ข่าวหุ้นล่าสุด

`ศรีตรังโกลฟส์ฯ (STGT)` ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 444.78 ล้านหุ้น เข้า SET

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 ธ.ค. 62 11:03 น.

  บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เสนอหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 444.78 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บล.ฟินันซ่า เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

  บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติ และถุงมือยางไนไตรล์ ทั้งในและต่างประเทศ มีโรงงานผลิตทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ โรงงานสาขาหาดใหญ่ โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานี โรงงานสาขาตรัง มีสายการผลิตทั้งหมด 124 สายการผลิต และมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 24,325 ล้านชิ้นต่อปี

  สำหรับหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 444.78 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 31.0 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ แบ่งเป็น จำนวนไม่เกิน 432.78 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลทั่วไป นักลงทุนสถาบัน และผู้มีอุปการคุณของบริษัท จำนวนไม่เกิน 2 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของ
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA และบริษัทย่อย และจำนวนไม่เกิน 10 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัทฯและบริษัทย่อย

  โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ ประกอบด้วย STA ถือหุ้น 725.037 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 73.2 หลังการขายหุ้นไอพีโอ จะเหลือสัดส่วนถือหุ้นร้อย 50.7 รองลงมาเป็นกลุ่มครอบครัวสินเจริญกุล ถือหุ้น 89.285 ล้านหุ้น คิดเป้นร้อยละ 9 หลังขายหุ้นไอพีโอ จะเหลือสัดส่วนถือหุ้นร้อยละ 6.3

  ผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 2560 และ 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 9,242.26 ล้านบาท 11,765.13 ล้านบาท และ 11,079.62 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 2,522.87 ล้านบาท หรือร้อยละ 27.3 ในปี 2560 และลดลง 685.51 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.8 ในปี 2561 โดยในปี 2560 รายได้จากการขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยของถุงมือยางเล็กน้อย

  สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และ 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 7,926.31 ล้านบาท และ 8,951.68 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้น 1,025.38 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.9 โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอันเป็นผลมาจากปริมาณการขายถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน

  สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 2560 และ 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 594.91 ล้านบาท 214.54 ล้านบาท และ 981.58 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับร้อยละ 6.4 ร้อยละ 1.8 และ ร้อยละ 8.9 ตามลำดับ ลดลง 380.37 ล้านบาท หรือร้อยละ 63.9 ในปี 2560 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำไรขั้นต้น

  สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และ 2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 774.06 ล้านบาท และ 432.86 ล้านบาท ตามลำดับ ลดลง 341.20 ล้านบาท หรือร้อยละ 44.1 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิสำหรับเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 และ 2562 เท่ากับร้อยละ 9.8 และ ร้อยละ 4.8 ตามลำดับ

  เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้เพื่อการขยายกำลังการผลิตและการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตถุงมือยาง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักในปัจจุบัน รวมทั้งให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อย และเพื่อการลงทุนในโครงการต่าง ๆ รวมถึงใช้เป็นเงินลงทุนเพื่อติดตั้งระบบ SAP เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการทำงานและฐานข้อมูลของบริษัท ชำะคืนหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน และเป็นทุนหมุนเวียน


เรียบเรียง  จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช 
                อีเมล์. charuwan@efinancethai.com






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด