ข่าวหุ้นล่าสุด

พาณิชย์เผยเงินเฟ้อทั่วไปมี.ค. -0.54% หั่นเป้าทั้งปีเหลือ -0.2 ถึง -1%

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 เม.ย. 63 11:39 น.

  พาณิชย์เผยเงินเฟ้อทั่วไปมี.ค.ติดลบ 0.54% ต่ำสุดในรอบ 51 เดือน พร้อมหั่นคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้เป็นติดลบ 0.2 หรือเลวร้ายสุดที่ -1% ต่ำสุดในประวัติศาสตร์  ส่วนจีดีพีปีนี้ที่คาดติดลบ 4.8 ถึงติดลบ 5.8% หลังโควิด-19 เล่นงาน

   นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมีนาคม 2563 ติดลบ 0.54% ติดลบครั้งแรกในรอบ 33 เดือน และเป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 51 เดือน ขณะที่ไตรมาสแรกเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 0.41%ด้านอัตราเงินพื้นฐานในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 0.54% และเฉลี่ยไตรมาสแรกอยู่ที่ 0.53%

   โดยสถานการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ดังนั้น เครื่องชี้วัดต่างๆ ที่เป็นปัจจุบันจะมีทิศทางสอดคล้องกับความรุนแรง และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการมีราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ข้าว ไก่ และไข่ ส่งผลดีต่อเกตรกรในกลุ่มนี้

   สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ปรับลดลง มีสาเหตุจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการลดลงของกลุ่มพลังงานที่ลดลง 11% หรือ ลดลงต่ำสุดในรอบ 48 เดือน ตามภาวะสงครามราคาน้ำมันโลกระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซีย ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลดลงอีก 11 ครั้งในเดือนนี้

   นอกจากนี้ กลุ่มอาหารสด แม้ยังขยายตัวได้ 2.46% แต่เป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบปี เป็นผลจากความต้องการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยว การปิดให้บริการของร้านค้า และการปิดภาคเรียน

   ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูป เครื่องประกอบอาหาร และของใช้ส่วนบุคคล ยังทรงตัวและเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นของห้างโมเดิร์นเทรด อย่างไรก็ตาม สินค้าบางรายการมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะมะนาว ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะภัยแล้ง และไข่ไก่ ที่ปรับขึ้นตามพฤติกรรมการซื้อไข่ครั้งละจำนวนมาก เพื่อลดการเดินทางของผู้บริโภค

   ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมีนาคมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 37.5 จากระดับ 43.1 ในเดือนก่อนหน้าต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เป็นการลดลงของทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันที่ลดลงจาก 38.2 มาอยู่ที่ 32.7 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตที่ลดลงจากระดับ 46.4 มาอยู่ที่ 40.7

   ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมที่ปรับตัวลดลงมาก ซึ่งลดลงในทุกภูมิภาคและทุกอาชีพ โดยมีสาเหตุสำคัญจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีระดับความรุนแรงสูงกว่าเดือนก่อน ส่งผลให้ภาครัฐต้องออกมาตรการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมหลายด้านเพื่อควบคุมการระบาดของโรค ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม

   อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบในบางส่วนได้

   นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 2 คาดว่าจะมีโอกาลดลงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีหลัง จากสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และแนวโน้มการลดลงของราคาพลังงานโลก เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ส่งผลให้ในปีนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปลงติดลบ 0.2 ถึง -1% โดยมีค่ากลางที่ -0.6% จากเดิมคาด 0.4-1.2%

   “ในกรณีเลวร้ายที่เงินเฟ้อติดลบ 1% นั้น ถือว่าต่ำสุดในประวัติศาสตร์เงินเฟ้อไทย แต่ปัจจุบันเรายังคงมีค่ากลางที่ติดลบ 0.6%”นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว

   อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจมีการทบทวนกรอบการคาดการณ์เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์อีกครั้งในระยะต่อไป

   สำหรับสมมติฐานประกอบการคาดการณ์เงินเฟ้อ ประกอบด้วย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบ 4.8 ถึงติดลบ 5.8% ด้านน้ำมันดิบดูไบทั้งปีคาด 35-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปีที่ 35.5-32.5 บาทต่อดอลลาร์

   “อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่ติดลบถือเป็นเงินฝืดหรือไม่นั้น มองว่าเงินฝืดไม่สำคัญเท่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมองว่าสถานการณ์แบบนี้อาจไม่ถือเป็นเงินฝืดได้ เพราะว่ามันไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นปกติ”นางสาวพิมพ์ชนก กล่าว

 

 




รายงาน    ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ 
เรียบเรียง  สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด