ข่าวหุ้นล่าสุด

TU กำไร Q2/65 ที่ 1.6 พันลบ. ลดลง 30.7% ปันผลระหว่างกาล 0.40 บาท/หุ้น

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ส.ค. 65 13:52 น.

 

  TU ทำกำไรไตรมาส 2/65 ที่ 1,623 ล้านบาท ลดลง 30.7% หลังไม่มีรายการพิเศษ จากการปรับมูลค่าค่ายุติธรรมใน เรดล็อบสเตอร์ เหมือนปีก่อน ด้านยอดขายแข็งแกร่งเป็นประวัติศาสตร์ ทำได้ที่ 38,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% ส่วนงวด 6 เดือนแรก กำไร 3,369 ล้านบาท ลดลง 18.7% ปันผลระหว่างกาล 0.40 บาท/หุ้น ขึ้น XD 22 ส.ค.65

  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/65 มีกำไรสุทธิ 1,623.83 ล้านบาท ลดลง 30.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,342.86 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าปกติและจากรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

  บริษัททำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสนี้ ที่ 38,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากช่วงเดียวกันปีจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้นตามความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น และอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้มีการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่ำ (+41.7%) และกลุ่มอาหาราอาหารทะเลแปรรูป (+10.7%) ในขณะที่ยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นลดลงจำกช่วงเดียวกันปีก่อน (-6.5%)

  บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 475 ล้านบาท เทียบกับ 212 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินไทยบาททต่อสกุลเงินเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 9.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

  บริษัทมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม อยู่ที่ 283 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งขาดทุน 74 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน จากส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจ Red Lobster

  นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่นติดลบ 66 ล้านบาท เทียบกับ 439 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน จากค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ใช่เงินสดที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของหุ้นบุริมสิทธิใน เรดล็อบสเตอร์ที่ลดลง 564 ล้านบาท (424 ล้านบาท หลังเครดิตภาษี)

  กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 6.6 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จากกลยุทธ์การเพิ่มราคาขายและการปรับสัดส่วนการขายสินค้า โดยธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและอาหารทะเลแปรรูป ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงโครงสร้างโรงงาน รูเก้น ฟิ ช ในประเทศเยอรมนี และการปรับตัวสู่สภาวะปกติของตลาดสหรัฐฯ รวมถึงราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ระดับสูงที่ 16.9%

  ส่วนงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 3,369.35 ล้านบาท ลดลง 18.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,145.75 ล้านบาท

  ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดอัตราการจ่ายปันผลระหว่างกาล จากผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 65 อัตรา 0.40 บาท กำหนด วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 22 ส.ค. 65 วันที่จ่ายปันผล วันที่ 5 ก.ย. 65

  นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TU กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนได้รายงานยอดขาย 38,946 ล้านบาท สูงขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย โดยมีปัจจัยหลักจากความต้องการสินค้าและราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้น กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปรกติประจำไตรมาสก่อนหักรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของหุ้นบุริมสิทธิ์ใน เรด ล็อบสเตอร์ สืบเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นจำนวน 424 ล้านบาท และ ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างโรงงาน รูเก้น ฟิช ในประเทศเยอรมันจำนวน 195 ล้านบาท อยู่ที่ 2,243 ล้านบาท ลดลง 8.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

  ผลงานยอดขายที่ยอดเยี่ยมของไทยยูเนี่ยนในไตรมาสที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ทำให้เกิดสมดุลระหว่างหน่วยธุรกิจหลักทั้ง 3 ธุรกิจ โดยธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋องมียอดขายเติบโตขึ้น 10.7% อยู่ที่ 16,912 ล้านบาท จากปัจจัยของราคาที่สูงขึ้น บวกกับการอ่อนตัวของค่าเงินบาท และความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น มียอดขายปรับตัวลดลง 6.5% อยู่ที่ 13,900 ล้านบาท จากธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวสู่สภาวะปกติ หลังจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 64 สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ยังคงทำผลงานได้ดีเยี่ยม โดยยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 41.7% อยู่ที่ 8,133 ล้านบาท จากความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่สูงขึ้นมาก การปรับตัวขึ้นของราคาสินค้า และยอดขายผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น

  สำหรับผลประกอบการในครึ่งปีแรก ยอดขายอยู่ที่ 75,217 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปรกติอยู่ที่ 3,911 ล้านบาทลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ไทยยูเนี่ยนยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.40 บาทต่อหุ้น

  ด้วยธุรกิจของไทยยูเนี่ยนที่มีความหลากหลาย ทำให้เป็นพื้นฐานที่มั่นคงในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเรา ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ของบริษัทยังคงทำผลงานได้ดีแม้จะมีรายการพิเศษสองรายการ นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้ไทยยูเนี่ยนซึ่งมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่พัฒนาจากศูนย์นวัตกรรมของเรา ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นด้วยแบรนด์ต่างๆ ของเราที่มีวางจำหน่ายอยู่ทั่วโลก 

 

ลักษณะธุรกิจของ TU
ผลิตและส่งออกอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งและบรรจุกระป๋อง และขยายธุรกิจให้ครบวงจรด้วยธุรกิจอาหารสำเร็จรูปและอาหารว่าง โดยเน้นอาหารทะเล ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ ธุรกิจการตลาดภายในประเทศ ธุรกิจอาหารสัตว์ และธุรกิจพัฒนาสายพันธุ์กุ้งเพื่อจำหน่าย

 


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com

อนุมัติ     อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh