ข่าวหุ้นล่าสุด

`ปริญญ์` นำทีมวงการคริปโท-บล็อกเชน พบ `คลัง` วอนส่งเสริมฟินเทค หนุนศก.

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ม.ค. 65 8:35: น.

 

          "ปริญญ์" นำทีมกลุ่มนักธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมฟินเทค คริปโท-บล็อกเชน เข้าพบนายอาคม รมว.คลัง วอนสนับสนุนและส่งเสริมโอกาสในการสร้างวัฎจักรของการเงินยุคใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจในประเทศ เผยต้องใช้เวลาและหลายองค์ประกอบขับเคลื่อน โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีคริปโท-สตาร์ทอัพ ตอกย้ำจุดยืน "ฟรีภาษี เสรีคริปโท"

            วานนี้ (25 ม.ค.65) นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีมกลุ่มนักธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (ฟินเทค) อาทิ ศุภกฤษฎ์ บุญสาตร์ นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, ฉวีวรรณ เกียรติดุริยกุล กรรมการและทนายความหุ้นส่วน เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ , ปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง Satang Pro,สกลกรย์ สระกวี ประธาน กลุ่ม Bitkub , S.Jack Heffernan ผู้ก่อตั้ง Knightsbridge Group และฐปนรรฑ์ ศรีบรรดิษฐ์ เจ้าของเพจ Lady Crypto เป็นต้น เข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร และนางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาฯ ก.ล.ต.


            โดยการเข้าพบในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่ ให้ภาครัฐได้รับทราบทั้งอุปสรรคและโอกาส ซึ่งเชื่อว่าหากได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาล จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ เพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อีกมหาศาล โดยเฉพาะในภาคธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีศักยภาพ และโอกาสในการเติบโต แต่กำลังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญเรื่องการจัดเก็บภาษี แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายมาแล้วถึง 3 ปี แต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่มีความชัดเจน

            นายปริญญ์ กล่าวว่าที่ผ่านมา ตนในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ก็ได้เข้าพบกรมสรรพากรหลายครั้งเพื่อหารือในแนวทางการจัดเก็บภาษี ซึ่งทางกรมสรรพากรก็กำลังเร่งออกแนวทางการจัดเก็บอย่างเร่งด่วน แต่มองว่าอาจจะไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม เพราะการมาเร่งกระบวนการทำงานเพื่อหาข้อสรุปในระยะเวลาอันสั้นอาจได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อยที่จะเกิดความยุ่งยากในทางปฏิบัติ อาจนำไปสู่ตัดสินใจย้ายไปเทรดในตลาดต่างประเทศแทน

            "ผมเชื่อในแนวคิด ฟรีภาษี เสรีคริปโท ฉะนั้น การยกเว้นหรือเลื่อนการจัดเก็บภาษีคริปโทออกไปก่อนสัก 5 ปี หรือแม้กระทั่งการให้นำมาเป็นค่าลดหย่อนได้ จะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโต เพราะตลาดนี้ยังไม่โตเต็มที่การเก็บภาษีในช่วงเวลานี้นักลงทุนอาจย้ายหนี เพราะธุรกิจนี้เป็น Global นักลงทุนสามารถเลือกเทรดกับเอ็กซ์เช้นจ์ต่างประเทศได้ไม่ยาก ตรงนี้จะทำให้สตาร์ทอัพด้านสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเสียโอกาส" นายปริญญ์ ระบุ

            พร้อมกล่าวต่อว่า เมื่อมีการยกเว้นหรือชะลอการเก็บภาษีคริปโทออกไปก่อนอุตสาหกรรมจะเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงค่อยกลับมาพิจารณาการจัดเก็บภาษีนักเทรด ส่วนในแง่ของภาษีที่เก็บจากผู้ประกอบการ เมื่อถึงตอนนั้นธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลก็จะแข็งแรงแล้ว รัฐบาลย่อมสามารถที่จะจัดเก็บภาษีนิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากค่าธรรมเนียมการเทรดได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และอาจเป็นไปได้ที่จะมียอดจัดเก็บได้มากกว่าภาษีจากนักลงทุนรายย่อยด้วยซ้ำ

            นายปริญญ์ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่เพียงแค่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีคริปโทเท่านั้น ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ยังรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี NFT (Non-Fungible Token) ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ส่งสัญญาณการเข้ามากำกับดูแล ตรงนี้มองว่ายังเร็วเกินไปเพราะเทคโนโลยี NFT เพิ่งจะเริ่มต้น การออกกฎหมายมาควบคุมจะทำให้อุตสาหกรรมหดตัวทั้งที่ยังไม่ทันได้เติบโต ผู้ประกอบการตลาด NFT อาจหนีไปต่างประเทศ คนซื้อขายก็จะไปใช้บริการตลาดต่างประเทศ เนื่องจากตลาดนี้ก็เป็น Global และต้องยอมรับว่าปัจจุบัน NFT คืออีกช่องทางในการหารายได้เพิ่มของศิลปินรายเล็ก ได้เข้ามาในพื้นที่นี้เพื่อสร้างรายได้ในโลกดิจิทัล

            "แม้ว่าตอนนี้ทางรัฐบาลก็พยายามช่วยเต็มที่ในการสนับสนุนสตาร์ทอัพ เช่น การยกเว้นภาษี Capital Gains Tax สำหรับการลงทุนในสตาร์ทอัพไทย ตรงนี้เราเข้าใจและขอบคุณทางรัฐบาล แต่ทางเราก็อยากเห็นรัฐบาลสนับสนุนให้มันครบองค์รวม ที่ครอบคลุมถึงระบบนิเวศน์ของฟินเทคโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะภาคส่วนนี้สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้อีกมาก ซึ่งการที่ระบบนิเวศน์นี้จะเติบโตได้จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร และองค์ประกอบที่สำคัญเลยคือการได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องภาษี" หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

            นายปริญญ์ ยังได้เสนอในที่ประชุมในเรื่องของการผลักดันให้รัฐบาลนำบล็อกเชนมาใช้ในการ "ตรวจสอบงบประมาณของภาครัฐ" เพื่อลดการทุจริตและคอร์รัปชั่น เช่น การจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ หากตรวจสอบได้ด้วยบล็อกเชนจะช่วยให้เกิดความยุติธรรม ประชาชนสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส ด้วยเหตุนี้จะทำให้การใช้เงินภาษีของประชาชนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

            พร้อมทั้งกล่าวย้ำถึงประโยชน์ของระบบบล็อกเชนว่า ช่วยให้สตาร์ทอัพและ SMEs สามารถระดมทุนได้คล่องตัวมากขึ้นจากผู้ที่มีเงินทุนส่วนเกินทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ ได้เข้ามาลงทุนในบริษัทขนาดเล็กเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุนแบบ ICO หรือแบบ STO ก็ตาม เพราะการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นอาจต้องใช้เวลาและมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่า ดังนั้น ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนเหล่านี้ก็ต้องไม่เป็นอุปสรรคด้วยเช่นกัน


 

 

 


เรียบเรียง  ชัชชญา อังคุลี 
                อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com

อนุมัติ     พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 









ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

LATEST NEWS

ข่าวที่เกี่ยวข้องล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh