ข่าวหุ้นล่าสุด

ม.หอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่นพ.ค.ต่ำสุดรอบ 15เดือน การเมือง-ส่งออกกดดัน

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 มิ.ย. 62 11:10 น.

   ม.หอการค้า เผยดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าเดือนพ.ค. อยู่ที่ 47.4 ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เหตุกังวลส่งออก-การเมืองในประเทศยังไม่ชัดเจน รายได้ไม่สมดุลกับค่าครองชีพ และสงครามการค้า พร้อมมองครึ่งปีแรกจีดีพีโต 2.9-3% ครึ่งปีหลัง 3.8-4% ส่วนทั้งปีคาดโตได้ 3.5% จับตานโยบายหลังจัดตั้งรัฐบาล

   นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยอยู่ที่ 47.4 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 47.8 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 15 เดือน ขณะที่ดัชนีเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 46.8 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 47.4 ด้านการบริโภคอยู่ที่ 47.6 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 46.9 
   สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบในด้านลบ ต่อดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประกอบด้วย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2562 ขยายตัว 2.8% ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3.6% จากการส่งออกลดลงและปัญหามาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างจีน และสหรัฐ ความกังวลต่อการจัดตั้งรัฐบาล และสถานการณ์การเมืองที่มีความไม่แน่นอนและขาดเสถียรภาพ
   นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการส่งออกของไทยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ลดลง 2.57% ด้านการนำเข้าลดลง 0.72% ด้าน Set Index ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรับลดลง 53.30 จุด ขณะเดียวกันยังมีความกังวลต่อปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย ความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพและราคาสินค้า บริการทรงตัวอยู่ในระดับสูง และรายได้ไม่สมดุลกับค่าครองชีพในปัจจุบัน
   ด้านปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้า คือ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.75% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ดคาการณ์ไว้ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 31.86 บาทต่อดอลลาร์ ในเดือนเมษายนมาอยู่ที่ 31.79 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามา ด้านธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมีแนวโน้มดีขึ้นจากการจัดงานเทศกาลวันหยุดต่างๆ รวมถึงปริมาณผลผลิตภาคเกษตรขยายตัวจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
   “ในเดือนมิถุนายน มีโอกาสที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าจะฟื้นตัวได้ดี หากรัฐบาลมีความชัดเจน เนื่องจาก ภาคเอกชนมีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะออกมา ดังนั้นจึงต้องรอความชัดเจนทางการเมืองในระยะต่อไป”นายธนวรรธน์ กล่าว
 ส่วนข้อเสนอแนะในการดำเนินการแก้ไข คือ การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำ การกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และการกระจายความเจริญสู่ชุมชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เร่งผลักดันระบบขนส่งคมนาคมของประเทศให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต การขยายตลาดการส่งออกสินค้าเกษตรในประเทศใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐ การส่งเสริมการท่องเที่ยวตามชุมชน สินค้า OTOP ที่เป็นของชุมชนให้มีคุณภาพโดยเฉพาะในเมืองรอง
   นายธนวรรธน์ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยังทรงตัวจากไตรมาสแรก และคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8-3% ขณะที่แนวโน้มในครึ่งปีแรกคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.9-3% โดยมีปัจจัยที่ยังต้องติดตาม คือ การจัดตั้งรัฐบาลภายในประเทศ และการดูแลเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงยังต้องติดตาม ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนด้วย
   “รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจะต้องเร่งเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความคึกคัก รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ ที่จะต้องเร่งดำเนินการทันทีหลังจากที่จัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ ซึ่งหากทำได้ และสามารถรักษาโมเมนตัมให้มีต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 จะทำให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังขยายตัวได้ 3.8-4% และ ทั้งปีจะเติบโตได้ 3.5% ได้”นายธนวรรธน์ กล่าว

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด