาย ในหลายๆ แผนกทั้งการขายตั๋ว การโฆษณา การจัดซื้ออุปกรณ์ บนเครื่อง ครัวการบินไทย น้ำมันเชื้อเพลิง


เรียบเรียง  ประน้อม บุญร่วม 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.com









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด